“หัวเขียง” ถอยกรูด ยอมถอนร่าง พ.ร.บ.สกัดรัฐประหาร กลับไปปรับปรุงใหม่ อ้างทำในนามส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นพรรค แจงไม่มีเจตนาแทรกแซงกองทัพ “ลิณธิภรณ์” โบ้ย สส.ไม่รู้เรื่องด้วย ยันไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล รทสช.จังก้าปกป้องกองทัพยิ่งชีพ “ปิยบุตร” ฉะปาหี่เอาใจชนชั้นนำ “ผู้แทน” ไม่ใช่ ของ “ราษฎร” “วันนอร์” ชี้จุดอ่อน ประชาธิปไตยไทย ยกเกาหลีใต้-ตุรกี แบบอย่างสู้เผด็จการ เมื่อประชาชนเข้มแข็งไม่ยอมสยบ หนุนแก้ รธน.ตั้งรั้วล็อกกลอน สกัดปฏิวัติ กระทุ้ง “อิ๊งค์” มาตอบกระทู้ในสภา สส.- สว.ร่วมงานวันรัฐธรรมนูญ “แสวง” เผยร้องยุบพรรค เพื่อไทยจาก 53 คำร้อง เหลือแค่ 6 ปัดตกไป 47นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้นเรื่องผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ถอยไม่เป็นกระบวน จ่อขอความเห็นจากที่ประชุมพรรคเพื่อไทย วันที่ 12 ธ.ค. ขอถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว นำกลับไปปรับปรุงแก้ไขใหม่ อ้างทำในนามส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นของพรรค“หัวเขียง” ถอยกรูด ก.ม.สกัดปฏิวัติเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 ธ.ค.ที่รัฐสภา นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเสียงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม มีเนื้อหาให้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลเพื่อสกัดการรัฐประหารว่า จากการรับฟังความเห็นประชาชนต่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีเสียงคัดค้านจำนวนมาก ดังนั้นในช่วงเช้าวันที่ 12 ธ.ค. ที่จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทย ก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะเสนอขอถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว นำกลับไปปรับปรุงแก้ไขใหม่ เพราะเป็นกฎหมายที่ตนและคณะเสนอในนามส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นพรรคเพื่อไทย ส่วนจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ขอรอดูความเห็นประชาชน ที่จะสิ้นสุดการรับฟังความเห็นในวันที่ 1 ม.ค.2568ไม่มีเจตนาจะแทรกแซงกองทัพผู้สื่อข่าวถามว่าจะทบทวนกรณีให้ ครม.มีส่วนร่วมแต่งตั้งนายทหารระดับนายพลหรือไม่ เพราะถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงกองทัพ นายประยุทธ์ตอบว่า ถ้าสังคมมองว่า ครม.ควรถอยก็ต้องรับฟัง ดันทุรังไปก็เสนอกฎหมายไม่ได้อยู่ดี ยืนยันกฎหมายดังกล่าวไม่ได้แทรกแซงกองทัพ การเสนอแต่งตั้งทหารระดับนายพล จะดำเนินการโดยคณะกรรมการของส่วนราชการนั้นๆ เป็นผู้เสนอชื่อนายพลตามหลักเกณฑ์กระทรวงกลาโหม จากนั้นจึงเสนอให้ ครม.พิจารณา ทุกอย่างมีระเบียบ กระทรวงกลาโหมควบคุมขั้นตอนแต่งตั้ง ไม่ใช่ ครม.แต่งตั้งเอง หรือกรณีการกำหนดให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของ ครม. มีอำนาจสั่งให้นายทหารยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวได้ หากกระทำการนอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อสกัดการรัฐประหาร ก็ไม่ใช่ปมด้อยกฎหมายฉบับนี้ แต่เป็นการใช้อำนาจยับยั้งการรัฐประหาร เหมือนที่ สส.เกาหลีใต้ใช้อำนาจยับยั้งการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดี หลายประเทศมีมาตรการเข้มข้นสกัดการยึดอำนาจ แต่เมื่อมีเสียงคัดค้านมากก็ต้องนำมาปรับปรุง จากที่หวังไว้ 100% ได้มาสัก 30-50% คงพอใจแล้ว แต่คงไปสุดซอยไม่ได้แล้วพรรคร่วมไม่เล่นด้วยยอมถอนก็ได้เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศไม่เอาด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว นายประยุทธ์ตอบว่า เรามีเจตนาอยากให้พรรคการเมืองร่วมมีบทบาทในการสกัดรัฐประหาร แต่เมื่อพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยก็ต้องนำมาทบทวนใหม่ การที่หลายส่วนมองว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถสกัดการยึดอำนาจได้ เป็นความเห็นแต่ละคน ส่วนตัวมองว่าช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง เหมือนกรณีที่เกาหลีใต้ล่าสุด เมื่อถามว่าเกรงว่าการเดินหน้าเสนอกฎหมายฉบับนี้ จะสร้างความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับกองทัพหรือไม่ นายประยุทธ์ตอบว่า ไม่ได้กลัวขัดแย้งกับกองทัพ แต่ต้องเคารพเสียงของสังคม ถ้าสังคมไม่เอาด้วยต้องนำกลับมาทบทวนใหม่โบ้ย สส.ไม่รู้เรื่อง ก.ม.ต้านรัฐประหารน.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงจุดยืนพรรคเพื่อไทยต่อร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมว่า ร่างกฎหมายของพรรคเพื่อไทยที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต้องได้รับการรับรองจากที่ประชุมพรรค วันที่ 12 ธ.ค.จะมีการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะได้เสนอต่อที่ประชุมสภาฯ หรือไม่ ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ขอก้าวล่วงกับความเห็นพรรคภูมิใจไทย แต่ สส.พรรคเพื่อไทยหลายคนเพิ่งทราบจะมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คงต้องถกเถียงพูดคุยกันให้ได้มติ มี สส.ที่เห็นต่างและเห็นด้วย เมื่อเทียบร่างฉบับนี้ต่างกับร่างฉบับที่นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.กลาโหม เคยเสนอไว้ในหลายประเด็น เมื่อเสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไร ต้องเคารพในเสียงของพรรคไม่กระทบเสถียรภาพพรรคร่วมเมื่อถามว่านายประยุทธ์ระบุว่ายอมให้ทบทวน แต่ไม่ยอมถอนร่าง จะนำไปสู่ความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ น.ส.ลิณธิภรณ์ตอบว่า เมื่อมติพรรคเสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไรต้องเคารพมติ การพูดคุยด้วยเหตุผลจะมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง เมื่อถามว่าจะเป็นปัญหาในการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ตอบว่า เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาการทำงานร่วมกันของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลมีจุดยืนอย่างไรเราเคารพ เรื่องนี้ต้องเป็นมติพรรคเพื่อไทยว่าจะเห็นด้วยกับกฎหมายนี้หรือไม่ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคอื่น พรรคอื่นมีสิทธิแสดงจุดยืนได้ มีกฎหมายหลายฉบับที่เห็นต่างกันแต่ยังร่วมรัฐบาลกันได้ไม่กังวลม็อบ “สนธิ” คว่ำรัฐบาลน.ส.ลิณธิภรณ์ยังกล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุหากมีการนำเรื่องเอ็มโอยู 44 เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและโหวตเห็นชอบ จะถือเป็นผู้ร่วมขบวนการขายชาติว่า เป็นความเห็นนายสนธิ เรื่องนี้ยังไม่ได้เป็นกฎหมายเข้าสู่สภา การพิจารณาร่างกฎหมายในสภาถือเป็นพื้นที่เปิดในการแสดงความคิดเห็น สส.ในฐานะตัวแทนประชาชนควรมีข้อมูลและดูให้รอบคอบจากทุกฝ่ายก่อน เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะเป็นจุดแตกหักและเป็นปัญหาต่อรัฐบาล น.ส.ลิณธิภรณ์ตอบว่า เราไม่ได้กังวล รัฐบาลมีหน้าที่ทำงานเพื่อประชาชน การแก้ปัญหาหนี้สิน ยาเสพติด เป็นปัญหาที่เร่งด่วนกว่า การนำไปเชื่อมโยงกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอให้รอความชัดเจน ให้เป็นบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติน่าจะดีกว่ารทสช.จังก้าปกป้องกองทัพยิ่งชีพนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว สส.ฝ่ายค้านเคยยื่นเข้าสภามาแล้ว ขณะนั้น ครม. รับไปพิจารณาแล้ว มีความเห็นว่าให้ชะลอไว้ก่อน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาแก้ไขให้เหมาะสม ที่สำคัญกองทัพถือเป็นสถาบันหลักของชาติที่เกี่ยวกับความมั่นคง ต้องทำด้วยความรอบคอบ และพรรค รทสช.เคยหยิบยกเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเบื้องต้นว่าไม่เห็นด้วยในการรับร่างดังกล่าวของพรรคก้าวไกลสมัยนั้น โดยเฉพาะการแก้ไขให้การเมืองเข้าไปแทรกแซงกองทัพ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภากลาโหม ที่มีอำนาจแต่งตั้งตำแหน่งหลัก และประเด็นอื่นๆ หากร่างของพรรคเพื่อไทยมีรายละเอียดที่คล้ายคลึงกับร่างที่เคยยื่นมาแล้ว รทสช.ขอยืนยันมติพรรคไม่เห็นด้วยที่จะให้การเมืองเข้าไปแทรกแซงกิจการของกระทรวงกลาโหม“ป๊อก” ฉะไม่ใช่ “ผู้แทน” ของ “ราษฎร”นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า บรรดานักการเมืองที่ดาหน้าประกาศไม่เอาร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้ต้องการพูดกับประชาชน แต่ต้องการพูดให้ชนชั้นนำเจ้าของใบอนุญาตที่ 2 ได้ยินว่าไม่ว่าอย่างไรยังคงภักดีกับพวกท่าน เพื่อ “ขออนุญาต” ให้ได้อยู่ในอำนาจต่อไป คนเหล่านี้ใบอนุญาตที่ 1 จากประชาชน ไม่ได้มีความสลักสำคัญใดมากไปกว่าเป็นสะพานให้เหยียบย่ำข้ามผ่านไปเป็นใหญ่เป็นโต เมื่อได้มาพอสังเขปก็ละทิ้งประชาชนผู้ออกใบอนุญาตใบแรก และเข้าสวามิภักดิ์ ทำตนเป็นเด็กดีต่อผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตที่ 2 ระบบรัฐสภาไทยทุกวันนี้ นักการเมืองฉวยเอาการเลือกตั้งไปอ้างความชอบธรรมในการมีอำนาจ แต่เมื่อมีอำนาจแล้วกลับใช้อำนาจเท่าที่เจ้าของใบอนุญาตที่ 2 อนุญาต ผู้แทนราษฎรจึงมิใช่ “ผู้แทน” ของ “ราษฎร” แต่กลายเป็น “ผู้แทนของคนออกใบอนุญาตที่ 2” ประชาชนต้องร่วมมือกันสั่งสอนเว็บสภาพุ่ง 60% หนุนแก้ ก.ม.กห.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเว็บไซต์รัฐสภา www.parliament.go.th เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่เสนอโดยนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและคณะ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. โดยผลเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ไม่เห็นด้วยถึง 73.42% เห็นด้วยมี 26.58% นั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. หลังพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ปรากฏว่าคะแนนฝั่งผู้เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กลับพุ่งขึ้นมาที่ 60.15% ขณะที่ฝั่งผู้ไม่เห็นด้วยคะแนนร่วงลงไปอยู่ที่ 39.85% จากผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึง 55,894 คน ทั้งนี้ จะมีการเปิดรับฟังไปจนครบกำหนดคือวันที่ 1 ม.ค.2568“เทพไท” ชี้ไม่มีวันสกัดรัฐประหารด้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นคร ศรีธรรมราช กล่าวว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมของ สส. พรรคเพื่อไทย ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยแม้แต่พรรคภูมิใจไทยพรรคร่วมรัฐบาลก็ออกมาคัดค้าน ในฐานะที่เป็นนักการเมืองมานานเห็นว่าเป็นเพียงการสนองตัณหาความอยาก เพื่อหวังคะแนนจากพวกกลุ่มฮาร์ดคอร์ ที่มีแนวคิดการเมืองแบบสุดขั้วเท่านั้น ทั้งที่รู้ว่าในทางปฏิบัติไม่สามารถป้องกันรัฐประหารได้ ประเทศไทยเกิดรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง ก็ไม่มีอะไรสามารถสกัดกั้น หรือต่อต้านการรัฐประหารได้ เมื่อรัฐประหารทำสำเร็จก็ตั้งตนเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ ฉีกรัฐธรรมนูญ ยกเลิกกฎหมายได้ทุกฉบับ การป้องกันการรัฐประหารที่ดีที่สุด คือนักการเมืองไม่สร้างเงื่อนไข ให้ทหารใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิวัติได้ โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะเบื้องหลังของการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาลชุดนี้ และ สส.ในสภา ส่วนใหญ่มาจากการซื้อเสียง เข้ามาเป็นรัฐบาลก็คิดจะถอนทุนคืน สะสมทุนนำไปซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เข้าสู่อำนาจเป็นรัฐบาลใหม่ วนเวียนเป็นวัฏจักร ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ในวงการเมือง“วันนอร์” ชี้จุดอ่อน ปชต.ของไทยเนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธ.ค. เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน “วันรัฐธรรมนูญ 2567 สู่รัฐธรรมนูญในฝัน” ว่า การมีรัฐธรรมนูญโดยปกติต้องอนุมัติโดยรัฐสภา รัฐสภาที่มาจากประชาชนเป็นผู้อนุมัติรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองและบริหารประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐธรรมนูญกับรัฐสภา และประชาชน ผูกพันกันอย่างแยกไม่ได้ แต่บางครั้งมีบางคนพยายามทำให้สิ่งเหล่านี้แยกออกจากกัน แต่วันนี้วันรัฐธรรมนูญยืนยันว่า รัฐธรรมนูญ สภา และประชาชน ต้องผูกพันกัน ประเทศจึงจะเป็นประชาธิปไตยอย่างที่เราต้องการ แต่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญถึง 20 ฉบับ แสดงถึงจุดอ่อนในการรักษารัฐธรรมนูญ และรักษาประชาธิปไตยของเรา เพราะเราขาดความรักความเข้าใจ และความหวงแหนในประชาธิปไตยยกเกาหลีใต้-ตุรกีต่อสู้เผด็จการนายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า เกาหลีใต้ และตุรกี น่าจะเป็นตัวอย่างสำคัญ ให้เราสำนึกว่าประชาธิปไตยของเราจะอยู่ได้อย่างไร เกาหลีใต้เคยผ่านการปฏิวัติรัฐประหาร จากผู้นำเผด็จการหลายยุคหลายสมัย แต่ในที่สุดก็ก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้มาได้ ด้วยการสร้างรัฐธรรมนูญ ภายในเวลา 20-30 ปี หลังประชาธิปไตยเข้มแข็งแล้ว เกาหลีใต้ก็สร้างเศรษฐกิจมั่นคงแข็งแรง ประชาชนก็ค่อนข้างมั่นคง ชี้ให้เห็นว่าถ้าประชาธิปไตยมั่นคงแข็งแรง เศรษฐกิจของประเทศดี ประชาชนจะหายจน แต่บทท้าทายก็มาถึง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ท้าทายอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนด้วยการยึดอำนาจ ประกาศกฎอัยการศึก แต่ชาวเกาหลีไม่ยินยอม ถ้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วประชาชนยินยอมเอาดอกไม้ไปมอบให้ทหารที่รัฐสภาของเกาหลี วันนี้เกาหลีจะเป็นอย่างไร เผด็จการก็ครองอำนาจ เกาหลีจะต้องถดถอย ต้องขอแสดงความชื่นชมยินดีกับประชาชนเกาหลี และสมาชิกรัฐสภาเกาหลี ที่ยังคงมุ่งมั่นรักษาประชาธิปไตยอย่างไม่กลัวเกรงอำนาจเผด็จการใดๆประชาชนเข้มแข็งไม่ยอมสยบประธานสภาฯกล่าวต่อว่า อีกประเทศคือตุรกี เมื่อ 7 ปีก่อน ทหารเข้ายึดอำนาจขับไล่ประธานาธิบดี แต่ประธานาธิบดีไม่ยอม ถอยไปตั้งหลักและขอให้ประชาชนอย่ายินยอมให้กับอำนาจทหาร ทำให้ประชาชนพร้อมใจกันออกมาเต็มถนนทั่วเมืองใหญ่ๆ ที่มีทหารขับรถถังออกมา แต่ไม่ได้ทำให้ประชาชนเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว 7 ปีที่ผ่านมาทหารก็กลับกรมกอง ประธานาธิบดีในวันนั้นผ่านพ้นมาเป็นประธานาธิบดีในวันนี้ ชนะเสียงท่วมท้น แสดงให้เห็นว่าถ้าประชาชนเข้มแข็งไม่ยอมสยบต่ออำนาจเผด็จการ เชื่อว่าประเทศนั้นสามารถรักษาอำนาจของประชาชนได้ แสดงให้เห็นว่าอำนาจเผด็จการไม่สามารถชนะประชาชนได้ชี้ปฏิวัติแก้ปัญหารัฐสภาไม่ได้นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังจะแก้รัฐธรรมนูญ แม้แก้แล้วจะป้องกันปฏิวัติไม่ได้ แต่ต้องแก้เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย หลังจากแก้แล้วต้องไม่ให้รัฐธรรมนูญถูกฉีกเหมือน 20 ฉบับอีก อยู่ในรัฐธรรมนูญมา 10 กว่าฉบับ ไม่เห็นว่าดีขึ้น การฉีกรัฐธรรมนูญโดยอ้างความบกพร่องของผู้บริหาร และรัฐสภา แต่ฉีกแล้วแก้ปัญหาได้หรือไม่ ต้องแก้ด้วยประชาชน ถ้าผู้บริหาร หรือรัฐสภาไม่ดี ประชาชนต้องไม่เลือก อยากให้รัฐธรรมนูญฉบับต่อไปเป็นบ้านที่มีรั้ว มีประตูกั้น โจรจะปล้นเมื่อใด แต่ถ้าบ้านมีรั้วมีประตูก็ใส่กุญแจ สู้ในแนวรั้วได้ การบอกว่าแม้เขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรถ้าปฏิวัติก็ต้องยกเลิก เป็นคำพูดล้าหลัง ยุคข้างหน้าต้องหวังกับบทบัญญัติที่มีในรัฐธรรมนูญว่าจะป้องกันรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยให้ยืนนานได้อย่างไร ไม่มองแค่วันรัฐธรรมนูญคือวันฉลองรัฐธรรมนูญ แต่ต้องปกป้องรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง ไม่มีใครมาปฏิวัติ ต้องร่วมมือกัน สมาชิกรัฐสภาต้องไม่เปิดโอกาสเปิดทางเรียกร้องให้มายึดอำนาจ รัฐประหารแก้ปัญหารัฐสภาไม่ได้ตั้งรั้วล็อกกลอนสกัดรัฐประหารประธานรัฐสภาให้สัมภาษณ์หลังเปิดงานว่า รัฐธรรมนูญควรมีบทบัญญัติลงโทษผู้ล้มล้างรัฐธรรมนูญ หรือปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญ ขอให้บทบัญญัตินั้นนำไปสู่การปฏิบัติใช้ได้ ไม่ใช่แค่ตัวหนังสืออย่างเดียว อยู่ที่ประชาชนต้องร่วมมือกันเหมือนเกาหลีใต้ เมื่อถามว่าหลักการดังกล่าวสอดคล้องกับการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า เป็นคนละส่วนกัน การแก้กฎหมายว่าด้วยการบริหารกระทรวงกลาโหมเป็นเรื่องพรรคการเมืองจะเสนอมา แต่สิ่งที่พูดคือการไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับที่จะแก้ไขมีมาตรการป้องกันไม่ให้รัฐธรรมนูญถูกฉีกอีกกระทุ้ง “อิ๊งค์” มาตอบกระทู้ที่สภานายวันมูหะมัดนอร์กล่าวถึงข้อเรียกร้องอยากให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามสดด้วยตัวเองว่า เป็นหน้าที่รัฐบาลและนายกฯต้องมาตอบกระทู้สด และกระทู้ทั่วไป ส่วนเรื่องอื่นที่รัฐบาลมีวาระควรพิจารณา ตามความเหมาะสม ถ้ารัฐบาลมาตอบกระทู้ได้ทุกครั้งจะเป็นบรรยากาศที่ดี สมาชิกมีหน้าที่ถาม รัฐบาลมีหน้าที่ตอบ หากตอบไม่ได้ก็หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ อย่าไปซีเรียสเอาเป็นเอาตาย เป็นโอกาสที่รัฐบาลได้ชี้แจงปัญหาที่ประชาชนอยากทราบ นายกฯคนที่ผ่านมาส่วนใหญ่เข้ามาตอบ เว้นแต่ติดภารกิจ หาก ครม.ต้องการให้สภาอำนวยความสะดวกอย่างไร พร้อมจะทำให้ เพื่อให้สมาชิกและรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์ประชาชน ส่วนที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมมายื่นหนังสือต่อสภา กรณีเอ็มโอยู 44 นั้น สภาพร้อมอำนวยความสะดวกให้ เพราะสภาเป็นของประชาชน หากเป็นการดำเนินการตามระเบียบกฎหมายสส.–สว.ร่วมงานวันรัฐธรรมนูญผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการจัดงานวันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธ.ค.ว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาและรองประธานรัฐสภา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อม สส. สว. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา คณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมพิธี จากนั้นตัวแทน สส.จากทุกพรรคการเมืองร่วมนำพานพุ่มประดับพุ่มดอกไม้มาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพท.หวังเห็น รธน.เสาหลัก ปชต.นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค. ถือเป็นปีที่ 92 ที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญปกครองประเทศ นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ หลายฉบับถูกฉีกทิ้งโดยการรัฐประหาร หมุนเวียนซ้ำกันไปมา มีรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่มาจากการยกร่างโดยประชาชน เรียกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย มีกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร พรรคเพื่อไทยมีความพยายามจะแก้และจัดทำใหม่มาหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยยังมุ่งหวังเดินหน้าเห็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย มีที่มาจากประชาชน เป็นเสาหลักยึดโยงประเทศให้มีเอกภาพและมั่นคงอย่างแท้จริงชทพ.ย้ำต้องตั้ง ส.ส.ร.เป็นหัวเชื้อนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า พรรคมีเจตนารมณ์คือให้มี ส.ส.ร. เกิดขึ้น มีตัวแทนพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ได้รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล พรรค ชทพ.พร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลเพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ส.ร.ตามที่นายกฯแถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา แต่ด้วยกติกาที่มีอยู่ขณะนี้ ทั้งเรื่องการทำประชามติ หรือข้อจำกัดอื่น คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่คงเสร็จไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้แต่ควรเร่งดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ส.ร.ภายในรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเวลาผ่านไปรัฐบาลก็ยังได้เครดิตจากการเป็นจุดเริ่มต้นทสท.เปิดเวทีเสวนาถกแก้ รธน.ที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) มีการจัดเสวนา “รัฐธรรมนูญที่พรรคการเมืองรณรงค์หาเสียงไว้จะได้กี่โมง” เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ มีผู้ร่วมเสวนา อาทิ นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรค ทสท. นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นายโภคินกล่าวว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากต้องทำประชามติหลายครั้ง จะทำให้ล่าช้า แก้ไขได้ยาก สุดท้ายอาจไม่ทันการเลือกตั้ง วิธีที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน ไม่จำเป็นต้องแก้ไขทั้งฉบับ แต่แก้รายมาตราตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้น ยกเว้นหมวดที่ 1-2 และไม่จำเป็นต้องทำประชามติถึง 3 ครั้ง สามารถแก้ตามทิศทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ หลักการคือนำรัฐธรรมนูญปี 2560 มาแก้ไขใหม่ จัดให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% การทำประชามติจะทำเพียงหนึ่งครั้ง ยึดหัวใจสำคัญคือทุกฝ่ายต้องไม่อคติกับเรื่องเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะผู้มีอำนาจต้องซื่อสัตย์กับตัวเองรักษาคำมั่นที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน“ศิโรตม์” ซัด รธน.60 ผีร้ายปฏิวัตินายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีรัฐธรรมนูญที่ไม่ดี จึงเป็นต้นเหตุของกติกาที่เป็นปัญหา เช่น การเข้าสู่อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และมองว่าผู้มีอำนาจยังไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือสร้างความหวังทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยฟื้นกลับคืนมาได้ เหตุผลสำคัญคือรัฐธรรมนูญเป็นปัญหา ทำให้ประเทศขาดโอกาส ปัญหาเช่นนี้ยังคงอยู่ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมืองก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รัฐธรรมนูญปี 2560 คือผีร้าย ผลพวงของการรัฐประหารยังคงอยู่ในรัฐธรรมนูญ อาทิ สว.ปี 2567 ที่เกิดการตั้งคำถามว่าคนเหล่านี้เข้ามาได้อย่างไร ไม่ได้แตกต่างไปจาก สว.ชุดเก่า เปลี่ยนแปลงก็แค่เจ้าของฟาร์ม รัฐธรรมนูญปี 2560 ทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้นำของตนได้ตามเจตนารมณ์“อิ๊งค์–ทักษิณ–เศรษฐา” ร่วมสัมมนา พท.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับการสัมมนาของพรรคเพื่อไทย (พท.) ภายใต้กิจกรรม “โครงการเสริมศักยภาพ สส. และบุคลากรทางการเมือง” ช่วงวันที่ 13-14 ธ.ค. ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะเป็นการเดินทางโดยรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงไปยังหัวหิน นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พท. แกนนำและ สส.พรรค มีรายงานเบื้องต้นว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะร่วมขบวนรถไฟไปร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย ในฐานะนักวิชาการ รวมถึงนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ สมาชิกพรรค ขณะที่บนรถไฟจะมีกิจกรรม “ระดมสมองประลองนโยบาย” ส่วนที่โรงแรมจะมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมสานสัมพันธ์ หัวหน้าพรรคแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยการแบรนด์ดิ้งพรรคให้ทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้น เป็นต้น“แสวง” เผยเหลือแค่ 6 คำร้องยุบ พท.อีกเรื่อง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการตรวจสอบตามที่มีผู้ยื่นคำร้องยุบพรรคการเมืองว่า มีทั้งหมด 160 คำร้อง พรรคเพื่อไทยมีคำร้องมากที่สุด 53 คำร้อง พรรคประชาชน (ปชน.) 3 คำร้อง ส่วนของพรรคเพื่อไทยขณะนี้พิจารณาจนเหลือ 6 คำร้อง ส่วนที่เหลือ 47 คำร้อง สั่งให้ยุติการสอบสวน เพราะบางรายมีอะไรก็ยื่นร้อง บางคนก็ยื่นมาถาม ส่วนคำร้องครอบงำพรรคการเมือง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เปิดโอกาสให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องแสดงพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนคำร้องยุบพรรค ขอขยายเวลาออกไป เนื่องด้วยมีคำร้องที่เกี่ยวโยงถึง 6 พรรคการเมือง ยืนยันไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในเรื่องระยะเวลาการหาพยานหลักฐาน แต่กำชับให้เร่งมือ ช้าเกินไปก็ไม่ดี มั่นใจว่าจะเกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายต้วมเตี้ยมเชือด “หมอเกศ” ปมวุฒิฯนายแสวงกล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคำร้องคุณสมบัติเรื่องวุฒิการศึกษาของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.ว่า สำนักงาน กกต.จัดทำสำนวนครบแล้ว อยู่ในขั้นตอนบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมของ กกต.เร็วๆนี้ การรวบรวมพยานหลักฐานมีเจตนาให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มีทั้งหลักฐานจากผู้ร้องที่ส่งมา และสำนักงานรวบรวมหลักฐานเอง ส่วนผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานในสำนวนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่