พายุ “วิภา” สลายตัวอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ยังแผลงฤทธิ์หอบฝนถล่ม 3 จังหวัดภาคเหนือ “น่าน-พะเยา-เชียงราย” อ่วมหนัก น่านวิกฤติ 4 อำเภอน้ำท่วมถนนหนทางถูกตัดขาด หลายหมู่บ้านจมบาดาล พะเยาน้ำป่าจากบนดอยซัดถล่มกลางดึกชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่ช่วยอพยพผู้ประสบภัย เชียงรายฝนเทปกคลุมทั่วจังหวัด หนักสุด 3 อำเภอ รพ.เทิงป่วนต้องงดรับ ผู้ป่วยนอกพร้อมย้ายผู้ป่วยอาการไม่หนักไปโรงพยาบาลข้างเคียง เวียงแก่นระทึกน้ำซัดถนนขาด ส่วนแม่สาย รอดฝนตกไม่หนักมาก อุตุฯชี้ทิศทางเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมออกไปทางประเทศเมียนมาช่วงวันที่ 25-26 ก.ค.นี้หลังจากพายุโซนร้อน “วิภา” ขึ้นฝั่งเวียดนามเคลื่อนตัวผ่านประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือตอนบนของไทยก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้หลายจังหวัดภาคเหนือเกิดฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ จ.น่าน เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงค่ำของคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.เชียงกลาง และ อ.ทุ่งช้าง ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอิทธิพลของพายุวิภา ปริมาณฝนสะสมหลายพื้นที่สูงกว่า 200 มม. ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำห้วยและแม่น้ำสายหลักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายพื้นที่น้ำไหลเชี่ยวและล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปัว ถนนสายหลัก ปัว-เชียงกลาง จุดกลับรถหน้าห้างโลตัส สาขาปัว น้ำท่วมสูงจนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เช่นเดียวกับเขตเทศบาลเมืองน่านก็เริ่มมีน้ำเอ่อล้นขึ้นมาตามท่อระบายน้ำหลายจุดสำนักงาน ปภ.จ.น่าน และเทศบาลเมืองน่าน ออกประกาศเตือนภัยแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองน่านเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 22 ก.ค. กลุ่มฝนเริ่มเข้าทางตอนเหนือของจังหวัดในพื้นที่อำเภอปัว ท่าวังผา สองแคว ทุ่งช้าง เชียงกลาง เฉลิมพระเกียรติ และบ่อเกลือ ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนต่อเนื่องจนถึงเช้ามีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของชาวบ้านแล้ว อาทิ พื้นที่ อ.ปัว ขยายวงกว้างในเขต ทต.ปัว ทต.ศิลาแลง อบต.สถาน อบต.ไชยวัฒนา อบต.แงง ถนนเชื่อมต่อหลายหมู่บ้านไม่สามารถสัญจรได้ บ้านเรือนที่อยู่พื้นที่ลุ่มต่ำถูกน้ำท่วมสูงหลายหลังคาเรือน สถานศึกษาหลายแห่งต้องประกาศหยุดเรียน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องลุยน้ำเข้าไปตัดกระแสไฟฟ้าในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงเพื่อความปลอดภัยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผวจ.น่าน นำเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการบรรจุทรายใส่ถุงบิ๊กแบ็กและตรวจสอบแนวพนังกั้นน้ำตลอดแนวบ้านหัวเวียงเหนือ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง บริเวณสามแยกเชิงสะพานท่าล้อ น้ำท่วมสูงจนรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่วนที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม อ.เวียงสา จ.น่าน เกิดน้ำป่าล้นตลิ่งลำน้ำว้าไหลบ่าเข้าท่วมที่ทำการอุทยานฯ น้ำขุ่นแดงไหลเชี่ยวอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง ปริมาณน้ำฝนบริเวณที่ทำการอุทยานฯวัดได้ 115.1 มม. และที่หน่วยพิทักษ์ฯที่ 1 (ห้วยเต่า) วัดได้ 152.2 มม. ขณะที่ระดับน้ำในลำห้วยยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กำลังสำรวจความเสียหายและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจ.พะเยา ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่บ้านหนองบัว หมู่ 2 ต.งิม อ.ปง มวลน้ำจากภูเขาไหลทะลักลงสู่หมู่บ้านกลางดึกอย่างรวดเร็วจนชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว นายเกรียงไกร ฝีปากเพราะ นอภ.ปง นางกัญญาณัฐ สุทธวงค์ นายกเทศมนตรีตำบลงิม นำเจ้าหน้าที่ ปภ.ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบหลายหลังและยังคงมีน้ำหลากเข้าท่วมต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เร่งจัดตั้งจุดอพยพชั่วคราว เตรียมถุงยังชีพพร้อมอาหารและน้ำดื่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหมู่บ้านได้รับผลกระทบ อาทิ บ้านดอนเงิน บ้านดอนแก้วบ้านม่วง บ้านบุญเรือง มีผู้ป่วยติดเตียงผู้ป่วยฉุกเฉินติดค้างอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่ ปภ.พร้อมหน่วยกู้ชีพกู้ภัยต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือนำส่ง รพ.ปงขณะเดียวกันเกิดเหตุระทึกบริเวณสะพานน้ำงิม ระหว่างบ้านดอนแก้ว-บ้านนาปรัง ต.งิม กระแสน้ำไหลเชี่ยวพัดรถกระบะของชาวบ้านที่จอดอยู่ริมถนนตกลงไปข้างสะพาน โชคดีไม่มีคนอยู่ในรถและรถไหลไปติดอยู่กับแนวรั้วบ้านชาวบ้าน ทำให้ไม่ถูกน้ำพัดไปไกลหรือเกิดอันตรายร้ายแรงจ.เชียงราย ฝนตกหนักปกคลุมทั่วทุกอำเภอ หนักสุดที่ อ.เทิง อ.เวียงแก่น และ อ.ขุนตาล มีน้ำป่าไหลบ่าลงมาเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของชาวบ้านตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยเฉพาะ อ.เทิง ฝนที่ตกหนักตามยอดดอยต่างๆบนเทือกเขาดอยผาหม่น ไหลมาสมทบกับลำน้ำลาว ที่มีต้นน้ำมาจาก อ.เชียงคำ จ.พะเยา เอ่อท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ ถนนสายเทิง-เชียงราย สถานที่ราชการสำคัญหลายแห่งมีน้ำท่วมสูง ได้แก่ บริเวณหน้า สภ.เทิง ศาลจังหวัดเทิง และ รพ.เทิง ต้องปิดให้บริการผู้ป่วยทั่วไป รับบริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น และย้ายผู้ป่วยที่อาการไม่หนักออกไปยังโรงพยาบาลข้างเคียงและ รพ.สต.ใกล้บ้านนอกจากนี้น้ำยังเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรใน 6 หมู่บ้านของ ต.เวียง อ.เทิง กำลังทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 นำเรือท้องแบนพร้อมอุปกรณ์เข้าไปช่วยอพยพชาวบ้าน หลายคนไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง ทางการประกาศให้ผู้อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำหงาวที่เคยถูกน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง คนชรา คนพิการ และสิ่งของมีค่า ไปยังจุดที่ปลอดภัยขณะที่ยังคงมีฝนตกหนักครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด อ.เมืองเชียงราย น้ำไหลบ่าท่วมถนนพหลโยธินบริเวณหน้า รพ.กรุงเทพเชียงราย หน้าหมู่บ้านลัดดาวัลย์ หน้าโรงเรียนเทศบาล 3 ซอยสุขสมบูรณ์ หน้าศูนย์วิจัยพืชสวน กับแยกโรงเรียนสามัคคี 2 ระดับน้ำท่วมสูงตลอดเส้นทาง ส่วน อ.เวียงแก่น น้ำเซาะถนนระหว่างบ้านทรายทอง-ผาแล ต.ปอ จนถนนทรุดตัวขาดเป็นทางยาว รถไม่สามารถผ่านได้ ปิดเส้นทางไม่ให้สัญจรแล้ว เช่นเดียวกับที่ อ.ขุนตาล น้ำล้นลำห้วยทะลักฝายเข้าท่วมบ้านเรือนใน ต.บ้านต้า บ้านต้าหลวง บ้านต้านาล้อม มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจำนวนมาก ส่วน อ.แม่สาย ไม่มีสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนตกไม่หนักมาก แต่ชาวบ้านคงยังเฝ้าระวังจ.ตาก พื้นที่ริมแม่น้ำเมยเริ่มมีน้ำเอ่อท่วมย่านการค้าส่งออก ตั้งแต่บ้านไร่ริมเมย บ้านท่าอาจ บ้านวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด และบ้านวังผา ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครแม่สอด น้ำในลำห้วยแม่สอดเอ่อทะลักข้ามถนนเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจกลางเมือง ชาวบ้านพากันเร่งขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับพ่อค้าแม่ขายในตลาดริมเมย ที่มีร้านค้ากว่า 200 ร้านก็เริ่มขนย้ายสินค้าไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้วที่ห้องประชุม War room กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช) ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับผู้ว่าราชการ 30 จังหวัด เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนวิภาและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ มีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม นายภูมิธรรมเน้นย้ำการเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ฝากไปยัง ผวจ.ให้ติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังตลอด 24 ชม. และบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดี ปภ.รายงานว่า สถานการณ์ 24 ชม.ที่ผ่านมา อ.เชียงกลาง จ.น่าน มีปริมาณน้ำฝนสะสม 291.6 มม. อ.เชียงคำ จ.พะเยา 264 มม. อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย 185 มม. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือจังหวัดน่าน พะเยา และเชียงราย เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนรับทราบโดยเร็ว โดย ปภ.ได้ส่งแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.ถึงปัจจุบันขณะที่นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ รายงานปริมาณฝนสะสม 24 ชม.ที่ผ่านมา ที่แม่กำปอง อ.แม่ออน 121.50 มม. บ้านแม่หลองหลวง อ.อมก๋อย 78 มม. และบ้านปางอั้น อ.ดอยสะเก็ด 76 มม. ภายหลังที่มีน้ำท่วมขังใน ต.ช้างคลาน และเขตเมืองเชียงใหม่ สั่งการให้เทศบาลนครเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งดูดตะกอนดินทรายและขยะในท่อระบายน้ำออก พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ประจำจุดเสี่ยงเร่งสูบน้ำออกทันทีหากมีน้ำขัง เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดส่วนหน้าและศูนย์สนับสนุน 2 ศูนย์ จัดเตรียมศูนย์พักพิง สถานที่จอดรถ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ จ.เชียงใหม่ มีกลุ่มฝนโปรยปรายกำลังอ่อนและปานกลางปกคลุมทั้ง 25 อำเภอ ไม่มีรายงานการเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันนายสมควร ต้นจาน ผอ.กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในเวลา 01.00 น. พายุโซนร้อนวิภาเคลื่อนผ่านจากเวียดนามเข้าสู่ สปป.ลาว อ่อนกำลังลงไปเป็นพายุดีเปรสชัน และช่วงเช้าวันนี้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำทางตะวันออกของ จ.น่าน ยังมีผลกระทบกับพื้นที่ภาคเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากตลอดทั้งวัน แนวโน้มจะสลายตัวไปและอ่อนกำลังลง ที่ต้องติดตามคือร่องมรสุมที่อาจเกิดและความกดอากาศต่ำในด้านตะวันออกฝั่งฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพายุดีเปรสชันมีทิศทางเคลื่อนตัวผ่านภาคเหนือ แต่คาดว่าไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม ทวีตข้อความผ่าน X ถึงสถานการณ์พายุวิภาว่า รับทราบว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ทั้งระบบเตือนภัย Cell Broadcast การตั้งวอร์รูม 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งศูนย์อพยพ เตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข โรงครัว ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามการแจ้งข่าวจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่อย่างเต็มกำลังขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเรื่องพายุ “วิภา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 16 (202/2568) ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “วิภา” ได้เคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน คาดว่าจะอ่อนกำลังลงอีก มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน ออกไปทางประเทศเมียนมาในช่วง 25-26 ก.ค. จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยกำลังแรง จะส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 23-24 ก.ค. บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากในวันที่ 24 ก.ค. มีดังนี้ ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภาคกลาง จังหวัดอุทัยธานี และกาญจนบุรี ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก จันทบุรี และตราดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่