น่าจะใกล้ปิดฉากแล้วเรื่องราวใน สตช. ว่าด้วยความขัดแย้งในหมู่ผู้นำหน่วยที่ลากยาวมานานพอสมควร จนไม่รู้ว่าจะลงเอยอย่างไร? ที่สุด ก.พ.ค.ตร.ก็มีมติ 6 ต่อ 0 ยืนยันว่าคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ออกจากราชการไว้ก่อนนั้นถูกต้องชอบด้วยกฎหมายตอกย้ำมติของ ก.ตร. 12 ต่อ 0 ที่ยืนยันมาก่อนหน้านี้ว่าคำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย จึงเท่ากับว่าเส้นทางแห่งปัญหาได้คลี่คลายไประดับหนึ่งคือ “บิ๊กโจ๊ก” ต้องออกจากราชการไว้ก่อนซึ่งนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” จะนำเรื่องนี้ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อให้คำสั่งนี้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนเพราะการชี้ขาดของ ก.พ.ค.ตร.ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในการชี้ขาดถือเป็นทุกอย่างมีอันต้องยุติเห็นว่า “บิ๊กโจ๊ก” จะไปร้องศาลปกครองเพื่อคัดค้าน ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่สามารถกระทำได้แต่ในขั้นตอนนี้ต้องออกจากราชการมุมเดียวนอกจากนั้นยังมีความคืบหน้าอีกมุมหนึ่งก็คือ ป.ป.ช.ได้ทำการยึดทรัพย์ในคดีฟอกเงินตามมาอีกระลอกหนึ่งและจะมีการสอบวินัยร้ายแรงอีกชุดหนึ่งเรียกว่า “บิ๊กโจ๊ก” กำลังถูกรุกไล่เป็นระลอก โดยเฉพาะการถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น ถือว่าเส้นทางที่จะนำพาไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพการงานคือตำแหน่ง ผบ.ตร.แทบจะหมดไปแล้วเหลือแค่ผลการสอบสวนของ ป.ป.ช.ในเรื่องเว็บพนันนั้นซึ่งจะมีผลทางอาญาหากพบว่ามีความผิดจริงก็เปิดคุกรอไว้ได้เลย...ดูตามรูปการณ์แล้ว ใครที่ว่าแมว 9 ชีวิตอย่างเขาน่าจะรอดไปได้นั้นคงเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เพราะพยานหลักฐานในรูปคดีมันมัดแน่นหนาจนดิ้นหลุดยากต่อให้การเมืองหนุนหลังก็เอาไม่อยู่ยิ่งไปเปิดศึกเอาไว้รอบด้านจนแทบจะหาพวกไม่เจอก็ยิ่งลำบาก เพราะไม่มีใครเห็นใจมีแต่สมน้ำหน้ามากกว่าสู้อุตส่าห์ไปเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น “สุรเชชษฐ์ หักพาล” ที่คิดว่าจะแก้เคล็ดช่วยให้ผ่านมรสุมไปได้แต่ดูท่าแล้วจะไม่ขลังจริงเพราะมีแต่เลวร้ายมากขึ้นถึงวันนี้ต้องคิดไปข้างหน้าแล้ว ว่าจะหนักสาหัสแค่ไหนเท่านั้นการรับราชการเป็น “ตำรวจ” นั้น หากสุจริตรับใช้ ประชาชนจริงๆการจะก้าวหน้าในอาชีพการงานนั้น เป็นเรื่องของความสามารถและโชควาสนาเป็นตัวกำหนดตรงกันข้ามหากไม่สุจริตแม้จะจับไม่ได้แต่ตัวของตัวเองย่อมรู้อยู่แก่ใจดี แม้สมัยหนึ่งเติบโตขึ้นมาจากการรับใช้นักการเมืองดังจนได้ดิบได้ดี ข้ามหัวคนอื่นๆ มาได้ก็ถือว่าโชคดีแล้วแต่นี่เหิมเกริมจนลืมตัว จุดจบมันก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละ!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม