“เสี่ยต่อ” ใจจดจ่อรอสแตนด์บายที่พรรค “สรวงศ์” ส่ง เทียบเชิญถึงมือ “เดชอิศม์” ประกาศลืมความขัดแย้งในอดีต นำพาประเทศเดินหน้าต่อ อุดมการณ์เอาไว้ก่อน อ้าง คนเสื้อแดงไฟเขียว หยอด ปชป.วันนี้ไม่เหมือนวันวาน กอดคอทำงานร่วมกันได้ “เดชอิศม์” ขอบคุณ พท.ไว้วางใจให้ร่วมงาน โต้เหยงไม่ใช่พรรคสำรอง แย้มได้โควตาแน่ๆ 2 เก้าอี้ “เฉลิมชัย” สั่งเรียกประชุม กก.บห.-สส.ขอมติ “ชวน” ย้ำภาพจำ “ทักษิณ” เจ้าของ พรรคตัวจริง กรีดก๊วนผู้บริหารหน้าใหม่จ้องหาประโยชน์ “ก่อแก้ว” ซัด 2 ผู้เฒ่าไม้แก่ดัดยาก “ธิดา” ฉะ พท. ย่ำซากศพเสื้อแดง “อดิศร” ซัด “ประวิตร” ปฏิปักษ์ร่วมรัฐบาล “ชัยวุฒิ” ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้านเหน็บ การเมืองระบบดูดไปไม่รอด “เรืองไกร” ขยี้ไม่เลิกชง กกต.สอย “อิ๊งค์” โผ รทสช. “ปุ้ย” ส่อวืด “บิ๊กเล็ก” เสียบนั่ง รมช.กห.กลบรอยบาดหมางในอดีตนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย หอบเทียบเชิญพรรคประชา ธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล ถึงมือนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลืมความขัดแย้งที่ผ่านมา ขอเดินหน้าเพื่อประเทศชาติต่อไป ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลายอารมณ์“เสี่ยต่อ”รอสแตนด์บายที่พรรคเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายนริศ ขำนุรักษ์ รองหัวหน้าพรรคด้านภารกิจ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรคและ ผอ.พรรค เดินทางเข้าพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมส่งเทียบเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาล ขณะที่ สส.ของพรรคต่างเดินทางเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา“สรวงศ์” ส่งเทียบเชิญ “เดชอิศม์”ต่อมาเวลา 11.25 น. ที่รัฐสภา นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นหนังสือเทียบเชิญให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล ผ่านนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีเพื่อน สส.ของทั้ง 2 พรรค ร่วมแถลงข่าวนายสรวงศ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ส.ค. พรรคเพื่อไทย ได้พูดคุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคปชป. และนายเดชอิศม์ว่า วันนี้จะยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารประเทศ และเป็นรัฐบาลร่วมกัน เมื่อถามว่าโควตารัฐมนตรีของพรรค ปชป.จะได้ 1 รัฐมนตรีว่าการกับ 1 รัฐมนตรีช่วยใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีไม่ขอก้าวล่วงในเรื่องนี้เดินหน้า ปท.-อุดมการณ์ซุกหีบผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์อุดมการณ์ต่างกัน จะทำงานร่วมกันได้จริงหรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า อย่างที่นายเดชอิศม์กล่าวไว้ เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อน แต่ปัจจุบันมั่นใจว่าในสภาผู้แทนราษฎรทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือทำให้ประชาชนและประเทศชาติไปได้ด้วยดี ไม่มีสส.เพื่อไทยคัดค้าน ขอให้นำคำสัมภาษณ์ของนายเดชอิศม์เป็นที่ตั้งว่าประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อ ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อ พรรคของพวกเราต่อสู้กันมานานแต่วันนี้มาถึงคนรุ่นใหม่ดูแลพรรค ส่วนอุดมการณ์ทางการเมืองก็เป็นเรื่องของอุดมการณ์ แนวทางการทำงานเราไปด้วยกันได้แน่นอนอ้างคนเสื้อแดงเห็นแก่ส่วนรวมเมื่อถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าทั้ง 2 พรรคหักหลังประชาชน เพราะที่ผ่านมาเคยพาประชาชนออกไปชุมนุมแล้วเกิดการบาดเจ็บล้มตาย แต่สุดท้ายกลับมาจับมือกันตั้งรัฐบาล นายสรวงศ์ตอบว่า ในอดีตอุดมการณ์ทางการเมืองของเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ไม่เหมือนกันเลย แต่วันนี้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารพรรค หัวหน้าทั้ง 2 พรรค รวมถึงเลขาฯและสมาชิกพรรคทุกคน มุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกันว่าปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น เพราะประเทศชาติถอยหลังไปมาก ถึงเวลาแล้วต้องเดินหน้าร่วมกัน อะไรไม่เข้าใจกันหรือความขัดแย้ง ต้องทิ้งไว้ข้างหลัง เมื่อถามย้ำว่าพี่น้องเสื้อแดงสะท้อนความคิดเห็นเรื่องนี้หรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า พี่น้องเสื้อแดงวันนี้มีการพูดคุยกันอยู่ เห็นตรงกันว่าถ้าเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมทุกคนเข้าใจได้ เราไม่ได้เชิญแค่พรรคประชาธิปัตย์ แต่เชิญหลายส่วนให้เข้าร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อร่วมพัฒนาประเทศต่อไปหยอด ปชป.ยุคนี้กอดคอกันได้เมื่อถามย้ำว่าเป็นแผนปิดสวิตช์ 3 ป.ใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า ไม่ใช่แผน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ ถึงวันนี้เราทำงานร่วมกัน 1 ปีแล้ว เห็นการอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์และดูการทำงานของผู้บริหารประชาธิปัตย์ในยุคนี้ คิดว่าสามารถทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้ เมื่อถามว่าการจับมือกับประชาธิปัตย์จะทำให้ผู้สนับสนุนเพื่อไทยไม่พอใจหรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า ขอให้ดูที่ผลงาน มั่นใจหากร่วมกันทำงานแล้วผลงานออกมาดี และอีกมุมหนึ่งความขัดแย้งหายไปแล้ว มาร่วมมือกันทำงานจะเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า เมื่อถามว่านายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุพรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์ นายสรวงศ์ตอบว่า คำนี้ฮิตเหลือเกิน ก็แล้วแต่ ทุกอย่างมองกันที่ผลงาน ขออย่างเดียวให้โอกาสนายกฯและ ครม.ชุดใหม่ได้ทำงาน ถ้าทำอะไรผิดหรือไม่ดีค่อยร้องเรียน ไม่ใช่ออกมาพูดเพียงอย่างเดียว ขอให้ดูที่ผลงาน“เดชอิศม์”ขอบคุณ พท.ให้ร่วมวงนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชา ธิปัตย์ กล่าวว่า ขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้ความไว้วางใจและเห็นความสำคัญของพรรคให้มาช่วยกันดูแลประเทศ หลังจากนี้ต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป.(กก.บห.)และ สส. คาดว่าจะเป็นวันที่ 29 ส.ค. เมื่อถามถึงการทำความเข้าใจกับผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ นายเดชอิศม์ตอบว่า วันนี้ประชาธิปัตย์ไม่มีความขัดแย้ง เรามีแต่ความรักความเข้าใจ และการให้อภัยกัน ต้องเข้าใจว่าเหตุการณ์เมื่อ 20-30 ปีที่ผ่านมากับปัจจุบันไม่เหมือนกัน ปัญหาของประเทศ แนวคิด การพัฒนาประเทศไม่เหมือนกัน พอถึงเวลาที่เราพูดคุยกันได้ที่เรารักกัน ถือเป็นสิ่งที่ดีงามโต้เหยง ปชป.ไม่ใช่พรรคสำรองผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คัดค้านการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นายเดชอิศม์ตอบว่า ก่อนหน้านี้อาจมีความคิดเห็นเป็น 2 ฝ่าย แต่เมื่อมีมติของพรรคก็ต้องปฏิบัติตาม จากนี้ถ้ามีคนในพรรคโหวตแตกต่างจากมติพรรค คงทำเช่นนั้นไม่ได้ ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคสำรอง รอบที่แล้ว สส.จำนวน 16 คน ก็โหวตให้ หลายคนบอกว่าเราต้องไปร่วมรัฐบาลในเวลานั้น แต่เราไม่ได้ไปร่วมเพราะเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วกับวันนี้ไม่เหมือนกัน จึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ และย้ำว่าไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยลั่นสบายใจทำงานร่วมเพื่อไทยเมื่อถามถึงนโยบายที่พรรคจะนำไปร่วมผลักดันกับรัฐบาล นายเดชอิศม์ตอบว่า อยู่ที่นายกฯจะให้กระทรวงใด เราสบายใจที่ได้ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เรามีความรักและการให้อภัยกัน เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี นายเดชอิศม์ตอบว่า ไม่กังวล ยังไม่ทราบเลยว่าโดนเรื่องอะไรใน ป.ป.ช. น่าจะไม่เกี่ยวอะไรกับตน ถ้ามีเรื่องร้องเรียนทุกคนคงไม่มีใครเป็นกันได้ และต้องรอที่ประชุมพรรคก่อนว่าจะส่งรายชื่อใครไปเป็นรัฐมนตรีนั้นแย้มได้โควตาแน่ๆสองเก้าอี้จากนั้นนายเดชอิศม์เดินทางเข้าที่ทำการพรรคปชป. และให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการส่งรายชื่อบุคคลตรวจสอบคุณสมบัติก่อนขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่า ส่วนของพรรค ปชป.เรียบร้อยไปนานแล้ว เรามีการตรวจสอบคุณสมบัติของพรรคเองอยู่แล้ว เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ปฏิเสธคุณสมบัติบุคคลที่พรรคเสนอไป สำหรับตนไม่ได้ฝากใครไปเช็กประวัติ ในรายละเอียดในคำเชิญระบุว่าต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ทั้งนี้ ต้องส่งรายละเอียดคำเชิญให้หัวหน้าพรรคทราบก่อน รวมทั้งตำแหน่งของรัฐมนตรีที่จะส่งรายชื่อไป เมื่อถามถึงจำนวนโควตารัฐมนตรี นายเดชอิศม์ตอบว่า ณ วันนี้ที่ทราบข่าวมา คือได้ 2 เก้าอี้ ส่วนจะเป็นกระทรวงไหน เป็นรัฐมนตรีว่าการ หรือช่วยว่าการ ยังไม่ทราบ ต้องรอมติที่ประชุม กก.บห.พรรค เมื่อถามย้ำว่าได้ส่งประวัติส่วนตัวไปแล้วใช่หรือไม่ นายเดชอิศม์ตอบว่า ยังไม่ได้ส่ง มีแต่นักข่าวบอกว่าตนไปส่งประวัติ อาจมีคนอ้างมากกว่า ซักถามลูกน้องแล้วไม่มีใครไปสักคน“เฉลิมชัย” ไม่กังวลปมคุณสมบัตินายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังรับทราบว่าพรรคเพื่อไทยส่งหนังสือเทียบเชิญร่วมรัฐบาลว่า ขอให้รอการประชุมวันที่ 29 ส.ค. ก่อน เมื่อถามว่า กังวลเรื่องคุณสมบัติการเป็น รัฐมนตรีหรือไม่ นายเฉลิมชัยตอบว่า ไม่กังวลอะไรเลย รอให้ที่ประชุมพรรคมีมติอย่างเดียว มติที่ประชุมว่าอย่างไรก็ตามนั้น เมื่อถามว่า มีหลายคนวิจารณ์เรื่องคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี นายเฉลิมชัย ตอบว่า “ไม่เป็นไร ไม่ใช่หน้าที่เรา ถ้าจบมันก็จบ” เมื่อถามย้ำว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเอง ยืนยันได้ใช่หรือไม่ว่าไม่มีปัญหา นายเฉลิมชัยตอบว่า “เขามีคนเช็กอยู่แล้ว ขอบคุณมากรอพรุ่งนี้” ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกับนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.แล้วหรือไม่ นายเฉลิมชัยเลี่ยง ตอบคำถามกล่าวเพียงสั้นๆว่า “พรุ่งนี้เจอกันครับ”เรียกประชุมขอมติ กก.บห.–สส.น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรคและ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หนังสือเทียบเชิญส่งมา ถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคแล้ว มีการเรียก ประชุม กก.บห.พรรค วันที่ 29 ส.ค. เวลา 17.00 น. และจะประชุมร่วมกับ สส.พรรคในเวลา 19.30 น.มีวาระการประชุมวาระเดียวคือ การพิจารณาเข้าร่วม รัฐบาล และเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จะมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 53 คน เป็น กก.บห. พรรค 38 คน และ สส. 25 คน เมื่อถามถึงโควตารัฐมนตรี น.ต.สุธรรมตอบว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดโควตาที่ชัดเจน น่าจะมีการหารือกันในวันที่ 29 ส.ค. เมื่อถามย้ำว่ามีแผนสองในการชี้แจงกับสมาชิกพรรคหรือไม่ น.ต.สุธรรมตอบว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการชี้แจงในประเด็นไหน เพราะยังไม่มีมติออกมาว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ต้องรอมติออกมาก่อนประธาน สส.ปฏิเสธข่าวขับ “ชวน”นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบ คีรีขันธ์ ประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องความเห็นต่างถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่สุดท้ายความแตกแยกคงไม่มี และข้อบังคับพรรคระบุว่าเมื่อเสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไร ต้องทำตามมติพรรค เมื่อถามว่า หากสมาชิกพรรคจะใช้เอกสิทธิ์ความเป็น สส. นายประมวลตอบว่า คนที่ไม่เห็นด้วยก็มี ไม่ต้อง ใช้เอกสิทธิ์ คือ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่เห็นด้วยไปเลย เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีการลงโทษ นายประมวลตอบว่า คงไม่มี มีแต่สื่อที่พูดกันเองว่าขับนายชวน แต่ในพรรค ยังไม่มีใครพูดถึง เมื่อถามว่า ไม่มีแนวโน้มว่าจะมีสมาชิก พรรคลาออกหรือเลือดไหลออกอีก นายประมวลตอบว่า ทุกคนในพรรคมีอุดมการณ์ เราเดินตามระเบียบ“ชวน” ชี้ “ทักษิณ” เจ้าของตัวจริงนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า เรื่องการครอบงำพรรคเพื่อไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เหมือนที่ท่าน พูดว่าไม่ได้ครอบงำ แต่เป็นการครอบครอง พูดง่ายๆ คือ เหมือนเป็นเจ้าของพรรค ดังนั้น เจ้าของสามารถกำหนดได้ว่าใครจะเป็นหัวหน้า ใครจะเป็นนายกฯ หรือใครจะเป็นรัฐมนตรี ต้องยอมรับว่าบารมีของนายทักษิณเปลี่ยนแปลง สมาชิกก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯน่าจะรู้ การเรื่องแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ถึงลังเลไม่ได้ส่งชื่อตั้งแต่ต้น แต่ที่มาตัดสินใจเสนอเพราะเกรงใจบุคคลหนึ่ง และเชื่อว่าการเสนอชื่อนายพิชิตเป็นการตอบแทนกรีดหน้าใหม่จ้องหาประโยชน์เมื่อถามว่า คนรุ่นใหม่มองว่าหมดยุค “ลุงชวน” แล้ว นายชวนตอบว่า ไม่มีกำหนดอายุ มีคนคิดเหมือนกันว่าเป็นขวากหนามเขา ทำให้ไปร่วมรัฐบาล ไม่ได้ จึงพยายามพูดว่าหมดยุคผู้อาวุโส แต่ความจริง ตนเป็นผู้สร้างมากกว่าผู้ทำลาย และคนที่พูดเหล่านั้น อาศัยบารมีพรรคที่พวกตนทำเอาไว้ แต่คนเหล่านั้น ยังไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับพรรคเลย เพียงแต่อาศัยชื่อพรรคเพื่อเข้ามาเป็นนักการเมือง เข้าใจเขาเพิ่งเข้าพรรคมา อาศัยบารมีของพรรคที่คนรุ่นก่อน สะสมสร้างมา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรค คนที่ 9 ยังไม่ได้สร้างความน่าเชื่อถือให้พรรคเท่ากับรุ่นก่อน มีคนบางกลุ่มเท่านั้นที่เข้ามาใช้ตำแหน่งในพรรค แสวงหาผลประโยชน์ของตัวเอง คนกลุ่มนี้ไม่รู้ว่าจะทำ อย่างไรกับตน พยายามบอกว่าขัดแย้งมาแล้ว 20 ปีเย้ยไปขอให้เขามาเชิญมากกว่าเมื่อถามย้ำว่าหากมติพรรค ปชป.เห็นด้วยให้ร่วมรัฐบาล นายชวนตอบว่า คิดว่าคนของเราไปติดต่อเขาก่อนเขาเชิญ หรือสงสัยว่าไปขอให้เขามาเชิญด้วยซ้ำ จึงถูกสื่อมวลชนเรียกว่าพรรคอีแอบ พรรครอเสียบ อยากขออย่าเรียกพรรค ปชป.แบบนี้ เพราะเป็นพฤติกรรมของคนส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ การเลือกแบบนี้ทำให้พรรคเสื่อมเสีย อยากปกป้องเกียรติภูมิของพรรค เราไม่ใช่พรรค เฉพาะกิจ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้คนใดคนหนึ่งได้เป็นนายกฯอยู่สัก 1-2 สมัยแล้วล้มไป แต่พรรค ปชป.อยู่มาเกือบ 80 ปี ไม่อยากให้เสื่อมเสียด้วยการกระทำของ กก.บห.พรรคชุดปัจจุบัน ยอมรับว่าเป็นเสียงข้างน้อยในพรรค แต่ได้หารือกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าอย่างน้อย 4 คน ยังคงยืนยันในจุดยืนเดิม แต่ไม่ว่ามติของพรรคเป็นอย่างไรก็พร้อมเคารพ เชื่อว่าการตัดสินใจร่วมรัฐบาลในครั้งนี้จะส่งผลต่อฐานเสียงภาคใต้ไม่น้อย เข้าใจว่านักการเมืองรุ่นหลังไม่คิดที่จะเติบโต คิดเพียงว่าจะเป็นรัฐมนตรีสัก 2-3 คนก็พอแล้ว แต่พรรค ปชป.ดั้งเดิมไม่คิดอย่างนี้ คิดแต่จะสร้างพรรคให้ใหญ่เพื่อแกนนำเป็นรัฐบาล4 สส.จับกลุ่มเกาะติดสถานการณ์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่นั้น ทั้งนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคปชป. นั่งรวมกลุ่มหารือติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวการเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล“หญิงหน่อย” ย้ำจุดยืนฝ่ายค้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันจุดยืนว่า “พรรคเพื่อไทยเดินหน้าหาพันธมิตรแบบยกพรรคและยกก๊วน ทั้ง ปชป.-ทสท.-ธรรมนัส-พรรคเล็ก หวังมีเสียง 319 หรือมากกว่าตอนโหวต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ ขอยืนยันว่าพรรค ทสท.ขอทำ หน้าที่เป็นฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้นการให้ข่าวจากฝั่งใดก็ตาม อย่ามาอ้างชื่อพรรค ทสท.ไปสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้เด็ดขาด การโหวตนายกฯ ที่ สส.พรรค ทสท.โหวตให้ ขณะนี้กรรมการจริยธรรมของพรรคเรียกทั้ง 6 คน มาสอบข้อเท็จจริงอยู่ การเมือง ที่คิดแต่การแย่งอำนาจ เพื่อให้ได้เป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล ทั้งการตระบัดสัตย์ ละทิ้งอุดมการณ์ ใช้ “เงิน” และ “ตำแหน่ง” มาหลอกล่อคนจากพรรคอื่น โดยไม่คำนึง ถึงความถูกต้องและจริยธรรมอันดี ทั้งที่นักการเมืองควรเป็นตัวอย่างให้กับสังคม และยังไม่ละอายใจ กล้าพูด ออกมาว่าพร้อมจะดึงคนของพรรคการเมืองอื่นออกมา แบบเป็น “ก๊วน” ก็ได้ เพื่ออำนาจของตนเอง ทั้งที่ พรรคเขาไม่ได้เห็นชอบ ถือเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าข่ายการกระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ดิฉัน ขอฝาก “นายกฯอิ๊งค์” ในฐานะเป็นคนรุ่นใหม่ให้ช่วย มาแก้ไขความเลอะเทอะทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น ในขณะนี้ให้ด้วย”เสรีรวมไทยจ่อถอนสมอรัฐนาวาผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเสรีรวมไทยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ตัดสินใจนำพรรคเสรีรวมไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ภายหลังที่ประชุมพรรคเสรีรวมไทยหารือถึงประเด็นการร่วมรัฐบาล และเห็นว่าพรรคแกนนำรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับพรรคเสรีรวมไทยเท่าที่ควร จึงตัดสินใจถอนตัว จากการร่วมรัฐบาล โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะแถลงข่าว ด้วยตัวเองถึงการถอนตัว จุดยืน และบทบาททางการเมืองของพรรค ในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 10.30 น.ซัด“ประวิตร” ปฏิปักษ์ร่วมรัฐบาลขณะที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมติที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย ขับพรรค พปชร. จากการร่วมรัฐบาลว่า ที่ประชุมพรรค เปิดโอกาสให้ สส.แสดงความเห็น จึงเสนอความเห็น ไปว่าพรรค พปชร. โดยเฉพาะหัวหน้าพรรค แสดงจุดยืนเป็นปฏิปักษ์การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ตั้งแต่โหวตนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ จนถึงการโหวต น.ส.แพทองธารก็ไม่มาโหวต รวมถึงอดีต สว. 40 คน ที่ยื่นร้องถอดถอนนายเศรษฐา มีข้อมูลชัดเจนหัวหน้าพรรค พปชร.อยู่เบื้องหลัง จึงไม่ควรมาร่วมรัฐบาล ผู้บริหารพรรครับฟัง ที่ประชุมเห็นด้วย 150% ตนและ สส.พปชร.ยังเป็นเพื่อนกัน การร่วมรัฐบาลคือแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง เมื่อจุดต่างเยอะควรให้ท่านไปอยู่ในป่าของท่านดีกว่า แม้เสียงหายไป 40 เสียงแต่ไม่มีผลกระทบอะไร สส.พลังประชารัฐมีเอกสิทธิ์จะมาร่วมกับเรา หรือเป็นฝ่ายค้านก็ได้ เมื่อถามว่า ถีบ พปชร.ไปเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายอดิศรตอบว่า ใช้คำว่าถีบไม่ได้ ใช้คำว่าปิดสวิตช์ การเป็นรัฐบาลผสมควรเอาคนจริงใจมาอยู่ด้วย ไม่ใช่จับมือกันแล้วมีดสั้นปักอยู่ด้านหลังนักร้องขยี้ไม่เลิกชง กกต.สอย “อิ๊งค์”นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค พปชร. กล่าวว่า ทำหนังสือส่งถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายก รัฐมนตรี กรณีทำหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทต่างๆ ในเครือชินวัตร 21 บริษัท เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2567 มีจริงหรือไม่ เพราะพบว่ามีการไปจดทะเบียนแจ้งลาออกต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า วันที่ 19 ส.ค.2567 หลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นนายก รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ส.ค.แล้ว จึงมีเหตุควรสงสัยเป็นการทำหนังสือลาออกย้อนหลังหรือไม่ กกต.ควรตรวจสอบวันที่ลาออกจริงคือวันใด มีการทำเอกสาร ย้อนหลังหรือไม่ หากพบว่ามีการลาออกหลังวันที่ 16 ส.ค. จะมีผลให้ความเป็นนายกฯ ของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 หรือไม่ ขณะนี้ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รอให้หน่วย ราชการส่งข้อมูลมาให้ จะนำมาตรวจสอบส่งให้ กกต. พิจารณาต่อไป“สรวงศ์” ไม่กังวลมีทีมกฎหมายดูด้านนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า เรามีทีมกฎหมายดูอยู่แล้ว และคิดว่าจะไม่เป็นประเด็น เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกับพรรคไทยสร้างไทย หรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า เดี๋ยวต้องพูดคุยกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุย“ชัยวุฒิ” ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี กก.บห.พรรคเพื่อไทยมีมติไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร. ว่า พอจะทราบแนวทางมาว่าเขาไม่ยอมรับรายชื่อรัฐมนตรีที่เราเสนอ โดยสร้างเงื่อนไขอะไรบางอย่างขึ้นมา เมื่อมีมติออกมา แบบนี้ก็ชัดเจน เราก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เหตุผลที่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.ไม่ยอม ไปลงมติให้ น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯ นั้น พรรคชี้แจง ไปแล้วว่าหัวหน้าพรรคติดภารกิจ แต่ 39 สส.พรรค โหวตให้หมด ส่วน สส.ในฝั่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. คงยังไม่ดำเนินการอะไร พล.อ. ประวิตรถือว่าทุกคนยังเป็นสมาชิกพรรค พรรค พปชร.จะอยู่อย่างนี้ไปก่อนอีกสักระยะ ยังไม่ขยับอะไรเหน็บการเมืองระบบดูดไปไม่รอดเมื่อถามว่าจะทำงานร่วมกับพรรคประชาชน (ปชน.) ได้หรือไม่ เพราะมีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างกัน นายชัยวุฒิตอบว่าต้องพูดคุยกัน วันนี้เราไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่าคงคุยกันได้ เมื่อถามย้ำว่าแต่เรื่องมาตรา 112 พรรค พปชร.กับพรรค ปชน.เดินเป็นเส้นขนาน นายชัยวุฒิตอบว่า คงไม่ถึงขนาดไปในทางเดียวกันทุกเรื่อง ส่วนทิศทางการเมืองจากนี้ การที่เขาทำการเมืองแบบดูด สส. ไม่มีระบบการเมืองที่ชัดเจน ทำตามข้อตกลงหรือผลประโยชน์ที่ตกลงกัน เชื่อว่าสุดท้ายจะมีการขัดกัน หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง จะมีการเรียกร้องอะไรบางอย่าง ทำให้มีปัญหาในอนาคต เพราะการเมืองไม่ได้เป็นระบบพรรค ไม่เข้มแข็ง ไม่อยู่ในกรอบกติกา สุดท้ายเชื่อว่าจะเกิดการทะเลาะกันเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว การเมืองจะไม่นิ่ง ทำงานยาก และไม่ราบรื่น“เด็กลุง” ทำซื่อครวญถูกหักหลังนายสามารถ เจนชัยจิตรวานิช สมาชิกพรรค พปชร. กล่าวว่า หลังนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ถูกถอดถอน แกนนำพรรคร่วมทุกพรรคเดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า มีข้อมูลมารายงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ว่าจะให้นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯ 3 เดือน และจะให้ทุกคนอยู่ตำแหน่งเดิม เมื่อพรรคร่วมมีมติโหวตให้นายกฯจากพรรค พท. จึงไม่มีการเสนอแข่ง เพราะทุกพรรคเชื่อคำมั่นสัญญาลูกผู้ชาย ไม่คิดว่าจะมีการเบี้ยวหรือหักหลังกัน พรรค พปชร.โหวตให้ น.ส.แพทองธาร 39 เสียง ยกเว้น พล.อ.ประวิตรที่ติดภารกิจ เราทำทุกอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา ไม่มีไปเกาะเก้าอี้ขอหรือต่อรอง แต่พรรค พท.กลับมีมติขับพรรค พปชร.ออก เรื่องนี้ไม่เป็นธรรม และถ้า พล.อ.ประวิตรอยู่เบื้องหลัง 40 สว.จริงตามที่กล่าวหา คงยื่นทั้งหมด ให้ไปไล่เช็กว่า 40 สว.ที่ยื่นถอดถอนคนไหนเป็นเพื่อน พล.อ.ประวิตรบ้าง เราคงไม่เอาคืน แต่ใช้กระบวนการกฎหมาย“ลุงป้อม” ดูดไปป์ชิลๆอารมณ์ดีนายสามารถกล่าวต่อว่า “อาการลุงป้อมตอนนี้ ก็ดูดไปป์อารมณ์ดี เมื่อวานก็ดูข่าว ไม่ได้เครียดอะไร หาก น.ส.แพทองธารคิดว่ามติของพรรคเพื่อไทยสำคัญ แนะนำว่าให้ น.ส.แพทองธารควรลั่นวาจาว่าลาออก และโหวตนายกฯใหม่เพื่อความสง่างาม ถ้าได้เสียง 300 เสียงขึ้นไปก็ถือว่าดี จะได้แข็งโป๊ก และอยากเตือนให้พรรคร่วมรัฐบาลระวังตัวไว้ด้วย” เมื่อถามว่าต้องการทวงเสียงคืนใช่หรือไม่ นายสามารถตอบว่าทวงความชอบธรรม ส่วนกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง พรรคก็มีกฎ ต้องดำเนินการไป เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในพรรค แต่พรรคไม่แตกแน่ เมื่อถามว่ามีคนมองว่าบุคคลนิรนามที่ไปยื่นยุบพรรคพท. มีความเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตร นายสามารถตอบว่าอย่าโยงแบบนี้ ไม่เป็นธรรมกับ พล.อ.ประวิตรกรีด “ชวน–บัญญัติ” ไม้แก่ดัดยากด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยอมรับคนเสื้อแดงยังติดใจพรรคประชาธิปัตย์ ที่แกนนำพรรคขณะนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553 แต่ปัจจุบันนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มิใช่คนที่เกี่ยวข้องเหตุการณ์ปี 2553 ทีมออกคำสั่งสลายการชุมนุมไม่อยู่แล้ว เป็นการผลัดใบคนรุ่นใหม่ หัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบัน มีมุมมองการเมืองดี ไม่ฝักใฝ่ทหาร จึงไม่ติดใจ ถ้าเป็นคนที่เกี่ยวข้องเหตุการณ์ปี 2553 เป็นรัฐมนตรี คงไม่เห็นด้วย แม้ชื่อพรรคประชาธิปัตย์อาจทำให้คนเข้าใจผิดพรรคเพื่อไทยได้ แต่เป็นคนละกลุ่มกัน การเข้ามาของพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้บรรยากาศการเมืองดีขึ้น ลดความขัดแย้ง ลดอคติในใจคนเสื้อแดง ส่วนแกนนำคนเก่าในพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นไม้แก่ดัดยาก ดัดไม่ได้ อยากให้อยู่ในจุดที่มีมารยาท เมื่อมาร่วมรัฐบาลกันแล้ว ต้องเข้าใจกติกาอยู่ร่วมกัน หากมาขัดแข้งขัดขากันเอง ก็ไม่เหมาะเป็นรัฐบาลร่วมกัน“ธิดา” ฉะ พท.ย่ำซากศพเสื้อแดงนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยตั้งแต่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับมา ก็หน้ามืดหมดแล้ว คิดแต่ทำอย่างไร ให้ได้เป็นรัฐบาล ไม่คิดอนาคตจะเป็นอย่างไร ต้องไม่ลืมปัจจุบันประชาชนเปลี่ยนไปหลายตลบแล้ว ตั้งแต่เอา 2 ลุงมาเป็นพวกเดียวกัน พรรคเพื่อไทยไม่ใช่พรรคต่อสู้เพื่อพัฒนาการเมือง แค่ต้องการเป็นรัฐบาลเท่านั้น รอบหน้าคะแนนจะลดลงอีก เป็นบทเรียนให้นักต่อสู้ว่าจะเอาตัวเองไปวางไว้กับพรรคการเมืองใด หรือบุคคลใดไม่ได้ พรรคเพื่อไทยต้องไม่ลืมว่าทางเดินทุกวันนี้ ไม่ใช่อยู่ๆมีถนนให้เดิน แต่เป็นทางเดินที่ผ่านซากศพประชาชนสร้างถนนให้เดิน อย่าฝันหวานเป็นรัฐบาลแล้วจะสบาย เพราะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะลงเอยอย่างไร ทั้งนี้ ไม่ได้รู้สึกกับนายทักษิณมานานแล้ว เหมือนเรียนรู้ธรรมชาติ รู้ธาตุแท้แต่ละคน วันนี้รู้สึกสงสารมากกว่า หากเกิดอะไรขึ้นเพราะคนเป็นนายกฯเป็นลูกเขา“อิ๊งค์” ยิ้มแย้มเข้าพรรคแซวสื่อวันเดียวกันเวลา 09.20 น. ที่อาคารชินวัตร 3 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าอาคารชินวัตร 3 ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน เพียงแต่หันมาทักทายและแซวว่า “จะให้แวะทุกวันเลยหรอ” ขณะที่โผ ครม. ของพรรคเพื่อไทย ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่รายงานก่อนหน้านี้“บิ๊กป้อม” เรียกประชุม กก.บห.ด่วนผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. มีหนังสือเรียกประชุม กก.บห.พรรค พปชร. วันที่ 29 ส.ค.เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 5 ที่ทำการพรรค พปชร. พร้อมขอให้เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียงกันตั้ง “วัน อยู่บำรุง”คุมเลือกตั้ง กทม.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ได้ลงนามคำสั่งพรรค พปชร. 7/2567 เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา มอบหมายผู้รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารงานของพรรค พปชร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุตามอุดมการณ์ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรค พปชร. แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 17 (1) (จ) มอบหมายให้นายวัน อยู่บำรุง เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานและการประสานงานกิจกรรมทางการเมืองของพรรคในพื้นที่ กทม. ขณะที่นายวันได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ถ้าหากผมตั้งพรรคการเมือง แล้วลงบัญชีรายชื่อลำดับ 1 คุณคิดว่าจะมีคนเลือกมั้ยครับ”“อิทธิ” ทิ้ง พปชร.เข้ากล้าธรรมผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโควตารัฐมนตรีกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค พปชร. ที่ต้องสับเปลี่ยนบางตำแหน่ง ได้แก่ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีต สส.ฉะเชิงเทรา 5 สมัย และอดีต รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย บิดาของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรค พปชร. ล่าสุดนายอิทธิได้ลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร. สมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม ได้รับการเสนอชื่อในโควตาพรรคกล้าธรรม เช่นเดียวกับนางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ถูกเสนอชื่อเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ส่วนนายอัครา พรหมเผ่า ถูกเสนอชื่อเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในโควตาพรรค พท.เช่นเดิม รวมแล้วกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสยังได้โควตา 3 เก้าอี้“ปุ้ย” ส่อวืด “บิ๊กเล็ก” เสียบ รมช.กห.ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยังไม่นิ่ง ล่าสุดมีชื่อ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการ รมว.กลาโหม อดีตเลขาธิการ สมช. มานั่งเป็น รมช.กลาโหม แทนโควตาของ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวถูกเสนอชื่อไปนั่ง รมช.คลัง ขณะที่อีก 3 โควตายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยังนั่งเก้าอี้รองนายกฯควบ รมว.พลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นั่ง รมว.อุตสาหกรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค นั่งเก้าอี้เดิมรมช.พาณิชย์ รวม 4 เก้าอี้ ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพลเคยมีชื่อติดโผเป็น รมว.กลาโหม ตอนจัดตั้งรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มาก่อนแล้วปชน.สงวนท่า พท.จูบปาก ปชป.ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า คงไม่ไปแสดงความเห็นกรณีพรรคเพื่อไทยส่งเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ เตรียมความพร้อมนำไปสู่การเลือกตั้งปี 2570 เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ถูกดีดมาเป็นฝ่ายค้านแล้ว นายณัฐพงษ์ตอบว่า ถ้าดูตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ถ้าได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งพรรคก็ต้องอยู่ฝั่งรัฐบาล แต่สถานการณ์นี้อาจเกิดการโหวตเสียงแตกภายในพรรค เราก็ยังทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ตามระเบียบและกลไกของรัฐสภา ตอนเลือกตั้งเรายื่นมือเข้าไปจับว่าเราจะอยู่กับใครบ้าง แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ยื่นมือไปหาเขา เราทำได้อย่างเดียวคือทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ส่วนการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร คงเหมือนคุยกับพรรคอื่นตามปกติในสภาฯค่ายสีส้มแจ้งใช้ชื่อย่อ “ปชน.”ช่วงสายที่รัฐสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แจ้งต่อที่ประชุมว่านายทะเบียนพรรคการเมือง มีประกาศลงวันที่ 20 ส.ค. เรื่องการเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคการเมืองจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เป็นพรรคประชาชน ขณะที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะนายทะเบียนพรรค ชี้แจงว่า พรรคประชาชนจะใช้ชื่อย่อว่า “ปชน.” เนื่องจากชื่อย่อ “ปชช.” ซ้ำกับพรรคการเมืองอื่น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สำนักการประชุม สำนักเลขาธิการสภาฯ ได้นำป้ายชื่อพรรคประชาชนมาตั้งไว้บริเวณที่นั่ง สส.พรรคประชาชนแล้วทสท.แนะรัฐบาลเร่งแจกเงินสดต่อมานายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) หารือในที่ประชุมสภาฯถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่รัฐบาลปรับเปลี่ยนเป็นแจกเงินสดให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางว่า ขอบคุณรัฐบาลที่ฟังเสียงอภิปรายจากพรรคฝ่ายค้าน ที่ให้ใช้งบประมาณปี 2567 จำนวน 1.4 แสนล้านบาท แจกเงินให้กลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคน ในเดือน ก.ย. และมีเสียงสะท้อนจากประชาชนมาอีกว่า อยากให้แจกเงินสดเพิ่มเติมในเดือน ต.ค. หลัง พ.ร.บ.งบฯปี 2568 ประกาศใช้ด้วย ทสท.ยืนหยัดตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแบบสร้างสรรค์ และพร้อมเสนอแนะความคิดเห็นให้รัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนกกต.สั่งจัด ลต.นายก อบจ.ปทุมนายแสวง บุญมี เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเห็นชอบคำสั่งให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานีใหม่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ กกต.มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และเห็นชอบประกาศให้ย่นระยะเวลา และงดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งบางประการ เพื่อให้ทันต่อระยะเวลาการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน โดยการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นหน้าที่และอำนาจของ ผอ.การเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยความเห็นชอบของ ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัด เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาจัดเลี้ยงที่ทำให้นายชาญ พวงเพ็ชร์ ได้รับใบเหลือง นายแสวงตอบว่า หลักการของใบเหลือง เป็นกรณีที่ กกต.พบว่าพยานหลักฐานอันควรเชื่อว่ามีการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งนั้นไม่สุจริตเที่ยงธรรม โดยผู้สมัครได้รับประโยชน์ แต่ความผิดตามการกระทำนั้นไม่ถึงตัวผู้สมัคร กกต.จึงให้ใบเหลือง หรือสั่งเลือกตั้งใหม่“คำรณวิทย์” ห่วงสถานการณ์น้ำพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ขอบคุณ กกต.ที่ยังมีจุดแข็งและให้ความเป็นธรรม มีมติออกใบเหลือง ที่ผ่านมา คาดว่าประชาชนน่าจะทราบว่าอะไรเป็นอะไรเกิดอะไรขึ้น เรื่องเลือกตั้งตอนนี้ไม่ได้กังวลอะไร แต่กังวลเกี่ยวกับเรื่องอุทกภัย เมื่อภาคเหนือโดนแล้วน้ำต้องลงมาปทุมธานีแน่ แต่ยังไม่มีการเตรียมการว่าจะป้องกันแบบไหน เหตุการณ์ที่เกิดกับพี่น้องประชาชนที่เป็นเหตุซึ่งหน้าต้องแก้ปัญหาให้เร็ว ต้องวางแผนป้องกันไม่ใช่ปล่อยให้เหตุมันเกิดประชาชนเดือดร้อนแล้วค่อยมาเยียวยาทีหลัง อันนี้ไม่ใช่นโยบาย แม้ตอนนี้ไม่ได้เป็นนายก อบจ.แต่ได้ประสานงานกับนายก อบจ.จังหวัดอื่นที่ลาออกพร้อมๆกันมาตลอด ต้องฝากผู้ที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่