“อิ๊งค์” ลั่นจุดยืนรัฐบาล พท.ไม่แทรกแซงกองทัพ วอนทุกฝ่ายก้าวข้ามขัดแย้งเพื่อประโยชน์ชาติ “ทักษิณ” จวกคนเสนอไม่เข้าใจสิ่งไหนควร สิ่งไหนไม่ควร กระตุก ภท.รีบออกตัวหล่อเร็วไป หล่อช้าอีกนิดจะหล่อขึ้น มั่นใจรัฐประหารไม่มีแล้ว “อ้วน” ชมเปาะ “หัวเขียง” ยอมถอย “ประเสริฐ” ฉะปฏิวัติหลงยุคไม่ควรมีอีก “หัวเขียง” ขึงขังปรับแก้ร่างเสร็จดันเข้าสภาต่อ ชทพ.โวยไม่เคยมีการคุยกัน ปชน.เหน็บ พท.หาเสียงไม่ตรงปก นายกฯปัดละเลยสภา รอจังหวะดีๆไปแจงกระทู้ พปชร.ลงมติขับ 20 สส.ก๊วน “ธรรมนัส” “นฤมล” เปิดประตูรอต้อนรับ เสื้อแดงอุบลฯแห่รับ “นายใหญ่” เมิน “บิ๊กป้อม” คนไม่รู้จัก “ไอซ์ รักชนก” โล่งไม่ถูกเพิกถอนประกันตัว เหตุวิพากษ์วิจารณ์กองทัพ ศาล รธน.สั่ง “สมชาย” หยุดปฏิบัติหน้าที่ สว.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตอกย้ำจุดยืนถอนร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ไม่มีเจตนาแทรกแซงงานของกองทัพ ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นบิดา ระบุว่า คนเสนอแก้กฎหมายยังไม่เข้าใจว่าอะไรควร อะไรไม่ควร“อิ๊งค์” ลั่นจุดยืนไม่แทรกแซงทหารเมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 11 ธ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมถอนร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมว่า เรื่องนี้มีความคิดเห็นต่างกันอยู่ ต้องรับฟังทุกฝ่าย และในรัฐธรรมนูญก็มีเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เราต้องแสดงจุดยืนของรัฐบาล ณ วันนี้ว่า ไม่มีเจตนาแทรกแซงงานกองทัพ รัฐบาลนี้ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน เมื่อถามว่าการออกกฎหมายป้องกันปฏิวัติ เท่ากับสุมเชื้อไฟหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ไม่มีความตั้งใจแบบนั้น เท่าที่พูดคุยกับกองทัพ ไม่ได้มีปัญหาอะไร การทำงานของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ทำอะไรรวบรวมความคิดเห็นอยู่แล้ว ไม่มีทำอะไรโดยไม่ปรึกษากัน เราเน้นว่าทำอย่างไรให้ประเทศสงบสุข ประชาชนอยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่ใช่หาทุกมุมมองเพื่อหาความขัดแย้ง ไม่เกิดประโยชน์กับใครเลยวอนก้าวข้ามขัดแย้งเพื่อประเทศผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นนายกฯคนแรกในตระกูลชินวัตรที่ไม่ถูกรัฐประหารหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบยิ้มๆว่า “เมื่อกี้นักข่าวถามว่านายกฯอิ๊งค์จะเป็นคนแรกในตระกูลชินวัตรหรือเปล่าที่ไม่ถูกปฏิวัติ ทวนคำถามให้เผื่อไม่ได้ยิน ก็ไม่ทราบค่ะ อันนี้สื่อช่วยตอบด้วย” ทางออกของประเทศขณะนี้คือช่วยกันทำให้เศรษฐกิจดี ให้ประชาชนมีกินมีใช้ การประชุมทุกอย่างเป็นเรื่องของเศรษฐกิจแทบจะ 100% มาอยู่ตรงนี้ก็พยายามทำให้ดีที่สุด เรามีรัฐมนตรีและทีมงานเก่งๆช่วยกันผลักดันประเทศไปข้างหน้า ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายรักษาความสงบให้ประเทศไปต่อ ทุกคนอยากมาลงทุน เรายังแก้ปัญหาจากโควิดไม่หมดเลย ฉะนั้นเรื่องความขัดแย้งบางเรื่องต้องมองข้ามไปเพื่อประเทศและประโยชน์ของประชาชน เมื่อถามอีกว่าการที่ สส.เพื่อไทยถอยแบบนี้เป็นเพราะไม่อยากสุมเชื้อไฟ หลังกระแสสังคมตีกลับหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า เป็นสิทธิของ สส.เสนอกฎหมาย แต่ไม่ใช่มติของพรรค“อ้วน” ชมเปาะ “หัวเขียง” ยอมถอยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นร่างส่วนตัวของนายประยุทธ์ หากถอนออกไปก็ต้องดูว่าจะปรับอย่างไร ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยเพราะยังไม่ได้เข้าที่ประชุมพรรค แต่ถือเป็นเรื่องดีที่นายประยุทธ์รับฟังนำไปปรับแก้ เมื่อถามว่าได้เห็นร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม และร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารหรือยัง นายภูมิธรรมตอบว่า เห็นแล้วเป็นร่างที่นายสุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม เสนอไว้ อยู่ในขั้นตอนกลั่นกรองทบทวน เมื่อถามย้ำว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการให้อำนาจนายกฯสกัดการรัฐประหาร นายภูมิธรรมตอบว่า ขอเอาข้อสังเกตทุกฝ่ายไปหาสิ่งที่ดีที่สุดรธน.บัญญัติรัฐประหารเป็นกบฏผู้สื่อข่าวถามว่าการป้องกันรัฐประหารใช้แค่กฎหมายเพียงพอหรือไม่ หรือต้องพัฒนาวัฒนธรรมการเมืองของไทย นายภูมิธรรมตอบว่า กฎหมายป้องกันการรัฐประหารมีอยู่แล้ว รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า การทำรัฐประหารเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและเป็นกบฏ แต่ในความเหมาะสมและความเป็นจริงควรให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าอะไรเป็นสิ่งที่จะช่วยระงับการรัฐประหาร เช่น การสร้างวัฒนธรรมในการยอมรับระบอบประชาธิปไตย บรรยากาศขณะนี้ทุกฝ่ายคุยกันได้หมดไม่มีปัญหา กับพรรคร่วมก็ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ยังไม่มีการตัดสินใจ และไม่ใช่เรื่องที่มีความขัดแย้งจนเป็นปัญหา เพียงแต่เป็นความเห็น เพราะเป็นเรื่องที่ค้างคาในสังคมมานานแล้วปฏิวัติหลงยุคไม่ควรเกิดขึ้นอีกนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เตรียมถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม จนทำให้กระแสตีกลับว่ายอมมากเกินไปว่า กระบวน การเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภา สส.เข้าชื่อกันก็สามารถเสนอได้แล้ว แต่ต้องผ่านกระบวนการของพรรค เมื่อถามว่ามองว่าจะมีการทำรัฐประหารจริงหรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า ไม่เชื่อว่ามี เมื่อถามว่าพรรค พท.จะไม่โดนเป็นครั้งที่ 3 ใช่หรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า มั่นใจว่าถ้าวันนี้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าสังคมโลกเปลี่ยนไปหมดแล้ว เรื่องการปฏิวัติรัฐประหารไม่ควรเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด วันนี้ประเทศบอบช้ำมามาก ถ้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก อยากให้ทุกฝ่ายตระหนักและใช้สติ จริงๆกฎหมายที่จะเสนอเข้ามา นอกจากต้องผ่านกระบวนการต่างๆแล้ว ยังต้องผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชนด้วย และก่อนถึงสภาต้องมีกระบวนการที่ทำให้กฎหมายนั้นมีความชอบธรรมและมีความสมบูรณ์แก้ร่าง ก.ม.เสร็จดันเข้าสภาฯต่อนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การขอถอนร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ต่อที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันความสับสนของสมาชิกพรรค ไม่มีผู้ใหญ่ บ้านใหญ่ ไม่มีหนู ไม่มีราชสีห์มาขอร้อง หรือบีบบังคับ สภาฯยังไม่บรรจุเข้าวาระสามารถถอนมาปรับปรุงแก้ไขได้ เบื้องต้นคงแก้ประมาณ 10 กว่าจุด จะแก้ไขส่วนใดบ้างต้องรอดูความเห็นประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ก่อน ยืนยันหากปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาเสร็จจะเสนอกลับไปยังสภาฯอีกรอบ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็จะเสนอเข้าไปใหม่ เพราะเป็นบวกมากกว่าที่กองทัพจะได้รับผลกระทบ เป็นการปฏิรูปพัฒนากองทัพ ใครจะเห็นด้วยหรือไม่ไม่ว่ากันชทพ.โวยแหลกไม่เคยคุยกันก่อนนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่าการเสนอกฎหมายควรมีการพูดคุยกันก่อน คิดว่าที่มีอยู่ปัจจุบันเหมาะสมอยู่แล้ว หากฝ่ายการเมืองไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความซับซ้อนทางการเมืองขึ้น ก็ไม่มีเหตุผลที่จะมีการเคลื่อนตัวของทหาร ปัจจุบันยังไม่เห็นถึงความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ส่วนต้องมีการพูดคุยพรรคร่วมรัฐบาลนอกรอบหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการหารือกัน แต่หากมีการหารือกันเมื่อไหร่คงจะนำเสนอความเห็น ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ เรื่องที่เกิดขึ้นทุกคนตกใจ เพราะยังไม่มีการพูดคุยกันมาก่อนรทสช.ซัด “ปิยบุตร” ยุให้แตกแยกนายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวตอบโต้นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่กล่าวหานักการเมืองไม่ให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน ฟังแต่ชนชั้นนำว่า เจตนาเบื้องลึกนายปิยบุตรพยายามใช้วาทกรรมสร้างความแตกแยกให้ประชาชนเข้าใจผิดๆต่อนักการเมือง เชื่อมโยงให้ถึงชนชั้นนำที่คนไทยทุกคนต่างทราบดีว่าหมายถึงบุคคลระดับสูง มองว่าเป็นเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ ขอเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมยุแยงสร้างความแตกแยกในสังคม ใบอนุญาตจากชนชั้นนำที่นายปิยบุตรกล่าวอ้าง ไม่เป็นความจริง การจะแก้ไขเพื่อให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงกองทัพได้ เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ควรพิจารณาด้วยความรอบคอบ และมติ รทสช.มีจุดยืนชัดเจน ไม่เห็นด้วยที่จะให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงปชน.เหน็บ พท.หาเสียงไม่ตรงปกที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงจุดยืนของฝ่ายค้านต่อร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมว่า จุดเริ่มต้นมาจากชุดกฎหมายแรกที่พรรคก้าวไกลเคยยื่นไปตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค.2566 แต่เพิ่งได้มาเข้าคิวสภาฯเมื่อเดือน ส.ค.2567 และพรรคเพื่อไทยเพิ่งยื่นร่างมาประกบ ถ้าพรรคก้าวไกลไม่ยื่นอาจไม่มีพรรคใดเริ่มเรื่องนี้ ดังนั้นเห็นด้วยกับเนื้อหาร่างนี้อยู่แล้ว ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ระบุเรื่องนี้สำเร็จยาก ไม่สามารถแก้ได้จริง ถ้าแก้ไม่ได้จริงพรรคเพื่อไทยหาเสียงทำไม สภาฯมี สส. 500 คน เสียงพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน 2 พรรคผ่านแน่นอน ที่บอกว่าผ่านยากเพราะมีอำนาจอื่น หรือพรรคอื่นคอยกดพรรคเพื่อไทยอยู่ก็บอกมาตามตรง หากย้อนไปดูสิ่งที่หาเสียงไว้ คงตัดสินใจได้ไม่ยาก เรื่องนี้ควรถอนหรือไม่ หากจะทำตามแนวทางพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียงน้อยกว่าพรรคเพื่อไทยครึ่งหนึ่ง ลองดูว่าประชาชนจะตัดสินอย่างไรในเลือกตั้งครั้งหน้า เอาคำพูดวันนี้ไปเทียบกับเวทีหาเสียงจะรู้ว่าไม่สอดคล้องกันไม่เปิดเวทีสาธารณะถกเอ็มโอยู 44วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายก รัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นหนังสือจี้รัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่า เห็นหนังสือและดูเรียบร้อยแล้ว อยากให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ ไม่มีการบิดเบือนอะไรไปนอกจากนี้ ส่วนข้อเสนอให้เปิดเวทีสาธารณะรับฟังความเห็นในเรื่องนี้ เรามีหน่วยงานรับฟังความคิดเห็นอยู่แล้ว ที่นายสนธิมายื่นหนังสือก็ถือเป็นการรับฟังความคิดเห็นทุกอย่างที่ได้มาเรารับพิจารณา คงไม่ได้เปิดเวทีสาธารณะหรืออะไร เมื่อถามย้ำว่ายืนยันจะเดินหน้าเอ็มโอยู 44 ใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า เรากำลังดูรายละเอียดอยู่ว่ามีผลกระทบอะไรอย่างไรบ้าง ไม่ได้คิดว่าจะเดินหน้าอะไร แต่กำลังพิจารณาในสิ่งที่มีการนำเสนอมาให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น สำหรับการตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิคไทย-กัมพูชา (JTC) มีความคืบหน้าแต่ยังไม่เสร็จสิ้น ยังมีรายละเอียดที่อ่อนไหวพอสมควร แต่เร่งอยู่ไม่ได้ปล่อยปัดละเลยสภารอจังหวะแจงกระทู้น.ส.แพทองธารยังกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเรียกร้องให้ไปตอบกระทู้ในสภาฯว่า มีแพลนจะไปตอบอยู่แล้ว จริงๆอยากไป การทำงานที่ผ่านมาจะกระจายหน้าที่ให้รองนายกฯช่วยกันทำ ฉะนั้นการตอบกระทู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรองนายกฯหรือ รมว. ในส่วนที่รับผิดชอบโดยตรงการไปตอบกระทู้น่าจะตรงและให้รายละเอียดในเชิงลึกได้มากกว่า แต่แน่นอนตนต้องเข้าไปอยู่แล้ว ไม่ได้ละเลยงานของสภาฯอยู่แล้ว เมื่อถามอีกว่าต้องเป็นกระทู้ลักษณะอะไรนายกฯถึงจะไปตอบเอง น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ต้องลองดูอนาคตว่ามีเรื่องอะไรที่ไปได้และเวลาที่เหมาะสม อย่างวันที่ 12 ธ.ค. ก็ไม่เหมาะสมในเรื่องของเวลาเพราะวันดังกล่าวเราวางแผนที่จะแถลงผลงานรัฐบาลมานานมากแล้ว มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่จะมาฟังจำนวนมาก“ภูมิธรรม” ไม่ประมาทม็อบเหลืองเก่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นสิทธิของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่จะเสนอให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 ไม่ใช่เฉพาะนายสนธิ ประชาชน นักข่าว หากใครมีข้อคิดเห็นเสนอมา เรารับฟัง เมื่อถามว่าประเมินว่าม็อบนี้จะจุดติดหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่ประมาทการจัดม็อบ แต่รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยังทำงานไม่ครบ 100 วันก็มากันเยอะแล้ว ขออย่างเดียวต้องพูดให้ตรงกับข้อเท็จจริง ส่วนข้อเรียกร้องให้ตั้งเวทีสาธารณะพูดคุยเรื่องนี้ ต้องดูภาพรวม ต้องเอาความเห็นทุกคนมาดู นายสนธิเป็นแค่หนึ่งเสียงในหนึ่งกลุ่มคนที่รู้สึก การบริหารประเทศไม่ควรโฟกัสแค่คนคนเดียว หรือส่วนเดียวรบ.จัดเต็มแสงสีเสียงแถลงผลงานผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การจัดแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้ชื่อ “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เลือกจัดที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต รูปแบบการจัดงานจะแตกต่างจากรัฐบาลอื่น ที่จัดแถลงที่ทำเนียบรัฐบาล โดยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร เลือกจัดที่ห้องสตูดิโอของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ที่มีความพร้อมทั้งแสงสีเสียง โดยนายกฯจะขึ้นพูดบนเวทีสีแดงที่มีทางเดินตรงยาวมายังกลางเวที ที่มีลักษณะวงกลมตั้งอยู่กลางห้อง มีรองนายกฯ และรัฐมนตรี นั่งรายล้อมรอบเวที มีส่วนราชการนั่งอยู่ด้านหลัง มีจอแอลซีดีขนาดใหญ่โชว์กราฟิกผลงานรัฐบาล และนายกฯจะเดินอธิบายผลงานต่างๆให้ประชาชนเห็นภาพ และจะมีการถ่ายทอดสดทาง NBTฝ่ายค้านแก้ลำเปลี่ยนกระทู้ถามด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า หลังเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 12 ธ.ค.นี้ ฝ่ายค้านเตรียมกระทู้สดถามนายกฯไว้แล้ว ให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้ถาม จะเลือกเรื่องสำคัญที่สังคมจับตามองมาถาม แต่ไม่มั่นใจว่านายกฯจะมาตอบกระทู้ เพราะตรงกับวันแถลงผลงานรัฐบาล อาจต้องเปลี่ยนเรื่องไม่อยากเสียโอกาส อยากเก็บประเด็นสำคัญไว้ หากนายกฯเห็นความสำคัญของสภาฯ ควรให้เกียรติการตรวจสอบถ่วงดุลในกลไกรัฐสภา ทั้งนี้ มีตัวแทนวิป ครม.ทักมาส่วนตัว ถามมีกระทู้ถามนายกฯหรือไม่ จึงแจ้งว่ามี แต่อยู่ๆจะแถลงผลงานในวันเดียวกัน ก็งงๆแล้วถามทำไม ส่วนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะมีในสมัยประชุมนี้แน่นอนทสท.ทวงผลงาน 5 ด้านสุดห่วยที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ทสท. กล่าวว่า ฝากคำถามถึงนายกฯที่จะแถลงผลงานวันที่ 12 ธ.ค. ว่า 1.โครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ประสบความสำเร็จ เป็นพายุหมุนกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมายจริงหรือไม่ เหตุใด GDP ของไทยจึงโตเพียงร้อยละ 2.7 เท่านั้น ขอเสนอให้ประเมินผลโครงการนี้ในเฟสแรก ที่จ่ายเงินไป 144,376 ล้านบาท ว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ 2.ปัญหายาเสพติด รัฐบาลขับเคลื่อนไปถึงไหนแล้ว 3.ปัญหาข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน สวนทางรายได้ที่ลดต่ำลง รัฐบาลมีปัญหาในการควบคุมราคาสินค้า ไม่ปรับโครงสร้างพลังงานตามที่เคยประกาศหาเสียงไว้ 4.ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนพุ่งสูงถึง 92.3% ของ GDP มูลค่ากว่า 16.3 ล้านล้านบาท ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อนจากหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพงมหาโหด 5.ปัญหาทุจริตทุกหย่อมหญ้า เป็นมะเร็งร้ายทำลายประเทศชาติและประชาชน มีนโยบายปราบการทุจริตคอร์รัปชันเด็ดขาดจริงจังแค่ไหน ทุกคนรอฟังคำตอบในวันแถลงผลงานพปชร.ขับ 20 สส.ก๊วน “ธรรมนัส”เวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. แถลงว่า ที่ประชุมพรรคมีมติเห็นด้วยตามที่คณะกรรมการตรวจสอบ กรณี สส. 20 คน กระทำฝ่าฝืนข้อบังคับพรรค จึงเสนอให้ที่ประชุมมีมติให้สมาชิกภาพของทั้ง 20 คนสิ้นสุดลง และขอให้ที่ประชุมมีมติให้ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารของพรรค และ สส.พรรค พปชร. เพื่อพิจารณาลงมติตามในวันที่ 12 ธ.ค.เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา โดยใช้เสียง 3 ใน 4 จากที่มีอยู่ 40 คน จะเชิญ สส.ทั้ง 20 คนเข้าด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ไม่สบายจึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ เรื่องนี้เป็นดำริที่ท่านเห็นชอบอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจากกันด้วยดีหรือแลกเปลี่ยนเงื่อนไขกับคดีของหวานใจบิ๊กการเมือง ที่ถูกกล่าวหารุกที่ ส.ป.ก. นายไพบูลย์ตอบว่า ไม่มีอะไร จากกันด้วยดีเปิดโฉมหน้าผู้แทนหาบ้านใหม่อยู่สำหรับ สส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 20 คน ประกอบด้วย 1.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา 2.นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี 3.นายจำลอง ภูนวนทา สส.กาฬสินธุ์ 4.นายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา 5.นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา 6.นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี 7.นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ 8.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี 9.นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน 10.นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร 11.นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ สส.กำแพงเพชร 12.นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก 13.นางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด 14.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรี 15.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส 16.นายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี 17.นายอนุรัตน์ ตันบรรจง สส.พะเยา 18.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา 19.นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ และ 20.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส“นฤมล” เปิดประตูรอต้อนรับเต็มที่ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวภายหลังพรรค พปชร.มีมติขับ สส. 20 คน ที่สังกัดกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส คาดมาสังกัดพรรคกล้าธรรมว่า “พร้อมแล้วค่ะ” ทั้งนี้หลัง สส.เข้าสังกัดพรรคกล้าธรรมแล้ว ยังไม่สามารถจัดประชุมได้ ตองรอขั้นตอนตามกระบวนการทางกฎหมายให้เสร็จสิ้นก่อน คาดเกิดขึ้นในปี 26568 ขณะนี้พรรคกล้าธรรมมี สส. 4 คน รวมกับ 20 สส.ที่จะเข้ามา จะมี สส. 24 คนเสื้อแดงอุบลฯแห่รับ “นายใหญ่”ช่วงเที่ยงที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี อ.เมืองอุบลราชธานี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.อุบลราชธานี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง มีนายสุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกฯ พร้อม สส.อุบลราชธานี มีมวลชนเสื้อแดงชูป้าย “#เราไม่ทิ้งกัน TONY WOOSOME...FC” รอต้อนรับ ทันทีที่นายทักษิณถึงสนามบินมวลชนเสื้อแดงต่างกรูกันเข้าไปจับมือผูกผ้าขาวม้า มอบดอกกุหลาบสีแดง หมอนขิด บางคนนำรูปถ่ายคู่กับนายทักษิณมาขอลายเซ็น และพร้อมใจตะโกน “เรารักทักษิณ” ต่อเนื่อง จากนั้นนายทักษิณเดินทางไปที่บ้านนายเกรียง เพื่อพบปะแกนนำ พท.อุบลราชธานี ทั้ง 11 เขต และรับประทานมื้อกลางวันเป็นอาหารอีสาน อาทิ ส้มตำ แกงเปอะ ลาบหมู ปลาส้ม เกาเหลาเนื้อ“ทักษิณ” บอก “บิ๊กป้อม” คนไม่รู้จักต่อมานายทักษิณให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายพลกับนายร้อยดีลกันลงตัว หลังซัดกันมาพักใหญ่ว่า “นายพลจูบปากกับร้อยเอก เขาไปจูบกันที่ไหน ในป่าทึบๆ หรือป่าอะไรนั่นหรือเปล่า ไม่ทราบเหมือนกัน มีป่าทึบอยู่ในกรุงเทพฯเหรอ ไม่ทราบเหมือนกัน ส่วนตัวได้คุยกับร้อยเอกเป็นประจำ แต่ไม่ได้คุยเรื่องนี้ บางทีใครมีความสัมพันธ์กับใคร ไม่อยากยุ่ง ต้องเคารพสิทธิของแต่ละคน โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา” เมื่อถามว่าช่วงนี้ให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บ้างหรือไม่ เพราะโดนหนัก นายทักษิณ หัวเราะก่อนบอกว่า “ไม่รู้จัก” เมื่อถามถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศลงถนน นายทักษิณตอบว่า ไม่เป็นไร อธิบายกันได้ วันที่ 13 ธ.ค.ในฐานะที่เอ็มโอยู 2544 เกิดขึ้นในสมัยตนจะถือโอกาสอธิบายให้ฟัง เมื่อถามว่าคุยกับนายสนธิได้ใช่หรือไม่ นายทักษิณตอบว่า “คุยกับใครก็ได้ คนไทยถ้าพูดภาษาไทยได้ คุยได้หมด แต่อย่าเอาเสือมาพูด กลัวมันกิน นี่การทำอย่างเดิม ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมนะครับ”กระทุ้ง ภท.รีบหล่อเร็วไปนิดนายทักษิณยังกล่าวถึงกรณีนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. เสนอแก้ไขระเบียบกระทรวงกลาโหมว่า เป็นความคิดริเริ่มของบางคน โดยที่ยังไม่ผ่านการกลั่นกรองของพรรคเท่านั้น แต่ถ้าผ่านการกลั่นกรองของพรรคแล้วต้องรู้ว่าสิ่งไหนควร สิ่งไหนไม่ควร พรรคยังไม่ได้ยืนยัน เมื่อถามว่ามีคนบอกว่านายใหญ่สั่งมา นายทักษิณรีบตอบว่า ไม่รู้เรื่อง ทราบข่าวยังตกใจ จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย แค่แก้ระเบียบกลาโหมก็ทำงานให้คล่องตัวขึ้นเยอะแล้ว ไม่มีอะไร คนที่เสนออาจไม่เข้าใจ น.ส.แพทองธารก็ตกใจ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เข้ากระบวนการของพรรค พท. เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยออกตัวไม่สนับสนุน นายทักษิณตอบว่าพรรค ภท.อาจพูดเร็วไปหน่อย ยังไม่ได้ถามเลยว่าเป็นมติพรรค พท.หรือไม่ พรรค ภท.รีบหล่อเร็วไปนิด หล่อช้าๆอีกนิดก็ได้ เมื่อถามย้ำว่าต้องโทร.ไปหาคนหล่อหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า ไม่จำเป็น บางทีหล่อเร็วไปก็ไม่ดี หล่อช้านิดนึง จะหล่อขึ้นวิธีเปลี่ยน รบ.ไม่ต้องรัฐประหารเมื่อถามว่าวันสัมมนาพรรค พท.จะคุยพูดเรื่องนี้หรือไม่ นายทักษิณตอบว่า วันที่ 13 ธ.ค. ต้องไปบรรยายให้พรรค พท.เรื่องสถานการณ์โลกและสถานการณ์การเมืองไทย ในฐานะเป็นผู้เก่าแก่ในวงการการเมืองไทยพอสมควรคงสอนน้องๆเขาหน่อยว่าอะไรควร อะไรไม่ควร เมื่อถามว่าวันนี้ น.ส.แพทองธารพูดว่าไม่รู้ว่าจะเป็นนายกฯคนเดียวในตระกูลชินวัตร ที่จะไม่ถูกรัฐประหาร นายทักษิณตอบุว่า “อ๋อ จริงๆแล้วมีอะไรที่เยอะกว่านั้น รับรองว่ารัฐประหารไม่มีแล้ว มันมีวิธีการเปลี่ยนรัฐบาลหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐประหาร เพราะประเทศช้ำ 9-10 ปีที่ผ่านมามันช้ำมาก ช้ำหนักมาก วันนี้การแก้ปัญหาต่างๆยากขึ้น ต้องใช้เงินมากขึ้น”“ไอซ์” โล่งไม่ถูกเพิกถอนประกันตัวที่ศาลอาญาเวลา 10.00 น. ศาลนัดฟังคำสั่งเพิกถอนการประกันตัว คดีดูหมิ่นสถาบันหมายเลขดำ อ.683/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ รักชนก สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาจำคุก น.ส.รักชนก 2 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดีตีราคาประกัน 5 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำผิดในลักษณะเดียวกันนี้อีก ต่อมานายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร ที่ปรึกษาธุรกิจและนักวิชาการอิสระ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัว ศาลไต่สวนแล้วนัดฟังคำสั่ง ต่อมาศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอเพิกถอนการประกันตัวดังกล่าว เนื่องจากพฤติการณ์ของจำเลยที่มีการโพสต์ข้อความไม่เกี่ยวกับเรื่องในคดีที่ถูกฟ้อง แต่ศาลกำชับให้จำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวอย่างเคร่งครัดเผยเหตุวิพากษ์วิจารณ์กองทัพน.ส.รักชนกให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ได้เปลี่ยนหลักประกันเป็นเงินสดแล้ว จำนวนเท่าที่ศาลแจ้งไว้ ส่วนข้อกล่าวหาว่าละเมิดข้อกำหนดของศาล โพสต์ในเฟซบุ๊กถึงการตั้งคําถามกับกองทัพ เรื่องพลทหารไปซักกางเกงในให้เมียนายทหาร เกี่ยวกับรณรงค์การยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นการด้อยค่ากองทัพที่มีพระมหากษัตริย์เป็นจอมทัพไทย เชื่อมโยงถึงคดี 112 แต่ศาลพิพากษาว่า เรื่องหลักทรัพย์ไปเปลี่ยนหลักทรัพย์แล้วเรียบร้อย ส่วนเรื่องที่โพสต์เกี่ยวกับกองทัพ เป็นการแสดงความคิดเห็นทั่วไป จึงยกฟ้อง วันนี้ศาลไม่ได้เพิ่มข้อกําหนดใดๆ คิดว่าในฐานะผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกมา ไม่ควรเซ็นเซอร์ตัวเอง เราวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เป็นผลประโยชน์สาธารณะทุกอย่างที่พูดไป คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชนทุกคน การพูดถึงเรื่องใช้งบประมาณภาษีให้คุ้มค่า วิญญูชนประชาชนทั่วไปที่รักในสิทธิเสรีภาพ รักในความถูกต้อง น่าจะเข้าใจสิ่งที่พยายามสื่อสารนี้ การฟ้องร้องแบบนี้เป็นเรื่องไร้สาระกระทบเวลาการทําหน้าที่ผู้แทนราษฎร คาดหวังว่าในชั้นอุทธรณ์จะได้รับความเป็นธรรมศาล รธน.สั่ง “สมชาย” ยุติหน้าที่ สว.วันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีสำคัญ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีนายสมชาย เล่งหลัก สว. ผู้ถูกร้อง ปรากฏตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ลต สส 338/2567 ลงวันที่ 23 ก.ย.2567 พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สว. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (1) และมาตรา 98 (5) ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ ประกอบวรรคหนึ่ง และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 7 (5) จึงสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน และมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สว. ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.2567 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย สำหรับนายสมชาย เล่งหลัก ถูกศาลฎีกาพิพากษาเพิกถอนสิทธิ ในคดีทุจริตเลือกตั้ง สส.สงขลา เขต 9 สังกัดพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2566อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่