หัวข้อ หลักปฏิบัติเกี่ยวกับสตรี ใน "เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา" (มูลนิธิโกมลคีมทองพิมพ์ พ.ศ.2535) พระประชา ปสันนธัมโม สัมภาษณ์ท่านอาจารย์พุทธทาส ไว้ 13 คำถาม ครับ วันนี้ ถึงคำถามที่ 6อาจารย์ ไม่เคยคิดสึกเลยหรือครับ(หัวเราะหึๆ) มันเคยคิด หรือเคยเอียงไปหาบ่อยๆเหมือนกัน บางยุคบางสมัย แต่ว่าเล็กน้อย ชนิดเอียงไปมากๆหวุดหวิดจวนจะออกไปอย่างนี้ ก็มีบ้างเหมือนกัน มันลืมเสียแล้ว (หัวเราะ) ก็เรียกว่าโชคดี มันเลี้ยวของมันเอง หรือว่าโดยมีอะไรแวดล้อม ทำให้มันเลี้ยวของมันเองอาจารย์ครับ อาจารย์ใช้วิธีซับพลีเมท พลังงานทางเพศหรือเปล่าครับมันเป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่ได้มีแผนการ คือเราทำงานที่เราชอบ หามรุ่งหามค่ำ แล้วพลังงานที่เหลือ ที่รุนแรงทางนั้น มันก็ลด มันก็หมดไปแรงกระตุ้นอยากมีชื่อเสียง อยากให้มีประโยชน์แก่ผู้อื่นที่เขาคอยรอผลงานของเรา อันนี้มันมีมากกว่า นี่ก็เลยทำเสียจนหมดแรง พอเพลียก็หลับไป พอตื่นขึ้นมาก็ทำอีก ไม่มีโอกาสใช้แรงไปทางเพศตรงข้ามเราไม่ได้เจตนาโดยตรง มันเป็นไปเอง เหตุการณ์มันบังคับให้เป็นไปเองคือเราหาอะไรทำให้มันง่วนอยู่กับงาน พอใจในงาน เป็นสุขในงาน มันก็ซับพลีเมทของมันเองเอาแรงทางเพศมาใช้ทางสติปัญญา เอาแรงงานของกิเลสมาใช้เป็นเรื่องของสติปัญญา ต้องมีงานอันหนึ่งซึ่งพอใจ หลงใหลขนาดเป็นนางฟ้า เหมือนกับเรียนพระไตรปิฎก ต้องหลงใหลขนาดเป็นนางฟ้าสมัยหนุ่มๆ เขียนลงในพุทธศาสนา เป็นตอนสั้นๆ ไม่ยาว มีคนชมบ้าง ติบ้าง มันก็สนุก เขียนไปได้ทีนี้อีกทีหนึ่ง ถ้ามันแปลกก็สนุก รู้สึกว่านี้แปลก ไม่เหมือนใครแน่ ถ้ามันซ้ำๆกับคนอื่น มันไม่สนุก เดี๋ยวก็ง่วงนอน ถ้ารู้สึกว่าแปลกแหวกแนวไปแล้ว ก็ต้องฮือฮากันบ้างผมมีสมาชิก 4-5 คน เป็นญาติทั้งนั้น ญาติแก่ๆเขาคอยอ่าน แต่ไม่อ่านเปล่าๆเขาเชียร์ เขามาพูดถึงบทความที่ลงไปแล้วทำนองเชียร์ เราก็นึกสนุกอีกที จะเขียนต่อหรือว่าคนไกลๆเขียนมาเชียร์ มาชม ก็สนุกมาก เราได้จดหมายอยู่บ่อยๆ จดหมายจากที่ไกลๆก็มีสำหรับผมโดยเฉพาะ มันพูดได้ว่า รู้อยู่ว่าสึกออกไป ก็ทำอะไรให้มีประโยชน์ ไม่ว่าแก่ผู้อื่น หรือตัวเองก็ตาม ไม่ได้มากเท่าที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ จะช่วยเพื่อนมนุษย์ ในด้านวัตถุก็ตาม ด้านสติปัญญาก็ตามไม่มีทางช่วยได้เหมือนอยู่ในเพศบรรพชิตถ้ายังอยู่ในเพศนี้ ยังทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้มากๆ เรื่องชื่อเสียงอะไรทำนองนี้ มันต้องมีบ้างตามความรู้สึกของคนธรรมดา แต่มันไม่รุนแรงพูดให้มันสั้นๆ ก็คือ บวชเป็นพระอยู่นี้ ทำอะไรให้เป็นชื่อเสียงแก่ตัวเอง หรือแก่วงศ์ตระกูลของตัวเองได้มากกว่า สึกออกไปมันก็เท่านั้น มันเห็นอยู่แค่นั้น เทียบส่วนกัน ไกลกันร้อยเท่าพันเท่าหมื่นเท่าถ้าตีค่าในด้านที่เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ เดี๋ยวนี้ตีค่าเท่าไหร่ สึกออกไปไม่มีทางทำได้ จะสึกออกไปพิมพ์หนังสือขาย ก็ไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ มีหลายคนสึกออกไปแล้ว เราก็เห็นๆอยู่เขาไปพิมพ์หนังสือขาย แต่ความเคารพในธรรมไม่มี แล้วมันไม่มีใครประพฤติตามเราอยู่เป็นพระ พูดอะไรสักคำหนึ่ง คนยังสนใจ มันจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและเพื่อนมนุษย์วันนี้ ได้แค่สองคำถาม...ก็หมดเนื้อที่คอลัมน์แล้วครับ ผมอ่านคำตอบของอาจารย์ แล้วชื่นใจ เป็นสุขใจ กลบความหดหู่เหงาเศร้ากับข่าวพระสงฆ์อื่นๆได้มากทีเดียวอย่างน้อยก็ได้รู้ว่า พุทธศาสนาเรา ออกจากอาจารย์พุทธทาสแล้ว ยังมีพระดีๆที่เดินแนวทางนี้อีกมากมายและอีกข้อ ข่าวพระอลัชชี ช่วยพิสูจน์พุทธวจน สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ช่วยพิสูจน์ว่านรกสำหรับอลัชชีนั้นมีจริง อย่างน้อยก็ได้เห็นกันจะจะชาตินี้เอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม