3 ผู้อาวุโสรัฐบาลชักแถวชูเสถียร ภาพรัฐบาลปี 2568 มั่นคง “ชวน” ประเมินเส้นทางรัฐบาลราบรื่น หยัน 173 เสียง ฝ่ายค้านไม่อันตรายพอเปลี่ยนการเมืองได้ “สุวัจน์” โอ่โครงสร้างรัฐบาลเข้มแข็ง แม้พรรคร่วมรัฐบาลเห็นต่าง แต่ไม่ใช่ความขัดแย้ง เตือนอย่าประมาทศึกซักฟอก “สมศักดิ์” ให้จับตาอีก 2 ปี รัฐบาลรอวันยิ่งใหญ่ เพื่อไทยไม่เสียขวัญ ผลนิด้าโพลโชว์แต้ม “แพทองธาร” ร่วง โต้แค่ธรรมชาติผลโพลมีทั้งนำและตาม หวังใช้เป็นตัวกระตุ้นเร่งเครื่องปั่นผลงาน “โรม” เย้ยรัฐบาลดีแต่พูด โม้ปราบยาเสพติดใน 6 เดือน โอ่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีเรื่องให้ขยี้หลายซีรีส์ กลัวมีเวลา ไม่พอให้พูดภายใต้สถานการณ์การเมืองปี 2568 ที่รัฐบาลต้องเผชิญอุปสรรคและแรงเสียดทานทางการเมืองหลายด้าน แต่ 2 ผู้อาวุโสรัฐบาลอย่างนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา ยังประเมินเส้นทางรัฐบาลปี 2568 ยังมีความราบรื่น เสถียรภาพรัฐบาลแข็งแกร่ง“ชวน” ทายปี 68 รัฐบาลราบรื่นเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การเมือง ปี 2568 ว่า เสถียรภาพการเมืองยังปกติ ภาพรวมตัวเลข สส.ในสภาฯขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงข้างมาก 322 คน ไม่มีปัญหา ไม่มีวี่แววเปลี่ยนแปลงเสียงข้างมาก พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีทีท่าถอนตัวร่วมรัฐบาล แม้จะกระทบกระทั่งกันบ้าง ขณะที่พรรคฝ่ายค้านมี 173 เสียง ไม่มีอันตรายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การตรวจสอบรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการไปตรวจสอบคนอื่น ตัวเองต้องไม่มีแผล บางพรรคเป็นฝ่ายค้านไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เต็มที่ เพราะตัวเองมีสิ่งที่ผูกขาอยู่ สิ่งที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุ สส.ชุดนี้ไม่มีสภาล่ม แต่ไม่บอก เหตุผล ตนจะบอกว่า สภาฯต่อไปนี้จะไม่ล่ม คุยกับ สส.บางคนบอกว่า สส.ถูกควบคุมด้วยเงื่อนไข ถ้าใครไม่มาลงมติ จะถูกปรับเงินที่พรรคต้นสังกัดให้มาต่างหาก ถูกปรับครั้งละ 2 หมื่นบาทเชื่อหาใบเสร็จมัดทุจริตยากนายชวนกล่าวว่า ส่วนประเด็นร้อนเขย่ารัฐบาล เช่น ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เชื่อว่า สภาสามารถตรวจสอบรัฐบาลได้ในขอบเขตเท่านั้น แต่จะหวังตรวจสอบถึงขั้นหานักการเมืองทุจริต โกงกิน แบ่งเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องยาก ฝ่ายตรวจสอบภายนอก อาทิ สื่อมวลชนเจอปัญหาธุรกิจการเมืองลุกลาม คนร้องเรียนต้องกล้าเหมือนกรณี 40 สว.ร้องเรียนคุณสมบัตินายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายก รัฐมนตรี จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาลอย่าประมาทนักร้องเรียน บางครั้งนักการเมืองมีข้อมูลน้อยกว่านักร้องเรียน รัฐบาลปัจจุบันมาจากฝ่ายค้านชุดเดิม ตอนเป็นฝ่ายค้านเคยอภิปรายคนที่ร่วมงานด้วย ปัญหาคือจะกลับข้อมูลหรือไม่ รัฐบาลต้องเผชิญการถูกร้องเรียนตรวจสอบแน่นอน แต่เหนืออื่นใดต้องรักษาหลักกฎหมาย ความชอบธรรม ไม่เหลื่อมล้ำ เลือกปฏิบัติ สมัยนายเศรษฐาน่าเสียดายที่รัฐบาลขณะนั้นเลือกพวกมากกว่าหลักนิติธรรม จากกรณีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ การเมืองปัจจุบันมีนักวิ่งเต้นเข้ามาเป็นใหญ่มาก วิ่งทุกเรื่อง ความหวังอยู่ที่องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญจะกล้าตัดสินตรงไปตรงมาหรือไม่ หวังว่าองค์กรจะเป็นหลักให้บ้านเมือง ผิดว่าตามผิด สิ่งที่ทำไม่ถูกจะหายไป ไม่มีใครกล้าทำต่อยอมรับประชาธิปัตย์มีเป๋เมื่อถามว่าสื่อทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายาพรรคประชาธิปัตย์ว่า “ประชาธิเป๋” นายชวนตอบว่า มีทั้งคนเป๋และไม่เป๋ การมองว่าเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาธิปัตย์อาจจะสูญพันธุ์นั้น คิดว่าเมื่อคนที่เขาคิดว่า ล้มเหลวจากครั้งที่แล้วมาเป็นหัวหน้าพรรคจะรู้จุดอ่อน ก็อาจทำได้ดีกว่าเดิม ส่วนตัวยืนยันทำการเมืองสุจริต ให้ซื้อเสียงบาทเดียวแล้วได้เป็นตนไม่เอา จะให้เปลี่ยนเส้นทางไปซื้อเสียง ไม่เอา แม้ไม่ได้เลือกตั้งก็ยอม เมื่อถามว่าเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้งภาคใต้ยับเยิน เพราะนายชวนหมดสิ้นมนต์ขลังแล้ว นายชวนตอบว่า แน่นอน เป็นความผูกพันที่อยู่มานาน ประชาชนมีสิทธิเลือกพรรคอื่น เมื่อถามว่าบางคนในพรรคประชาธิปัตย์บอกนายชวนควรวางมือได้แล้ว นายชวนตอบว่า มันไม่มีกำหนด คิดว่าคนไม่เลือกพรรคเพราะตนมีน้อย แต่เลือกพรรคเพราะเห็นแก่ตนมากกว่า ต้องถามว่า เขาเลือกพรรคประชาธิปัตย์เพราะคุณหรือเปล่า คิดว่าเขาเกรงใจนายชวนมากกว่า พูดตรงๆไม่ได้โอ้อวดเหนือคนอื่น การเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงสมัคร สส.อีกหรือไม่ ยังไม่พูดล่วงหน้า เพราะพูดแล้วต้องทำ นี่คือนักการเมืองรุ่นเก่าที่เชยๆ พูดคำไหนต้องทำตามคำพูด ไม่ให้ใครประณามสับปลับ ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อถามว่าเชื่อมั่นพรรคประชาธิปัตย์จะไปได้อีกนานหรือไม่ นายชวนตอบว่า ไม่ทราบ ไม่ใช่ผู้บริหารพรรค แต่จากการลงพื้นที่พบชาวบ้านบอกว่าตราบใดที่ตนยังอยู่ เขาจะช่วย เราอยู่มานาน 17 สมัยแล้ว ไม่ได้อยู่เพื่อมาเซ็นชื่อเข้าประชุม ทำงานตลอด“สุวัจน์” โอ่เสถียรภาพเข้มแข็งนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงภาพรวมการเมืองปี 2568 ว่า รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่างจากรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะปรับโครงสร้างรัฐบาลใหม่ เสียงรัฐบาลมีความเข้มแข็ง มีเสถียรภาพมากขึ้น พรรคร่วมรัฐบาลแม้จะเห็นต่างบางเรื่อง แต่ไม่ใช่ความขัดแย้ง แตกต่างกันรุนแรง พรรคร่วมรัฐบาล ควรเจอกันบ่อยๆ จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพการทำงาน นายกรัฐมนตรีอายุน้อย มีมนุษยสัมพันธ์เคารพผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาล ด้วยเสถียรภาพและเสียงรัฐบาล ภายใต้การประสานงานของนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลไม่น่าจะมีปัญหา แต่เสียงนอกสภา ข้อเรียกร้องต่างๆก็เป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจ รัฐบาลต้องมีทั้งเสถียรภาพในสภาและนอกสภา ดูแลสถานการณ์ประเทศให้เรียบร้อย ปี 2568 ไม่น่ามีอะไร รัฐบาลบริหารประเทศไปได้ เสถียรภาพยังดูดีเตือนอย่าประมาทศึกซักฟอกเมื่อถามว่า จะมีปัญหาปะทุหรือไม่ เพราะมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาด้วย นายสุวัจน์ตอบว่า เดือน พ.ค.2568 รัฐบาลจะครบครึ่งเทอม หนังครึ่งหลังเร็วกว่าครึ่งแรก อาจมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องไม่ประมาท มอนิเตอร์สถานการณ์ต่างๆให้ดี ส่วนตัวแปรอย่างนายทักษิณอาจเป็นจุดสร้างความสัมพันธ์ให้แย่ลงนั้น ความสัมพันธ์นายทักษิณกับนายกรัฐมนตรีเหมือนพ่อกับลูก ความห่วงใยที่มีต่อลูกจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของนายกฯ ประสบการณ์นายทักษิณ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ต่างประเทศ ภาคธุรกิจ ถือเป็นการให้ข้อแนะนำของผู้ใหญ่ เมื่อถามว่า เรื่องเอ็มโอยู 44 จะมีปัญหากับรัฐบาลหรือไม่ นายสุวัจน์ตอบว่า ข้อเรียกร้อง ความเดือดร้อนต่างๆเกิดขึ้นกับรัฐบาลทุกยุคสมัย รัฐบาลต้องระวัง พยายามทำความเข้าใจข้อเรียกร้องต่างๆจะอยู่ได้อย่างเรียบร้อย เรื่องเสถียรภาพไม่ใช่ปัญหา แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ ต้องไม่ประมาท เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายทักษิณชวนไปอยู่พรรคเพื่อไทย ตัดสินใจอย่างไร นายสุวัจน์ตอบว่า กรรมการบริหารพรรคต้องพูดคุยกัน เรื่องนี้ยังคุยกัน เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าจะมีตอนนั้นค่อยคุยกันขอ 2 ปีครึ่งรัฐบาลยิ่งใหญ่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงทิศทางการเมืองปี 2568ว่า รัฐบาลขับเคลื่อนงานมา 1 ปีครึ่ง คำวิพากษ์วิจารณ์จะเริ่มมีมากขึ้น เป็นเรื่องปกติ เมื่ออายุรัฐบาลเริ่มน้อยลง ฝ่ายตรงข้ามจะโจมตีรัฐบาลมากขึ้น ดังนั้นการทำงานรัฐบาลต้องเข้มข้นขึ้น ผลงานทุกกระทรวงจะเริ่มออกมาชัดเจนปี 2568 ขณะที่ประเด็นความขัดข้องทางกฎหมายมองว่า จะเริ่มคลี่คลาย หลายประเด็นที่ร้องเรียนก็ถูกตีตกด้วยคำตอบขององค์กรอิสระ ทำให้ประเด็นโจมตีจากกลุ่มที่ไม่พอใจรัฐบาลจะเริ่มน้อยลง แต่ปี 2568 รัฐบาลก็ต้องทำงานหนัก ชดเชยสิ่งที่ถูกโจมตี ภาพรวมรัฐบาลเชื่อมั่นว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินไปได้ด้วยความเรียบร้อย อีก 2 ปีครึ่ง พรรคเพื่อไทยจะกลับมายิ่งใหญ่ โดยเฉพาะแนวทางใหม่จะปรากฏต่อสายตาประชาชน ส่วนจะอยู่ครบเทอมหรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็น เป็นเรื่องอนาคต แต่วันนี้ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีปัญหาสะดุดล้มแนะรัฐบาลแข็งขันฟื้น ศก.นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ตนดูจากบุคลากรพรรคเพื่อไทยที่ออกมาให้สัมภาษณ์ ก็ดูเหมือนเรื่องห่วงใยจะจบลงไปหมดแล้ว ต่างฝ่ายไม่มีปัญหาขั้นแตกหัก ดังนั้น สิ่งที่ทุกคนกลัวคือ ความแตกหักจะมาถึงเร็ว ก็จะให้เกียรติกันและกัน ส่วนปี 2568 จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดีขึ้นนั้น พรรคเพื่อไทยมีบุคลากรเศรษฐกิจเป็นหลัก กระทรวงสาธารณสุข แม้ไม่ใช่กระทรวงเศรษฐกิจ แต่ก็เริ่มมีบทบาทการทำเศรษฐกิจ เพราะเรามีการแพทย์ดี และเก่ง สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพได้ ส่วนเศรษฐกิจโดยตรง ก็ต้องแข็งขันกัน แบบไม่มีเวลาหายใจหายคอ หากกระทรวงใดละทิ้งประชาชนก็จะไปไม่ได้ ขอให้ประชาชนสบายใจว่า รัฐบาลต้องแข็งขันกันทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ดูได้จากตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจไม่เสียขวัญนายกฯแต้มหล่นนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจความเห็นประชาชนนิด้าโพล ที่คะแนนนิยม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แซงขึ้นเป็นอันดับ 1 ว่า รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยยินดีรับฟังผลสำรวจที่สะท้อนความคิดเห็นประชาชน ก่อนหน้านี้มีโพลหลายสำนักสะท้อนว่าคะแนนนิยม น.ส.แพทองธาร และพรรคเพื่อไทยอยู่อันดับ 1 เห็นถึงความนิยมที่ต่อเนื่องของรัฐบาล ช่วง 90 วันที่ผ่านมา น.ส.แพทองธารมีผลงานเป็นรูปธรรมแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น นโยบาย เงินหนึ่งหมื่นฟื้นเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ยาเสพติด เป็นธรรมชาติของโพล มีนำมีตาม ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียกำลังใจ รัฐบาลยังมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก เวลาที่เหลืออีก 2 ปีกว่า มั่นใจเมื่อนโยบายเรือธงเดินหน้าเต็มรูปแบบ คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยและ น.ส.แพทองธารจะเพิ่มสูงขึ้นแน่นอนยกผลโพลเป็นกระจกสะท้อนนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ผลนิด้าโพลที่ออกมา พรรคเพื่อไทยจะนำไปพิจารณา เพราะมีทั้งโพลนำและโพลตาม ไม่วิตก จะมาดูอะไรบกพร่องก็แก้ตรงนั้น ถือเป็นกระจกสะท้อนการทำงาน แต่คะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งครั้งต่อไป อยู่ที่ผลงานของรัฐบาลเป็นหลัก ทุกพรรคร่วมรัฐบาลต้องตั้งใจทำงานแล้วผลเลือกตั้งจะพิสูจน์เอง ผลสำรวจโพลที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีรับทราบ และคงนำมาปรับการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้มากขึ้น จากการทำงานร่วมกับนายกฯ เชื่อว่าท่านพร้อมปรับตัวให้เข้าสถานการณ์ พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย และรับฟังเสียงประชาชนทุกฝ่าย เชื่อว่าเมื่อนายกฯได้ทำงานต่อไปสักระยะ คะแนนนิยมจะดีขึ้นตามมานำผลโพลกระตุ้นการทำงานนายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและ กีฬา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โพลก็คือโพล แม้ผลโพลจะออกมาไม่ดี แต่ก็เป็นสิ่งดีกับเรา จะได้กระตุ้นตัวเอง เมื่อเป็นเสียงของประชาชนก็พร้อมรับฟัง ปรับตัวให้กระเตื้องขึ้นมา เมื่อถามว่า ในปี 2568 พรรคเพื่อไทยและรัฐบาล จะปรับเปลี่ยนการทำงานอะไรหรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า เรามีหน้าที่ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน ทำทุกอย่างที่เคยพูดไว้ให้เป็นรูปธรรมให้ดีที่สุด เร็วที่สุด และทั่วถึงที่สุดหยันปราบยาเสพติดดีแต่พูดนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุจะปราบปรามยาเสพติดให้ สำเร็จใน 6 เดือนว่า ปัญหานี้ต้องดูที่ต้นตอคือ 1.เริ่มต้นให้ทรัพยากรชาติ ไม่ไปอยู่ในมือผู้ค้ายาเสพติดก่อน ทุกวันนี้ไฟฟ้าประเทศไทยตกไปอยู่ในมือขบวนการว้า แหล่งยาเสพติดใหญ่ที่สุดในโลกหรือไม่ ประเทศไทยแทบจะเป็นแบตเตอรี่ให้ขบวนการยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยซ้ำไป 2.การรุกล้ำของว้าอาจล้ำเขตแดนไทย เรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน อย่าว่าแต่ปราบขบวนการยาเสพติดเลย วันนี้ยังให้ขบวนการค้ายาเสพติดเข้ามาในดินแดนไทย ทั้งที่รู้ว่าอยู่ตรงไหน โดยไม่สามารถทำอะไรได้ รัฐบาลไม่มีความชัดเจน สักแต่พูด ดีแต่พูด กลายเป็นรัฐบาลที่ดีแต่พูดไปแล้ว ไม่เชื่อว่า เรื่องยาเสพติดจะได้ผลจริงจัง หากขบวนการค้ายาเสพติดเหล่านี้ไม่ถูกกำราบปมซักฟอกมีอื้อกลัวเวลาไม่พอนายรังสิมันต์กล่าวว่า 3.เรื่องเส้นทางลำเลียง ไม่มีแค่ฝั่งตะวันตกของไทย ถ้าไม่มีมาตรการป้องกันการขนยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงอย่างมีประสิทธิภาพ จะปราบยาเสพติดไม่ได้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ วาระสำคัญที่รัฐบาลจะสักแต่พูดไม่ได้ เมื่อถามว่า เรื่องปัญหายาเสพติดจะถูกนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า ขณะนี้มีเรื่องให้อภิปรายเยอะมากๆ ถ้าเอาแค่ซีรียส์ผิดสัญญาก็เยอะแยะเต็มไปหมดแล้ว แต่ขณะนี้พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจ อยู่ระหว่างพิจารณาจะมีเรื่องใดบ้างต้องอภิปรายเป็นห่วงจริงๆว่า เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจมันจะไม่พอ เพราะรัฐบาลทำสิ่งผิดพลาดหลายเรื่อง ทำผิดพลาดเรื่อยมาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่