เมื่อวานนี้ผมได้เขียนถึง Stablecoin เงินดิจิทัลที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่ง คุณทักษิณ ชินวัตร ไปเปิดเผยในเวทีสัมมนาของพรรคเพื่อไทยที่หัวหินว่า นายกฯ (แพทองธาร) อาจให้กระทรวงการคลังออก stablecoin โดยมีพันธบัตรรัฐบาลค้ำประกัน เพื่อให้มีเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้จีดีพีปีหน้าขยายตัวได้ 3.5% และปี 2569 ขยายตัวได้ 4% เรื่อง Stablecoin ที่คุณทักษิณพูดให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยฟัง เป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดทุนไทยกลางปีหน้า ก.ล.ต.กำลังแก้กฎหมายและเตรียมออกกฎหมายลูก เพื่อรองรับ ระบบนิเวศหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Securities Ecosystem) ซึ่งจำเป็นจะต้องมี “Stablecoin ที่มีเงินบาทหนุนหลัง” หรือ Baht–Backed Stablecoin เพื่อใช้ในระบบนิเวศ ของ “หลักทรัพย์ดิจิทัล”ก.ล.ต. คาดว่าการแก้กฎหมายทั้งหมดจะเสร็จภายในไตรมาส 2 ปีหน้า 2568คุณจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต.กำลังเตรียมหารือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาให้นำ Baht–Backed Stablecoin ไปใช้ในระบบนิเวศของ “หลักทรัพย์ดิจิทัล” รวมถึงการพัฒนา “Blockchain กลาง” ที่เชื่อมต่อกับระบบนิเวศของหลักทรัพย์ดิจิทัลทั้งระบบ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าไปใช้ได้ คุณจอมขวัญ ให้รายละเอียดว่า การแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์ เพื่อสนับสนุนการออก “หลักทรัพย์ดิจิทัล” สามารถทำได้ทุกหลักทรัพย์ ทั้ง หุ้น ตราสารหนี้ แต่คาดว่าจะนำมาใช้ในการออก “หุ้นกู้” ก่อนในรูปแบบ Digital Twin ซึ่งเป็นการออกหุ้นกู้แบบดั้งเดิม ควบคู่กับการออกหุ้นกู้ดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่อง เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยมีโอกาสในการลงทุนมากขึ้นดังนั้นเรื่องที่ คุณทักษิณ เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังให้กระทรวงการคลังออก Stablecoin ที่มี “พันธบัตรรัฐบาล” ค้ำประกัน จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง เผลอๆอาจออกมาเร็วกว่า Baht–Backed Stablecoin ของ ก.ล.ต.ก็เป็นไปได้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน เว็บไซต์การเงินธนาคาร รายงานว่า มูลค่าตลาด Stablecoin ในตลาดโลกพุ่งขึ้นไปกว่า 46% ในปี 2567 ทำนิวไฮที่ 190,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผมเปิดดูอีกทีเช้าวันอาทิตย์ มาร์เกตแคปของ Stablecoin ขึ้นไปอีกกว่า 211,600 ล้านดอลลาร์ กว่า 7.4 ล้านล้านบาทแล้ว ตลาด Stablecoin มี บริษัท Tether ผู้ออกเงิน สเตเบิลคอยน์ สกุล USDT ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 70% มีมูลค่าตลาดกว่า 141,000 ล้านดอลลาร์ กว่า 4.9 ล้านล้านบาท มีเหรียญหรือ Token หมุนเวียนอยู่ในตลาดกว่า 140,100 ล้าน USDT ล่าสุดได้ประกาศระดมทุนสำหรับธุรกิจน้ำมันในตะวันออกกลางเป็นครั้งแรกส่วน ตลาดเงิน Cryptocurrency หลังจากที่ Bitcoin ราคาพุ่งขึ้นไปเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ มาร์เกตแคปก็พุ่งขึ้นไปถึง 3.82 ล้านล้านดอลลาร์ ประมาณ 134 ล้านล้านบาท เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่แล้ว เมื่อ ว่าที่ประธานทรัมป์ จะนำบิทคอยน์ไปเป็นทุนสำรองเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินและคริปโตเคอร์เรนซี อาทิ Robinhood, Kraken, Galaxy Digital ได้รวมตัวกันจัดตั้งเครือข่ายใหม่ชื่อว่า Global Dollar Network มีเป้าหมายเพื่อ ผลักดันการใช้งาน Stablecoin ทั่วโลก และได้เปิดตัว Stablecoin ใหม่ที่ผูกติดกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะอิงกับสกุลเงินดิจิทัลของ USDT ที่ออกโดย Paxos แพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีในสิงคโปร์สหรัฐฯยุคทรัมป์ก็จะมีการออกกฎหมาย 2 ฉบับคือ Financial and Technology for the 21st Century Act เพื่อรองรับสินทรัพย์ดิจิทัล และ Clarity for Payment Stablecoin Actดูจากสถานการณ์โลกและนโยบายของรัฐบาลเพื่อไทยแล้ว ปีหน้า 2568 คนไทยคงได้มีโอกาสใช้ “เงินดิจิทัล Stablecoin สกุลบาท” แน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม