จนบัดนี้ การลอบสังหาร อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี ยังถูกจับโป๊ะ ว่า เป็นการสร้างฉากของทรัมป์ เพราะคนอเมริกันไม่ค่อยเชื่อถือภาพลักษณ์ของ ทรัมป์ เท่าไหร่ บางทีก็เกินไป ถึงขนาดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อเรียกร้องความสนใจ จะเล่นใหญ่ไปหน่อยไหม บรรดาผู้นำของสหรัฐฯที่ถูกลอบสังหาร สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง นับดูแล้วมีจำนวน 17 ครั้ง รวมทั้งครั้งนี้ด้วย ไม่เฉพาะการถูกลอบสังหาร ทรัมป์ เคยถูกแบนในการใช้บัญชี Facebook และ Instagram ตั้งแต่ต้นปี 2021 หลังจากมีเหตุก่อจลาจลและมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงอ้างถูกปลุกระดมจากทรัมป์ จนกระทั่งปี 2023 Meta ได้มีการบรรเทาการแบนบัญชีของทรัมป์ ให้ขึ้นอยู่ในระดับความเลวร้ายในการละเมิด และจนกระทั่งมาลงสมัครชิงประธานาธิบดีในครั้งนี้ Meta ยอมปลดล็อกทั้งหมดให้ เพราะต้องการให้เกิดความเท่าเทียมในการเลือกตั้งเมื่อพูดถึง สหรัฐฯ ก็ต้องพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่คนอเมริกันไม่ค่อยพอใจต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โจ ไบเดน หลายๆอย่าง สภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไม่ค่อยดีนัก การประชุมเฟด หรือคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายที่ร้อยละ 5.25-5.50 ต่อปี ทั้งนี้เป็นเพราะอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯผันผวน ขึ้นๆลงๆ ไม่ลดไปสู่ระดับร้อยละ 2 ตามเป้าหมาย ในเวลาเดียวกัน ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นลดการใช้จ่ายและอัตราเงินเฟ้อ แต่สวนทางกับการดำรงชีวิตของประชาชน ที่จะต้องมีการกระตุ้นการใช้จ่ายจากการช่วยเหลือของภาครัฐ ที่ต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ราคาพลังงานเพิ่มขึ้น อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น เป็นตัวเร่งให้อัตราเงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้นและเฟดไม่สามารถจะลดอัตราดอกเบี้ยลงได้อีกสรุปก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ลดกำลังซื้อและเงินเฟ้อ กลายเป็นการขับเคลื่อนทิศทางเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 การลดอัตรา ดอกเบี้ยเร็วเกินไป จะทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับมาเร็วขึ้นการสร้างสมดุลตัวเลขทางเศรษฐกิจให้ไปในทิศทางเดียวกันเพื่อเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า ดูจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น เพราะปัจจัยความไม่เสมอภาคระหว่างรายรับกับรายจ่ายของภาคประชาชน และรายได้กับรายจ่ายของประเทศที่ขาดดุลมากเกินไปบ้านเราก็กำลังจะเกิด วิกฤติการเมืองรอบใหม่ มี 2 เรื่องร้อน ไม่ว่าจะบวกจะลบ ก็จะส่งผลต่อการเมืองในอนาคต ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน และ คดียุบพรรคก้าวไกล ที่มีความอึมครึมและทำให้การเมืองไม่มีความแน่นอนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายไม่ดีขึ้น ทั้งการส่งออกและเม็ดเงินลงทุน การท่องเที่ยว ที่ตั้งเป้ารายได้เอาไว้สูง มีแต่ตัวเลข และงานอีเวนต์ เศรษฐกิจถดถอยจากการระบาดของโควิด-19 ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มสูงขึ้นจนเกินเยียวยา ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตซบเซา องค์ประกอบทั้งการเมืองและเศรษฐกิจไม่เห็นแสงสว่างรวยกระจุก จนกระจาย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม