อิสระเต็มตัวเมื่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า เดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้จะออก “ใบบริสุทธิ์” ให้กับ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่อยู่สถานะพักโทษอยู่ ณ เวลานี้พูดภาษาชาวบ้านก็คือจะได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเพราะครบกำหนดพ้นโทษทุกอย่างแล้ว เหลืออีกคดีก็คือ ม.112 ที่ศาลรับฟ้องไว้แล้วนั่นก็หมายความว่าทักษิณ “ไม่ต้องอยู่ในสถานะผู้ถูกพักโทษที่อยู่ภายใต้การกำกับของกรมคุมประพฤติในฐานะผู้ถูกพักโทษ”ไปไหนมาไหนนอกเขตจะต้องขออนุญาตเสียก่อนเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่า “ทักษิณ” สามารถไปไหนมาไหนหรือทำอะไรได้เหมือนผู้คนตามปกติไม่ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ที่กำหนดก็มีคำถามว่าแล้วจะมีตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่?คำตอบก็คือไม่ต้องการมีตำแหน่งทางการเมืองแล้ว เพราะเคยใหญ่ถึงขั้นเป็นผู้นำประเทศมาแล้วจะไปมีตำแหน่งต่ำกว่านั้นเขาคงไม่เอาแล้ว...ในสภาพความเป็นจริงทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งก็ใหญ่โตคับบ้านคับเมืองอยู่แล้วขนาดว่าเหนือกว่านายกรัฐมนตรีเสียอีกภารกิจจากนั้นน่าจะมีอยู่ 2 อย่าง1. ผลักดันรัฐบาลไปให้รอด2.ทำให้ “เพื่อไทย” ชนะเลือกตั้งให้ได้“เชื่อว่าหลังจากเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป รัฐบาลจะทำงานเป็นรูปธรรมแน่นอนเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อคนไทย”ก็นี่แหละคืองานของเขาคือการหนุนช่วยรัฐบาลในรูปแบบต่างๆอย่างที่ว่ามา คือตัวอย่างที่จะให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพด้วยเอาตัวเองเป็นตัวเบิกทางเพราะมั่นใจว่าคำพูดของเขายังได้รับการเชื่อถือจากประชาชนอีกด้านหนึ่งคือการเดินสายไปจังหวัดต่างๆทั่วประเทศตามเป้าหมาย โดยเฉพาะจังหวัดที่ “เพื่อไทย” เสียพื้นที่ให้พรรคการเมืองอื่นโดยเฉพาะ “ก้าวไกล” คู่แข่งอย่างที่สุรินทร์ซึ่ง “เพื่อไทย” เคยยกจังหวัดมาแล้ว แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาต้องเสียเก้าอี้ให้ “ภูมิใจไทย”จึงต้องเอาคืนกลับมาให้ได้!แน่นอนว่าการปฏิเสธไม่ยุ่งกับการเมืองแม้จะเกิดปัญหาขัดแย้งภายใน “เพื่อไทย” ระหว่าง 2 ตระกูล คือ “ชินวัตร” กับ “อยู่บำรุง” จนล่าสุด “วัน อยู่บำรุง” ได้ยื่นใบลาออกจาก “เพื่อไทย” ไปแล้ว ก็เพราะต้องการให้ “อุ๊งอิ๊งค์” บุตรสาวในฐานะหัวหน้าพรรคได้แสดงภาวะผู้นำพรรคอย่างเต็มตัวอีกทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นก็หยุมหยิมเกินไปและคิดในใจได้แล้ว 2 พ่อ-ลูกจาก “อยู่บำรุง” นั้นไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขาแล้วเพราะการเมืองเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนวิถีทางไม่มีความจำเป็นต้องไปง้องอนให้เสียความรู้สึกและดีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นคืออะไรแต่งานใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้านั้นสำคัญกว่า คือทำยังไงให้รัฐบาลเดินหน้าไปได้อย่างมีเสถียรภาพและสร้างผลงานให้ประชาชนพอใจที่สำคัญพรรคการเมืองคู่แข่งก็แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ!"สายล่อฟ้า"