ปรับ ครม.อึมครึม “นายกฯ อิ๊งค์” หลบสื่อเลี่ยงตอบปมร้อนเขย่า ครม. ทวงคืน มท.กับข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา “ภูมิธรรม” บอกไม่มี รมต.คนใดหวั่นไหวข่าวปรับ ครม. รอนายกฯพิจารณา “ประเสริฐ” เด้งเชือดคลั่ง มท.1 ข่าวสะพัดหึ่ง ภูมิใจไทย รับเงื่อนไข เพื่อไทยแนะปรับใหญ่ทั้งคณะเรียกความเชื่อมั่น “อนุทิน” โต้ข่าวข้ามประเทศ บอกงงข่าวเต้า ลั่นเรื่องนี้ หัวหน้าพรรคพูดได้คนเดียว ยันยังไม่มีการพูดคุยกับนายกฯหรือแกนนำเพื่อไทย แค่แจ้งลานายกฯกับเลขาฯนายกฯมาประชุมภัยพิบัติโลกที่ “สวิส” ขอผู้ไม่หวังดีหยุดปล่อยข่าวป่วน “เสี่ยเฮ้ง” รุกคืบตั้งวงจิบกาแฟ สส.ใต้ รับแมนๆพรรคอาจไม่เหมาะกับบางกลุ่ม นักการเมืองต้องมองทิศทางเดินข้างหน้า ขอจากกันด้วยดี ไม่ทะเลาะ “ขิง” บอกพรรคยังไม่แตก เชื่อพูดคุยกันได้ ป้อง “พีระพันธุ์” สู้ได้แจงจบกรณีถูกร้อง ป.ป.ช. โฆษก ทบ.โต้ข่าวเท็จทหารไทยส่งโดรนสอดแนมฝั่งกัมพูชาสังคมจับจ้องประเด็นร้อนที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ทั้งกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยพุ่งเป้าทวงคืนกระทรวงมหาดไทยจากพรรคภูมิใจ (ภท.) มาคุมเองและปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่มีการรุกล้ำพื้นที่อ้างสิทธิบริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจและความรับผิดชอบโดยตรง หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของสื่อมวลชนในเรื่องดังกล่าวนายกฯหลบสื่อเลี่ยงตอบปมร้อนเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 มิ.ย.ที่บริเวณท้องสนามหลวง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมคู่สมรส ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผบ.ตร. หัวหน้าส่วนราชการ ระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัด กทม.ร่วมตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568 จากนั้นนายกฯได้เดินทักทายผู้มาร่วมงาน ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์นายกฯ ทั้งประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่มีการรุกล้ำพื้นที่อ้างสิทธิบริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี แต่นายกฯได้เดินเลี่ยงจุดที่สื่อมวลชนรอสัมภาษณ์ รวมถึงเลื่อนจุดขึ้นรถ เดินไปออกอีกทางหนึ่ง สื่อมวลชนพยายามตามไปสอบถาม นายกฯเพียงส่งยิ้มแต่ไม่ตอบคำถาม แล้วก้าวขึ้นรถไปทันที“ภูมิธรรม” ชี้ รมต.ไม่มีใครหวั่นไหวนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งสัญญาณการปรับ ครม.ให้ทราบแล้วหรือยังว่า ยังไม่มีเลย เห็นแต่ในสื่อ ทุกคนไม่มีใครมีปัญหา ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ อยู่ที่นายกฯตัดสินใจอย่างไรก็อย่างนั้น เมื่อถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่กระทรวงมหาดไทยต้องมาอยู่กับพรรค พท. นายภูมิธรรมกล่าวว่า รอให้นายกฯ พิจารณา เมื่อถามว่ากระแสข่าวการปรับ ครม.ที่เกิดขึ้นบั่นทอนจิตใจรัฐมนตรี และทำให้ข้าราชการเกียร์ว่างหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่เห็นว่ารัฐมนตรีแต่ละท่านหวั่นไหว เมื่อสักครู่เจอรัฐมนตรีในงานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย. ยังไม่มีใครรับรู้เรื่องการปรับ ครม.อะไรทั้งสิ้น ส่วนเรื่องเกียร์ว่าง เชื่อในเกียรติของข้าราชการประจำที่มีหน้าที่ทำงานแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ดูแลประเทศชาติอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ ไม่มีอะไร“ประเสริฐ” ปัดข่าวคั่วเก้าอี้ มท.1นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกระแสนายกรัฐมนตรีจะปรับ ครม. โดยนายประเสริฐจะได้ไปนั่งเป็น รมว.มหาดไทย ว่า นายกฯยังไม่ได้แจ้ง ไม่มีอะไร เมื่อถามว่านายกฯได้มีการพูดเรื่องการปรับ ครม. และระยะเวลาที่จะปรับกับสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ยังไม่มี สถานการณ์ตอนนี้ยังปกติอยู่ เมื่อถามว่าหากมีการปรับไปนั่ง รมว.มหาดไทย พร้อมหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า จริงๆแล้วนั่งตรงไหนก็ทำงานได้ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยอยากได้เก้าอี้ รมว.มหาดไทย อย่างที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพูดหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับนายกฯ เพราะท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาลไม่รู้กฤษฎีกาเบรกพนันออนไลน์เมื่อถามว่ามีข่าวว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่อนุญาตให้ รมว.มหาดไทยออกกฎหมายระดับกฎกระทรวงหรือ พ.ร.ฎ.เกี่ยวกับการพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย นายประเสริฐกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในการทำงาน 3 หน่วยงานคือมหาดไทย ดีอี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอกลับไปดูความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนจะสรุป เพราะยังไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ เมื่อถามอีกว่าใช่ประเด็นนี้หรือไม่ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มองว่ากระทรวงมหาดไทยทำงานไม่สุด และอยากให้พรรค พท. เข้าไปกำกับดูแลแทน นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่ทราบหึ่งภูมิใจไทยรับเงื่อนไขพร้อมเสนอเพื่อไทยปรับใหญ่ ครม.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันมีกระแสข่าวว่าแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ประสานแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้พิจารณาปรับ ครม. โดยแกนนำพรรค ภท.ยืนยันแล้วว่า ขณะนี้พรรค ภท. ยังไม่มีแนวคิดปรับ ครม.ในสัดส่วนของพรรค ภท. แต่หากเป็นความต้องการของนายกฯ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นรัฐบาล จำเป็นต้องปรับ ครม. ให้การทำงานแก้ปัญหาของประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาลก็ควรปรับ ครม.ใหญ่ทั้งคณะ เปิดโอกาสให้นายกฯและทุกพรรคได้ปรับเปลี่ยนบุคคลมาดำรงตำแหน่ง หรือหากจะปรับเปลี่ยนกระทรวงที่รับผิดชอบให้ตรงกับนโยบายหลักของพรรค เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และแก้ปัญหาของประเทศได้มากที่สุด “ในส่วนของผู้บริหารพรรค ภท.ได้พิจารณาสถานการณ์รัฐบาล และการบริหารประเทศ ที่มีปัญหาวิกฤติหลายด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหายาเสพติด และปัญหาความมั่นคง การกระทบ กระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งชายแดนกัมพูชา ชายแดนพม่า โดยรัฐบาลควรแก้ปัญหาเหล่านี้ก่อน ไม่ควรนำปัญหาการเมืองมาซ้ำเติมสถานการณ์อีก ไม่ควรปรับเพื่อแก้ปัญหาการเมืองในรัฐบาล หรือชิงความได้เปรียบ เสียเปรียบ ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า ที่เป็นประโยชน์ของพรรคการเมืองมากกว่าประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ ผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงานของพรรค ภท. แจ้งว่าจะนำข้อเสนอของพรรค ภท.ไปแจ้งให้นายกฯรับทราบ และพิจารณา คาดนายกฯจะเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล พูดคุยให้ได้ข้อสรุปก่อนพิจารณาปรับ ครม.ภายในเดือน มิ.ย.นี้” รายงานข่าวระบุ“อนุทิน” ถกเวทีโลกรับมือภัยพิบัติสำหรับความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อยู่่ระหว่างนำคณะผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Global Platform for Disaster Risk Reduction หรือจีพี 2025) ครั้งที่ 8 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ตั้งแต่วันที่ 3-6 มิ.ย. ตลอดภารกิจมีการประชุมเต็มคณะร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หารือโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี มุ่งหมายให้ทุกประเทศร่วมมือเสริมสร้างภูมิคุมกันต่อภัยพิบัติ โดยเตรียมความพร้อม ส่งเสริมขั้นตอนการปฏิบัติล่วงหน้าก่อนเกิดภัย การลดความเสี่ยง และการรู้เท่าทันปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาเป็นงงข่าวภูมิใจไทยรับข้อเสนอเพื่อไทยเมื่อเวลา 18.30 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงกรณีที่มีการรายงานข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับแจ้งกรณีพรรค พท.ขอปรับ ครม. โดยยื่นข้อเสนอกลับไปให้นายกฯปรับใหญ่ รื้อใหม่หมดทุกกระทรวงว่า ยืนยันว่า ยังไม่เคยมีการพูดกับนายกฯหรือแกนนำพรรค พท. มั่นใจว่ามีคนเต้าข่าวแน่นอน ในพรรค ภท. เรื่องแบบนี้หัวหน้าพรรคพูดได้คนเดียว ขณะนี้ตนเดินทางมาประชุมอยู่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โดยได้แจ้งลา นายกฯเมื่อตอนพบที่วัดพระแก้ว และแจ้งลาประชุมเรื่องชายแดนกับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯด้วยวาจาเรียบร้อย ไม่ได้พูดเรื่องปรับ ครม. ทั้งนี้ ได้แจ้งให้โฆษกพรรค ภท.แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ทราบข้อเท็จจริงในวันที่ 4 มิ.ย.มาประชุมอุบัติภัยขอปลอดการเมือง“ผมยืนยันว่าความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรือความขัดแย้งใดๆ ขอสื่อขาประจำและผู้ไม่ค่อยหวังดี หยุดสร้างความปั่นป่วน ยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีกับนายกฯ ระหว่างนี้ขอมาประชุมที่ต่างประเทศอย่างมีสมาธิที่ดี เพราะเป็นการประชุมเกี่ยวกับเรื่องอุบัติภัย ร่วมการประชุมระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Global Platform for Disaster Risk Reduction หรือจีพี 2025) ครั้งที่ 8 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เป็นการประชุมเกี่ยวกับเรื่องอุบัติภัย เดินทางทำงานในต่างประเทศ มาแสวงหาความร่วมมือจากนานาชาติ เวลาเกิดอุบัติภัยขึ้นภายในประเทศ เราจะได้ระดมพลังช่วยเหลือประชาชน ขอปลอดเรื่องการเมืองตลอดสัปดาห์นี้” นายอนุทินกล่าว“เฮ้ง” ดื่มกาแฟ สส.ใต้เขย่า รทสช.อีกผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปรากฏภาพการนัดรับประทานอาหารของ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) บางส่วน นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค รทสช.ท่ามกลางกระแสข่าวว่าการเลือกตั้งครั้งหน้านายสุชาติอาจไปร่วมงานกับพรรคโอกาสใหม่ ล่าสุดมีภาพนายสุชาติร่วมดื่มกาแฟกับ สส.ภาคใต้ของพรรค รทสช. มีนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ 3 สส.ชุมพร นายวิชัย สุดสวาสดิ์ เขต 1 นายสันต์ แซ่ตั้ง สส.เขต 2 นายสุพล จุลใส เขต 3 และ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส. เขต 10 นครศรีธรรมราช ที่ร้านกาแฟย่านถนนวิทยุ เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 2 มิ.ย. เป็นที่น่าสังเกตว่า สส.กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าร่วมวงทานอาหารในครั้งแรก วันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา และทั้งหมดเป็น สส.ภาคใต้ ฐานคะแนนสำคัญพรรค รทสช.โดยเฉพาะ จ.ชุมพร มาทั้ง 3 เขต“ขิง” บอกพรรคยังไม่แตกเชื่อคุยกันได้ที่ท้องสนามหลวง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เลขาธิการพรรค รทสช.ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความแตกแยกภายในพรรคว่า เดี๋ยวต้องไปคุยกัน ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้ตนกับ สส.ส่วนใหญ่คุยกันตลอดเวลา ปัญหาทุกอย่างคุยกันได้ เมื่อถามว่า พรรค รทสช.ยังอยู่กันแน่นหรือแตกแล้ว นายเอกนัฏกล่าวว่า ยังอยู่กัน ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพ สส.พรรคร่วมทานข้าวกับนายสุชาติ สส.ได้มาบอกกับตนว่าแค่ไปทานข้าวกันเฉยๆ หรืออย่างก่อนหน้านี้มีการปล่อยข่าวว่าจะมีคนย้ายออกจากพรรค หลายคนออกมาปฏิเสธแล้ว คิดว่าเป็นการเข้าใจผิด เรื่องนี้ทุกพรรคถือว่าเป็นเรื่องปกติ อาจมีสิ่งที่คาใจหรือมีปัญหากันบ้าง แต่เราเปิดรับฟังอยู่แล้วปัดแก้ข้อบังคับขับออกใช้ข่มขู่เมื่อถามว่า ที่พรรค รทสช.แก้ข้อบังคับเรื่องการพ้นสมาชิกภาพ จากการสร้างความขัดแย้งหมายถึงนายสุชาติใช่หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า การแก้ข้อบังคับทำมาตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.แล้ว ตั้งแต่การประชุมใหญ่พรรค เป็นการปรับแก้ให้ตรงกับรัฐธรรมนูญ คงไม่ได้ไปแก้เพราะรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อถามว่า เป็นการแก้เพื่อขู่อีกฝ่ายหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ไม่ ยืนยันว่าไม่ได้มีนัยอะไรทั้งสิ้น เพราะการประชุมใหญ่ทุกปีมีการแก้ข้อบังคับพรรค เพราะข้อบังคับบางตัวยังไม่มีความชัดเจน เมื่อถามว่ามีการเคลียร์ใจกับนายสุชาติแล้วหรือยัง นายเอกนัฏกล่าวว่า ยังเลย แต่วันนี้ไม่แน่ เพราะอาจจะได้เจอยังมั่นใจ “พีระพันธุ์” สู้ได้แจงได้เมื่อถามถึงกระแสกดดันนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรค รทสช.ให้ออกจากตำแหน่ง นายเอกนัฏกล่าวว่า ตำแหน่งของนายพีระพันธุ์อยู่สูง จึงต้องมีแรงกดดันเป็นธรรมดา เพราะการทำงานต้องประสบกับความท้าทาย เชื่อว่านายพีระพันธุ์เจอกับปัญหา แต่ท่านไม่ค่อยพูด เป็นคนที่สู้งานอย่างเดียว ส่วนคดีถุงยังชีพที่อยู่ในชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เชื่อว่านายพีระพันธุ์ชี้แจงได้หมดและพร้อมไปชี้แจงกับ ป.ป.ช.“เฮ้ง” รับต้องมองทิศทางข้างหน้าด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค รทสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลียร์ใจกับเลขาธิการพรรค รทสช.ว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร เป็นเอกสิทธิ์แต่ละคนอยู่แล้ว แต่ยืนยันทุกอย่างตนให้เกียรติ เพราะอาศัยบ้านเขาอยู่ ส่วนข้อบังคับพรรคว่ากันไปตามระเบียบ ไม่ได้ซีเรียส สื่อมวลชนถามเรื่องทานอาหารกับ สส.พรรค ต้องพูดความจริง ต้องยอมรับว่าพรรคก็ดีสำหรับบางคนบางกลุ่ม แต่บริบทอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับบางกลุ่ม ต้องขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ แต่เราต้องมองทิศทางของเราต่อไป เมื่อถามถึงกรณีมีคนในพรรคระบุว่าหากไม่มีใจแล้วขอให้ลาออก นายสุชาติกล่าวว่า มีคนออกมาพูดถึงข้อบังคับพรรคแล้ว ตนพร้อมจะยอมรับ แต่สิ่งหนึ่งมองว่าเขาน่าจะมองสิ่งที่ดีต่อกันที่เคยมีมาขอจากกันด้วยดี ไม่ทะเลาะกันนายสุชาติกล่าวว่า ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้ไปดีลอะไรกับใคร เพราะเรามีมารยาทพอ ส่วนตัวนั้นมีสิทธิที่จะคุยกับ สส.ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป และยืนยันภาพไม่ได้หลุดจากตน และการกินข้าวกับสส.กินกันมา 5-6 เดือนแล้ว คบกันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งปี 62 ขอถามว่าไม่สามารถคุยกับใครได้เลยหรือ ต้องคุยกันเรื่องทิศทางบ้านเมือง ทราบกันดีมาอยู่ตรงนี้ตนทำเพื่อใคร และภารกิจส่วนนั้นจบสิ้นแล้วตั้งแต่ปี 62 เหมือนการตามผู้มีพระคุณมา แล้ววันหนึ่งต้องตัดสินใจด้วยตนเอง เมื่อถามว่าชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ว่าใจไม่อยู่กับพรรคปัจจุบันแล้ว นายสุชาติกล่าวว่า ต้องมองไปข้างหน้า แต่เราจะไม่จากด้วยการทะเลาะกัน จากกันด้วยดี แต่อะไรที่ทำให้ไม่สบายใจ ผิดข้อบังคับหรือผิดระเบียบ ต้องยอมรับความเป็นจริง เพราะตนเป็นลูกผู้ชาย การเมืองต้องคิดยาวๆ และต้องมองหาพรรคการเมืองที่มีแนวคิดตรงกัน การเมืองมีเข้ามีออกเป็นปกติ พรรคที่ตนสังกัดอยู่สมัยก่อนไม่มี สส.สักคน เลือกตั้งปี 66 สส.มาจากพรรคไหน สื่อมวลชนรู้อยู่ พาแม่น้ำหลายๆ สายมารวมกับแม่น้ำสายใหญ่ หากวันหนึ่งแม่น้ำสายหนึ่งที่ไม่มีน้ำ การจะไปหมุนเวียนรวมกับสายอื่นเป็นเรื่องปกติ ส่วนที่มีชื่ออยู่ในการปรับ ครม.รอบหน้า ไม่ทราบ ไม่สามารถไปก้าวล่วงอำนาจนายกฯได้ ขอคุยกันทีละสเตป“สหัสวัต” เล็งยื่นสอบ “สุชาติ”นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน (ปชน.)กล่าวถึงการติดตามตรวจสอบกรณีสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดซื้ออาคาร SKYY9 วงเงิน 7,000 ล้านบาทในช่วงที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน ว่า จากข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้อง การอภิปรายในสภาฯและการทำงานร่วมกับทีมตรวจสอบ พบว่ามีประเด็นควรตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบเพิ่มเติมหลายจุด เช่น กระบวนการอนุมัติค่อนข้างเร่งด่วน ราคาจัดซื้ออาจสูงเกินกว่าราคาตลาดในพื้นที่ใกล้เคียง การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะยังไม่เพียงพอ และข้อสงสัยขั้นตอนการเสนอขายที่ควรตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ จัดซื้อดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับเงินของผู้ประกันตนวัตถุประสงค์เพื่อดูแลสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น การรักษาพยาบาล การว่างงาน ไม่ใช่เพื่อการลงทุนที่อาจขาดความโปร่งใสหรือมีความเสี่ยงต่อความเสียหายของกองทุน หลังจากที่อภิปรายเรื่องนี้ในรัฐสภา พร้อมเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ นายสุชาติยื่นฟ้องตนและรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรค ปชน.กล่าวหาหมิ่นประมาทและเรียกร้องค่าเสียหาย 50 ล้านบาทตรวจสอบขั้นตอนจัดซื้ออาคาร SKYY9นายสหัสวัตกล่าวว่า การตั้งคำถามและการตรวจสอบกระบวนการใช้งบฯของหน่วยงานภาครัฐรวมถึงทรัพย์สินประชาชน เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของผู้แทนฯ และมุ่งเน้นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือเพื่อพุ่งเป้าทำลายใครเป็นการส่วนตัว จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการทุกขั้นตอน ระบบประกันสังคมไทยกำลังเผชิญปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งหนี้สะสมที่ภาครัฐค้างจ่ายกองทุน และข้อกังวลด้านธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ หากไม่มีการตรวจสอบที่รอบคอบและโปร่งใส อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิของผู้ประกันตนในอนาคตกมธ.กาสิโนเชิญ “อภิสิทธิ์” ชี้แจงผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ วุฒิสภา ที่มี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว.เป็นประธาน วันที่ 5 มิ.ย.ได้เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เข้าชี้แจงและให้ความเห็นต่อที่ประชุมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามแนวคิดของรัฐบาลต่อการยกร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทน เมนต์คอมเพล็กซ์ ที่เสนอต่อสภาฯ รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการ“ภูมิธรรม” ย้ำยึดสันติเลี่ยงความรุนแรงเมื่อเวลา 08.00 น. ที่ท้องสนามหลวง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงจุดยืนของไทยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า จุดยืนตนยึดมั่นแนวทางแก้ไขแบบสันติวิธี หลีกเลี่ยงความรุนแรง ยึดมั่นในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประชาชน ที่ผ่านมาพยายามหาช่องทางเจรจาเพื่อหาทางยุติได้อย่างสงบ แต่ไม่ประมาท ประสานงานอย่างทั่วถึงกับกองทัพ กองทัพภาค ผบ.ทบ. กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ ในแง่กองทัพเราเตรียมความพร้อมเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศ เท่าที่ตรวจดูรายละเอียดมีการวางกำลังที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศได้โดยมั่นใจ เรื่องการเจรจาเราได้พูดคุยกันมาตลอด ทั้งกระทรวงกลาโหม กองทัพและกระทรวงการต่างประเทศว่าสิ่งที่เราอยากแก้ไขปัญหา ต้องคุยกันภายในให้เป็นเอกภาพ วันที่ 2 มิ.ย. พูดคุยกันตลอดทั้งวัน สิ่งสำคัญคือเราจะใช้มาตรการใช้ความรุนแรงหรือสงครามหรือไม่ เป็นมาตรการสุดท้าย หลังการแก้ไขวิกฤติต่างๆไม่สามารถเดินได้ ขณะนี้กำลังเริ่มต้นเจรจา โดยยึดบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ.2543 (MOU 2543) และกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) แก้ไขปัญหาให้มั่นใจสงครามเป็นบรรทัดสุดท้ายนายภูมิธรรมกล่าวว่า อยากทำความเข้าใจว่าเราไม่มีการสั่งปิดด่านชายแดน หรือมีการสั่งให้ปิดหรือเปิด ไม่ได้ขัดแย้งกันเรื่องนี้ การปิดด่านเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะยกระดับการพูดคุย และตรงบริเวณด่านชายแดนยังไม่มีการวางกำลัง แต่เราได้เตรียมความพร้อมเอาไว้ การปิดด่านเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องอยู่กับสถานการณ์ที่เป็นจริง และต้องเห็นตรงกันทั้ง 3 ฝ่าย ขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤติ จะมีความเห็นและอารมณ์ มีเหตุผลปะปนกันไป แต่ทั้ง 3 หน่วยงานพูดคุยกันตลอด ถึงแม้ต่างคนมีมุมมองต่างกัน เราไม่อาจปล่อยให้การยกระดับต่างๆ ตามอำเภอใจ แต่ถ้าต่างฝ่ายเห็นตรงกันว่าเป็นการเจรจา มาถึงขั้นต้องปิดด่านก็ต้องปิดด่าน ยืนยันว่าการตัดสินใจไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่ง ยืนยันความเป็นเอกภาพ ขอให้มั่นใจว่าหากมาถึงจุดสุดท้าย เราจะใช้สงครามเป็นบรรทัดสุดท้าย ถ้าไปต่อไม่ได้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ไม่ใช่แค่อารมณ์ว่าอยากให้ทำอะไร ต้องคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็น หากยกระดับถึงขั้นสุดท้ายเป็นสงคราม คงไม่มีใครปรารถนา ถึงแม้แนวหน้าทั้งทหารและประชาชนพร้อมปกป้องประเทศ แต่เราต้องคำนึงถึงชีวิตและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราหลีกเลี่ยงได้มากที่สุดเราจะต้องหลีกเลี่ยงการพูดเชิงอารมณ์ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้เมื่อถามว่ากรณีที่กัมพูชาเตรียมหยิบยกพื้นที่อ้างสิทธิสามเหลี่ยมมรกตขึ้นสู่ศาลโลก ไทยเตรียมความพร้อมเรื่องนี้อย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้ต่างฝ่ายจะพูดอะไรก็ได้ แต่กระบวนการเจรจาเป็นไปตามขั้นตอน การพูดในเชิงอารมณ์หรือความรู้สึกของแต่ละบุคคล ไม่อาจเป็นหลักฐานไปใช้ในระดับต่างๆได้ หัวใจสำคัญ คือการเอาข้อเท็จจริงมาพูดคุยกันว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร ถ้าการเจรจามันจบ ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นก็ไม่มีอะไรเพื่อไทยแจ้งจับคนโพสต์ข่าวเท็จปลด มทภ.2นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเผยแพร่ข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่าจะมีการปลดแม่ทัพภาค 2 กรณีเหตุความรุนแรงระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง วันที่ 4 มิ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จะไปพบแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อวางนโยบายปกป้องผืนแผ่นดินไทย คนปล่อยข่าวเท็จสิ้นคิด มีเจตนาขายชาติบ้านเมือง เพราะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม เป็นพฤติกรรมจิตใจต่ำทราม สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน ในสภาวะวิกฤติประเด็นอ่อนไหวระหว่างประเทศ วันที่ 4 มิ.ย. จะประสานให้ฝ่ายกฎหมายพรรค พท.ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จคนแรก มีความผิดนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หากยังแชร์ข้อมูลต่อ จะดำเนินคดีผู้ส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จต่อไปด้วย เนื่องจากทำให้ประเทศชาติเสียหาย“บิ๊กอ้วน” ยันไม่ปลดชมทำงานดีช่วงค่ำ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พูดคุยเรื่องนี้มาตลอด อำนาจสูงสุดเสนอที่จะปิดด่านหรือไม่อยู่ที่ สมช.แต่ถือเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่นำมาใช้ ต้องเริ่มจากเบาไปหาหนัก หนทางดีที่สุดยึดเอ็มโอยู 2543 เป็นหนทางเริ่มต้นเจรจาดีที่สุด ส่วนกองทัพภาคที่ 2 เจ้าของพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้น หากเหตุการณ์รุนแรงต้องปกป้องอธิปไตย ที่ผ่านมากองทัพภาคที่ 2 ยังอยู่ในกรอบ ต้องเห็นใจกองทัพภาคที่ 2 อะไรที่นำไปสู่ความรุนแรงต้องคิดให้รอบคอบและเป็นสิ่งสุดท้าย อย่านำเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมืองเพื่อเอาชนะกันถกเจบีซี 14 มิ.ย.ที่กรุงพนมเปญ “วันนี้ต้องรวมพลังช่วยกันดู ทหารกับเราไม่มีปัญหาอะไรกัน วันที่ 4 มิ.ย. จะลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน รัฐบาลยึดมั่นในเขตแดนและอธิปไตยเต็มที่ ยืนยันไม่มีการปลด พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 จะปลดไป ทำไม ท่านทำงานตามหน้าที่อย่างดีอยู่แล้ว ส่วนรูปสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกฯกัมพูชา ลูบหัว ไปดูให้ดีว่า ใช้เอไอทำ พยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรงจะมีการ ประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมหรือเจบีซีไทย-กัมพูชา วันที่ 14 มิ.ย.ที่กรุงพนมเปญ” รมว.กลาโหมกล่าว“อนุทิน” กำชับ ผวจ.ชายแดนดูแล ปชช.วันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา ที่ชายแดนช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ส่งผลให้ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่อื่นๆต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้นด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มท.ได้กำชับไปยัง ผวจ.ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียงดำเนินการภารกิจการดูแลความมั่นคงภายใน ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลความปลอดภัยประชาชน ล่าสุดมีรายงานจากพื้นที่มาว่า ผวจ.จัดประชุมเตรียมพร้อมร่วมกับนายอำเภอ และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับกรณีสถานการณ์มีความรุนแรงจนกระทบความปลอดภัยกับประชาชน ทั้งที่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยง ชี้แจงแผนอพยพประชาชน กำหนดจุดรวมพล จุดพักพิงในพื้นที่ปลอดภัย มท.เตรียมพร้อมทั้งหมด อย่าหลงเชื่อข่าวลือใดๆมทภ.2 ตรวจฐานภูมะเขือป้องอธิปไตยที่ภูมะเขือ ตำบลหนามแท่ง อำเภอโพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการภูมะเขือ เพื่อให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บนฐานปฏิบัติการภูมะเขือ โดย พล.ท.บุญสินกล่าวให้กำลังใจทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา การปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราเป็นการทำหน้าที่เพื่อรักษาอธิปไตยมิให้ใครมารุกราน ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้ส่งกำลังใจมาให้พวกเราที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ตามแนวชายแดน ให้มีขวัญและกำลังใจที่ดี ปฏิบัติภารกิจสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จลุล่วง โดยมีพี่น้องประชาชนได้มอบรถไถให้กับทางทหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามชายแดนโฆษก ทบ.โต้ส่งโดรนสอดแนมรุกล้ำพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักข่าวกัมพูชารายงาน อ้างรายงานจากชายแดนบ่ายวันที่ 2 มิ.ย. ว่า ทหารกัมพูชาที่ประจำอยู่แนวหน้าใน จ.พระวิหาร สกัดโดรนที่บินรุกล้ำน่านฟ้าประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ลาดตระเวน ประเมินเบื้องต้นชี้ว่าทหารไทยส่งโดรนดังกล่าวเข้ามารวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับการเคลื่อนกำลังพลและอาวุธของกองทัพกัมพูชาว่า ไม่จริง การใช้โดรนปัจจุบันถือเป็นเรื่องปกติ การใช้โดรนในพื้นที่ดังกล่าว ต่างฝ่ายใช้กันทั้งไทยและกัมพูชา พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน ยังไม่มีการแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน การใช้โดรนจึงไม่สามารถรู้ได้ว่ารุกล้ำเขตแดนของใครหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไทยเราไม่มีการส่งโดรนเข้าไปและโดรนดังกล่าวไม่ใช่ของไทย การเคลื่อนกำลังพลหรืออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพกัมพูชา มีให้เห็นผ่านโซเชียลมีเดียเต็มว่อนไปหมด ไม่จำเป็นต้องใช้โดรนข่าวสารจากฝั่งกัมพูชาช่วงนี้ ขอให้ตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ส่วนใหญ่เป็นข่าวไม่จริง“ลิซ่า” ฉะ “อิ๊งค์” เป็นแค่ปลัดประเทศน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.)โพสต์ผ่าน X แชร์ข่าวนายกฯไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ไม่รู้คำตอบ ไม่มั่นใจ ท่านควรเตรียมตัวมา ประเมินได้อยู่แล้วว่าสื่อจะถามอะไร การไม่ตอบคำถามสื่อ ผลลัพธ์ไม่ใช่ว่าสื่อไม่ได้ข่าว แต่การที่นายกฯไม่ตอบสื่อ คือการทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม คนเป็นผู้นำต้องมีคำตอบ แนวทางและทางออก ทุกปัญหามีเจ้ากระทรวง มีรองนายกฯรับผิดชอบก็จริง แต่คนเป็นนายกฯจะเลี่ยงไม่พูดประเด็นปัญหาเลยไม่ได้ ถามกันตรงๆทุกวันนี้คิดว่าประชาชนรู้สึกว่าประเทศนี้มีนายกฯชื่อแพทองธารมั้ย หากยังสร้างความเชื่อมั่นอะไรไม่ได้แบบนี้สุดท้ายบทบาท ท่านก็แค่ปลัดประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่