ความไม่สงบ ชายแดนภาคใต้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขยายวงไปที่ เมืองท่องเที่ยว ภูเก็ต กระบี่ พังงา จากเหตุพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด (ภาษาราชการ) ซึ่งก็คือเหตุลอบวงระเบิดหลายจุด แม้จะจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยและทำลายวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวได้ แต่ก็ยังรับประกันไม่ได้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นมาอีกแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ ในฐานะ ผอ.กอรมน. ภาค 4 ระบุว่า เหตุลอบวางระเบิดมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการสร้างความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ ได้รับคำสั่งจากแกนนำของขบวนการที่อยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ให้มีการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ ในขณะที่ ภูมิธรรม เวชยชัย ยังแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ยังสรุปไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ทั้งที่หลักฐานชัดเจนจากการรับสารภาพของคนร้ายที่จับได้จำนวน 2 ราย รับว่าได้มีการลอบวางระเบิดตามจุดต่างๆในหลายจังหวัดภาคใต้ เช่น ที่ท่าอากาศยาน จ.ภูเก็ต แหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต หาดสุรินทร์จ.ภูเก็ต หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ยังพบการลอบวางวัตถุระเบิดในวันต่อมาที่ บริเวณหน้าป้ายจวนผู้ว่าฯพังงา เป็นระเบิดต่อวงจรที่สามารถใช้งานได้จริง มีรัศมีทำลาย 10 เมตร วันเดียวกันก็ยังพบวัตถุระเบิดบริเวณประภาคารสะพานสารสิน เชื่อมระหว่างพังงากับภูเก็ตซึ่งไม่รวมกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นเป็นรายวันใน 3 จังหวัด ยะลา นราธิวาส และปัตตานีเป็นการส่งสัญญาณว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ไม่ประสบความสำเร็จยังย่ำเท้าอยู่กับปัญหาเดิมๆ ซึ่งต้องย้ำว่าเป็นการส่งสัญญาณเท่านั้น ความหมายก็คือ ยังไม่เอาจริง ไม่ประสงค์ต่อชีวิตของพลเรือน แต่สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพและขีดความสามารถของหน่วยงานความมั่นคงล้มเหลวแค่ไหนและสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้แค่ไหนผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่าง เมียนมา กับกองกำลังชาติพันธุ์ ซึ่งอยู่ตามบริเวณชายแดนของประเทศ กระทบถึงความมั่นคงและเศรษฐกิจของไทยมาเป็นเวลาช้านาน นับวันจะรุนแรงมากขึ้น ที่ประเทศไทยหนีไม่พ้นกับการรับมือจากการอพยพของพลเรือนทั้งสองฝ่ายที่มาอาศัยตามแนวชายแดน นอกจากภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และบ่อนพนันที่อยู่บริเวณตะเข็บชายแดนล่าสุด ความขัดแย้งระหว่าง ไทย–กัมพูชา ส่วนตัวส่วนรวมแยกกันไม่ออก ไม่ใช่กระทบกับความมั่นคงตามแนวชายแดนเท่านั้น แต่กระทบถึง เสถียรภาพรัฐบาลโดยตรง แค่คลิประหว่าง ลุงฮุน เซน กับ นายกฯแพทองธาร ก็หนักหนาสาหัส ถ้ามีคลิปที่พาดพิงถึงสถาบันของประเทศ ออกมาอีกระลอก ยิ่งกว่าคำตัดสินของ ศาลรัฐธรรมนูญ คงไม่ใช่แค่ยุติการปฏิบัติหน้าที่ หรือถูกตัดสิทธิทางการเมืองแค่นั้นพลังของมวลชนที่เห็นและเป็นไปคงไม่ใช่มาเล่นๆตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาจนถึงรัฐบาลแพทองธาร คนไล่ก็กลุ่มคนเดียวกันคนถูกไล่ก็กลุ่มคนเดียวกัน ลุ้นแค่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเหมือนกันหรือไม่.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม