เพื่อไทยล็อกเป้า พลังประชารัฐ แค้นฝังหุ่นถูกเขี่ยพ้นรัฐบาล ชนวนเบื้องหลังยื่นร้อง “ทักษิณ-พท.” ล้มล้างการปกครองฯ “อนุสรณ์” แขวะสังคมกังขานานแล้วไม่ยื่น พอไม่ได้อยู่ในรัฐบาลหางโผล่ “ธนาธร” เลี่ยงตอบก๊อบปี้ข้อหา ยุบพรรคก้าวไกล ยันคนละพรรคต่างสไตล์การทำงาน “วิโรจน์” ซัดกระบวนการไม่เคารพสิทธิคนไทย จ้องทำลายพรรคที่ประชาชนเลือกมา “นันทนา” ชี้ผลพวงรัฐธรรมนูญฉบับพิสดาร ให้นักร้องแค่คนเดียวตั้งเรื่องเขย่าเสถียรภาพการเมืองไทย บั่นทอนความเชื่อมั่น ฉุดรั้งโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจ “วิสุทธิ์” อ้างแก้ รธน.พยายามเต็มที่แล้ว โบ้ยไม่สำเร็จตามที่หาเสียงไว้ ไม่ใช่ความผิด พท.พรรคเพื่อไทย (พท.) ตอกย้ำคำร้องของนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ที่ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้สั่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย เลิกใช้สิทธิและเสรีภาพอันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สาเหตุมาจากความแค้นกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถูกปรับพ้นจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล“อนุสรณ์” ฉะไฟแค้นถูกเขี่ยดิ้นร้อง พท.เมื่อวันที่ 12 ต.ค. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้สั่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย เลิกใช้สิทธิและเสรีภาพ อันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่า 6 ประเด็นที่ร้องจะเห็นได้ถึงความพยายามที่จะเขียน และเชื่อมโยงพยายามไปล้อกับคำว่าเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ที่อาจถือว่าเป็นประเด็นที่เคยไปร้องยุบพรรคก้าวไกล แต่ในประเด็นของพรรคเพื่อไทยยังห่างไกลกับคำนี้ มีสิทธิจะร้องก็ร้อง แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องไล่ พปชร.ไปทำบ้านตัวเองให้เข้มแข็งนายอนุสรณ์กล่าวว่า เรื่องสำคัญในคำร้องคงจะเป็นประเด็นที่อ้างว่านายทักษิณไปสั่งการให้เอาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกจากรัฐบาล เพราะหลายฝ่ายคิดว่าเหตุการณ์อะไรต่างๆเกิดมานานแล้วไม่ได้ยื่น แต่เมื่อพรรค พปชร.ไม่ได้ร่วมรัฐบาลกลับมายื่น เมื่อถามว่าในคำร้องที่เกี่ยวข้องกับพรรคพปชร.เป็นการแก้แค้นส่วนตัวหรือไม่ นายอนุสรณ์กล่าวว่า ชัดเจนว่าหาก พปชร.ยังอยู่ แสดงว่าจะไม่ยื่นใช่หรือไม่ ถึงเพิ่งจะมายื่นในตอนที่ไม่อยู่แล้ว และปัจจุบันในพรรคเขาแตกเป็นหลายก๊กหลายเหล่า เป็นเสี่ยงๆ ที่นั่งในสภาฯส่วนหนึ่งนั่งเป็นฝ่ายค้าน ส่วนหนึ่งมานั่งกับรัฐบาล ดังนั้น ก่อนจะไปร้องคนอื่น น่าจะเอาเวลามาทบทวนและมาทำพรรคให้เข้มแข็งก่อน“วิสุทธิ์” ขอให้ กมธ.ร่วมฯทำงานก่อนนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ทันในรัฐบาลสมัยนี้ ตามที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงว่า อย่าไปว่าอย่างนั้น เมื่อ สว.เห็นต่างกับ สส.เกี่ยวกับ กฎหมายประชามติให้ทำประชามติ 2 ชั้น ขณะนี้ได้ตั้งกรรมาธิการร่วม 2 ฝ่ายขึ้นมา มีทางออก 2 อย่างคือ ตกลงกันได้ในจุดที่ทุกคนยอมรับ กฎหมายจะเดินหน้านำขึ้นทูลเกล้าฯได้ เพื่อจะมีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงต้นปี 68 พร้อมกับการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ถ้าเห็นต่างกฎหมายจะตกไป จากนั้นภายใน 180 วัน สภาฯเสนอร่างกฎหมายประชามติขึ้นมาอีกครั้ง จึงต้องให้กรรมาธิการร่วมทำหน้าที่ก่อน หวังให้มีการปรับกฎหมายให้ทั้งสองฝ่ายพอใจ เพื่อให้กฎหมายสามารถเดินหน้าได้โบ้ยรื้อ รธน.ไม่ทันไม่ใช่ความผิดเพื่อไทยเมื่อถามย้ำว่าพรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ว่าจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เมื่อเราออกเป็นนโยบายตอนหาเสียง รับปากประชาชนว่าจะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญโดย สสร. เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย แต่ถ้าไม่ทันก็ไม่ใช่ความผิดของเรา เพราะเราพยายามทำอย่างเต็มที่อย่างที่สุด เท่าที่เราจะทำได้แล้ว อยากให้เห็นถึงการทำงานของเรา“วรชัย” ป้อง “เต้น” ช่วย รบ.ปชต.นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรค เพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกฯ เป็นการตระบัดสัตย์กลืนน้ำลายตัวเองเพื่อมุ่งหาอำนาจว่า การที่นายณัฐวุฒิรับเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ เป็นตำแหน่งที่ไม่มีอำนาจสั่งการข้าราชการ ไม่ได้รับเงินเดือน จึงไม่ใช่การวิ่งหาอำนาจ แต่เวลานี้มีคนมาโจมตีรัฐบาลอย่างมาก โดยเฉพาะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ถูกใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองนำไปสู่การล้มรัฐบาล นายณัฐวุฒิเป็นนักประชาธิปไตยและเป็นนักสู้มีจุดยืนประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลง รัฐบาลปัจจุบันถือเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เวลานี้ไม่มีลุงอยู่ร่วมรัฐบาลแล้วซัดฝ่ายแค้นตั้งท่าปลุกคนลงถนนนายวรชัยกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมานายเศรษฐา ทวีสิน เพิ่งถูกฝ่ายเผด็จการล้มไป น.ส.แพทองธาร ถือว่าเป็นนายกฯของฝ่ายประชาธิปไตย นายณัฐวุฒิจำเป็นต้องเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เพื่ออธิบายความทำความเข้าใจเรื่องที่ฝ่ายแค้นออกมาวิพากษ์วิจารณ์ปกป้องรัฐบาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคเพื่อไทย ได้เข้ามาเป็นฝ่ายบริหาร จึงไม่เข้าใจว่าพวกที่ค้านพวกที่แค้น ทำไมต้องมาลากไส้นายณัฐวุฒิถึงขนาดนี้ แล้วถ้ารัฐบาลล้มไปจริงพวกเขาจะได้อะไร มีแต่ประเทศที่จะเสียหาย วันนี้รัฐบาลกำลังทำงานเพื่อประชาชน หากมีอะไรไม่ชอบมาพากล มีฝ่ายค้านในสภาฯคอยตรวจสอบอยู่แล้ว จึงขอให้ฝ้ายแค้นรอดูผลงาน ถ้าไม่ถูกใจค่อยไประบายในการเลือกตั้ง ไม่ใช่ตั้งท่าลงถนน ดึงประเทศกลับสู่วังวนขัดแย้ง“ธนกร” ไม่ก้าวล่วงดุลพินิจศาล รธน.นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยเป้าหมายไปถึงการยุบพรรคเพื่อไทยและบางคนมองว่าอาจเป็นตัวเร่งให้มีการเปลี่ยนตัวนายกฯอีกครั้งว่า หากประเด็นใดเข้าข่ายผิดหรือขัดต่อข้อกฎหมายจริงๆ ก็เป็นดุลพินิจของศาลที่จะวินิจฉัย ซึ่งตนไม่ก้าวล่วง แต่เชื่อมั่นว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยึดตามกระบวนการกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ส่วนกรณีที่ยังมีฝ่ายค้านบางพรรคจ้องจะใช้การไม่ได้มาตอบกระทู้ถามสดในสภาฯ เป็นประเด็นโจมตีรัฐบาล ตรงนี้ตนมองว่าไม่เหมาะสม ขอให้ทุกฝ่ายลดวาทกรรม หรือเพลาการเล่นเกมการเมืองลงบ้าง ในสถานการณ์ที่ประชาชนเดือดร้อนอย่างนี้ ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยก่อนจะดีกว่า และควรให้เวลานายกฯและรัฐบาลได้ทำงานพิสูจน์ฝีมือบ้างควรให้กำลังใจและให้โอกาส ไม่ใช่มัวแต่จ้องจับผิดและสร้างประเด็นดราม่าโจมตีกัน“ธนาธร” เลี่ยงตอบ พท.ถูกร้องล้มล้างเมื่อเวลา 12.30 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการการทหารสภาฯ เข้าร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “ตามหาขุมทรัพย์ของกองทัพไทย” โดยนายธนาธรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญขอให้สั่งให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและพรรคเพื่อไทย (พท.) หยุดการกระทำอันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง ใน 6 ประเด็นว่า ไม่ได้ติดตามการเมืองรายวัน จึงไม่มีความเห็นต่อเรื่องนี้ เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองและพฤติกรรมของนายทักษิณ เป็นไปตามคำร้องหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ยังไม่เห็นคำร้อง คงจะออกมาพูดไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่า มีการวิเคราะห์ว่าคำร้องดังกล่าวยึดโยงไปถึงคำร้องยุบพรรค ก.ก. นายธนาธรกล่าวว่า ในส่วนของพรรค ก.ก.และพรรคประชาชนมีรูปแบบการทำงานที่เป็นตัวของตัวเอง ส่วนของพรรค พท.มีแนวทางการทำงานของตัวเอง คงไม่สามารถนำมายึดโยงกันได้“วิโรจน์” ซัดจ้องทำลายพรรค ปชน.เลือกด้านนายวิโรจน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ชวนตั้งข้อสังเกตว่าเห็นความผิดปกติของการออกมาร้องในครั้งนี้ คนร้องที่มี 1 คนร้อง และกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่ง มีหน้าที่ทำร้าย ทำลายพรรคที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เรามองเป็นเรื่องปกติไม่ได้ เราไม่เห็นด้วยกับกระบวนการที่ผิดปกติ ส่วนกลุ่มคนนั้นขอไม่ไปเพ่งเล็งว่าเป็นใคร เราดูที่พฤติกรรม เรียกว่าเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เคารพสิทธิประชาชน เมื่อถามว่าแสดงว่าหากมีเรื่องใดที่เกิดข้อสงสัย ควรนำมาพูดกันในสภาฯหรือนำมาอภิปรายใช่หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ถูกต้อง มารวมกันเพราะมีกลไกของกรรมาธิการ มีกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากเป็นเรื่องแบบนั้นจริง นายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยกลไกของรัฐสภา ไม่ใช่พ้นไปด้วยกระบวนการอื่น รธน.พิสดารนักร้องคนเดียวเขย่าประเทศวันเดียวกัน นางนันทนา นันทวโรภาส สว.โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความพระพุทธะอิสระ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยสั่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เลิกใช้สิทธิและเสรีภาพนำไปสู่การล้มล้างการปกครองว่า บ่งบอกถึงความพิสดารของรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ผู้ร้องคนเดียวสามารถตั้งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้โดยตรงในเรื่องสำคัญ ไม่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองตามกระบวนการยุติธรรม สั่นคลอนเสถียรภาพระบบการเมืองไทยอย่างถึงแก่น“พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นเสมือนเป็นเรื่องปกติ สร้างบรรยากาศความไม่แน่นอน บั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศ ฉุดรั้งโอกาสประเทศฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้ อะไรคือการล้มล้างการปกครอง เป็นไปได้อย่างไรที่พรรคการเมือง ที่มีประชาชนเลือกเป็นผู้แทนกว่า 140 คน ดำเนินงานทางการเมืองในกรอบรัฐสภา จะมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ถ้าเป็นเช่นนั้นประชาชนผู้เลือกพรรคนี้จะกลายเป็นผู้สมคบคิดหรือผู้สนับสนุนล้มล้างการปกครองหรือไม่ นี่คือความผิดปกติมากๆของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ถึงเวลาหรือยังต้องให้ประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญ ของตนเอง” นางนันทนาระบุ“จิรายุ” แจงดราม่านายกฯพูดผิดเมื่อเวลา 08.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” เผยแพร่ทางวิทยุออกอากาศทางเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ ถึงประเด็นดราม่าที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดถึงสถานการณ์ น้ำ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไปลง แม่น้ำโขง ว่า จริงๆแล้ว นายกฯอาจเว้นวรรคเว้นช่องไฟไม่ห่างพอ โดยพูดถึง 2 ประเด็นมารวมกัน ต้องอธิบายว่าน้ำที่ท่วมแม่สาย เชียงแสน บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ถ้าหันหน้ามองไปฝั่งตรงข้ามคือ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา คือแม่น้ำสายที่จะไหลไปรวมในแม่น้ำโขง ตรงนี้สถานการณ์ดีขึ้นไม่เอ่อท่วม แต่น้ำที่ท่วมในตัวเมืองเชียงราย คือแม่น้ำแม่กก ส่วนแม่น้ำปิงในจังหวัดเชียงใหม่จะไหลไปที่จังหวัดลำพูน ขณะที่ฝั่งตะวันตกจะไปลงที่เขื่อนภูมิพลจังหวัดตาก และจะลงไปรวมที่ปากน้ำโพจังหวัดนครสวรรค์ เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ลงสู่เหนือตอนล่าง กลางตอนบน แต่นายกฯอาจเว้นช่องไฟไม่ห่างพอ และสัปดาห์นี้น้ำจากเหนือจะทยอยมาภาคกลาง แต่ไม่น่ากังวลใจเหมือนปี 2554 เนื่องจากการบริหารจัดการในครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถผ่านไปได้ด้วยดี“ดร.เอ้” เร่งแผนรับมือแก้น้ำท่วมกรุงเมื่อเวลา 09.00 น. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลพื้นที่ กทม. นำคณะลงพื้นที่สำรวจชุมชนนอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา หลัง กทม.แจ้งเตือนประชาชน เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม ที่ตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์และติดตามโครงการแก้มลิงใต้ดินรองรับน้ำกว่า 10,000 ลูกบาศก์เมตร ที่วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) เขตป้อมปราบ ศัตรูพ่าย โดยนายสุชัชวีร์กล่าวว่า กทม.ไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย.เสี่ยงมากขึ้นทุกปี ในอนาคตเมื่อน้ำทะเลหนุนและหากมีฝนตกผิดฤดูกาลอาจจมน้ำ มีการพยากรณ์จากทั่วโลกระบุน้ำจะเพิ่มขึ้น 40-50 ซม.ในปี 2580 พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคงรับน้ำไม่ไหว ต้องแก้ที่ต้นตอคือปากแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะกลางทำแก้มลิงรองรับน้ำฝน ระยะสั้นสูบน้ำและทำสถานีปั๊มน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปั๊มน้ำจะมีมากแค่ไหนสุดท้ายเอาไม่อยู่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่