นับวันเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่ช่วยแบ่งเบาการทำงานหรือกิจวัตรประจำวันอื่นๆทั่วไปให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังเป็นอีกเรี่ยวแรงในการช่วยดูแล-ฟื้นฟูสุขภาพของกลุ่มผู้เปราะบางได้อีกด้วยตัวอย่างเห็นเด่นชัด ได้แก่ “หุ่นยนต์แมวน้ำ” ขนนุ่มสีขาวสะอาดตา “PARO” หรือน้อง “พะโล้” ผลงานการคิดค้นและประดิษฐ์ของ “ดร.ทากาโนริ ชิบาตะ” หัวหน้า นักวิจัยอาวุโส แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขั้นสูงแห่งชาติของญี่ปุ่น (AIST) ที่มาพูดคุยที่สถานเอกอัคร ราชทูตญี่ปุ่นประเทศไทยเมื่อหลายวันก่อนดร.ชิบาตะเผยว่า PARO หุ่นยนต์บำบัดตัวนี้ ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 9 แล้ว ด้วยน้ำหนักเพียง 2.6 กิโลกรัม และไม่ได้มีดีแต่เพียงหน้าตาน่ารักน่าอุ้ม แต่ใช้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ แบบป้อนกลับสัญญาณชีวภาพ โดยใช้เอไอพร้อมติดตั้งไมโครโฟนช่วยส่งเสียงอุ๋งอุ๋งน่าเอ็นดู มีระบบเซ็นเซอร์วัดแสง เสียง ตรวจจับอุณหภูมิ และการเคลื่อนไหว พร้อมฟังก์ชันการเรียนรู้การจำเสียง จึงสามารถตอบสนองต่อการสัมผัสและพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ช่วยคลายความเหงาในกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่เพียงลำพัง และยังบรรเทาอาการวิตกกังวล ความเจ็บปวด ซึมเศร้า เครียด ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้มีปัญหาด้านพัฒนาการ ผู้เป็นโรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ไปจนถึงผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่สมอง แม้กระทั่งช่วยคลายความเครียดของนักบินอวกาศปัจจุบัน PARO ได้รับการอนุมัติเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์รักษาโรคระบบประสาท ในสหรัฐฯ และยุโรป อย่างในอังกฤษยังถูกกำหนดในแนวทางปฏิบัติให้ลองใช้น้องพะโล้กับผู้ป่วยสมองเสื่อมและ BPSD เป็นอย่างแรกก่อนที่จะใช้ยา ดร.ชิบาตะยังทิ้งท้ายหวังขยายทางเลือกใช้หุ่นยนต์บำบัดนี้ในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้.อมรดา พงศ์อุทัย