ผมใช้เรื่องยศช้างขุนนางพระ ในหนังสือ ช ช้าง กับ ฅ ฅน (ศรัณย์ ทองปาน สำนักพิมพ์สารคดี 2550)ไปแล้ววันวาน วันนี้ เจอเรื่องการลงโทษสถานหนักด้วยช้าง ขอใช้เป็นลูกติดพันให้อ่านกันต่อคุณศรัณย์เริ่มต้นว่า มีคำสาบานข้าหลวงเดินรังวัดสวน สมัย พ.ศ.2372 ตอนหนึ่งว่า ถ้าหากคดโกงเล่นพรรคเล่นพวก เห็นมีมากบอกว่ามีน้อยหรือกลั่นแกล้งรังแกราษฎร คือมีน้อยแล้วจดไปว่ามีมาก ขอให้ช้างแทง จระเข้ เสือ สัตว์ในบกในน้ำ จงพิฆาตเข่นฆ่าผู้มีอำนาจสมัยโบราณ ฝึกหัดให้ช้างเป็นสัตว์เพชฌฆาต หลายอาณาจักรอินเดียยุคเก่าเคยใช้ช้างประหารนักโทษ ในรัชสมัยพระเจ้าอักบาร์ (พ.ศ.2090-2148) จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ราชวงศ์โมกุลทรงใช้ช้างเป็นทั้งผู้พิพากษาและเป็นทั้งเพชฌฆาตเมื่อมีคดีความ ผู้ต้องสงสัยจะถูกจับมัดมาวางเบื้องหน้าช้างหลวงเชือกหนึ่ง ซึ่งพระองค์ทรงเชื่อว่ามันมีญาณหยั่งรู้ หากช้างเห็นว่าผู้นั้นผิดจริงก็จะจัดการสำเร็จโทษเสียแต่ถ้าหากเป็นผู้บริสุทธิ์ช้างก็จะไว้ชีวิต และคนผู้นั้นจะได้รับการปล่อยตัวทันทีมีบันทึกว่า ช้างทรงพระเจ้าอักบาร์ สังหารผู้คนด้วยการเหยียบให้บี้แบนตายไปนับพันโดยไม่มีการไต่สวนในเมืองไทยสมัยก่อน มีการใช้ช้างลงโทษด้วยวิธีที่ซับซ้อนยิ่งกว่าคือจะมี “ตะกร้อช้างเตะ” เป็นลูกตะกร้อขนาดใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบหนึ่งเมตร สานด้วยหวาย ภายในมีเดือยแหลมเสียบโผล่เข้าไปวิธีการใช้ จับนักโทษยัดใส่ตะกร้อแล้วใช้ช้างเตะให้กลิ้งกระดอนไปมากับพื้น“คิดเอา คนที่อยู่ในตะกร้อจะเป็นอย่างไร?” ศรัณย์ ทองปาน ว่ายังมีคนเล่าเพิ่มเติมถึง ท่าทางการเตะของช้าง กลายเป็น ต้นแบบของท่าเตะตะกร้อ และกลเม็ดเด็ดพรายในการเตะตะกร้อ ในเวลาต่อมาใครที่อ่านเรื่องนี้แล้วไม่เชื่อคุณศรัณย์ ถ่ายภาพตะกร้อช้างเตะ ในพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ สวนรมณีนารถ เรือนจำมหันตโทษเดิม กรุงเทพฯ มาให้ดูเพื่อให้เชื่อว่า!เป็นเรื่องจริงยังมีการลงโทษที่เกี่ยวกับช้างอีกเรื่อง ในกฎหมายเก่าของไทย มีบทลงโทษชนิดหนึ่งใช้กับข้าราชการที่กระทำความผิด ก็คือ ปลดจากตำแหน่ง แล้วส่งตัวไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้างชื่อเรียกนี้ เรียกคนที่มีหน้าที่เกี่ยวหญ้ามาเลี้ยงช้างหลวงคำว่า “ตะพุ่น” นี้ เป็นภาษาอะไร คุณศรัณย์ยังสงสัยอยู่ บางท่านว่าเป็นภาษามอญในพจนานุกรม ยังเก็บคำนี้ไว้ในอีกความหมายหนึ่ง ตะพุ่น หมายถึงสีครามมอๆจึงทำให้ตั้งข้อสงสัยได้ว่าพวกตะพุ่น อาจมีเครื่องแบบเป็นสีครามมอๆ ทำนองเดียวกับข้าราชการกรมท่าที่นุ่งผ้าสีน้ำเงินเข้ม เป็นที่มาของคำเรียกสีนั้นว่า “สีกรมท่า” มาจนเดี๋ยวนี้ส่วนเหตุที่โทษตะพุ่นหญ้าช้างนี้ถูกใช้มาก คงเป็นเพราะพระเจ้าแผ่นดินนั้นทรงมีช้างมาก และช้างนั้นเป็นสัตว์กินจุ จึงต้องใช้คนเกี่ยวหญ้ามาเลี้ยงดูกันแบบไม่รู้จักจบสิ้น ชนิดที่เรียกว่า หยุดไม่ได้เรื่องที่คุณศรัณย์ไม่ได้เขียนแต่ผมบังเอิญจำได้ คือก่อนการใช้คนเป็นตะพุ่นหญ้าช้างนั้นมีการจับตระเวนบกสามวัน ตระเวนน้ำสามวันสำหรับพวกข้าราชการ ถือเป็นการประจานให้ได้อับอายขายหน้าไปชั่วฟ้าดินอ่านเรื่องนี้แล้ว เทียบกับการลงโทษสมัยใหม่ แค่ปลดให้พ้นตำแหน่ง แถมตำหนิว่าไร้จริยธรรม...ที่กำลังเป็นที่ฮือฮา โทษสถานนี้ จึงเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยเล็กน้อย เป็นโทษสถานเบาไปในทันที.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม