ดีกรีการเมืองโลกกำลังร้อนแรง ตามจังหวะการเปลี่ยนแปลงอำนาจฝ่ายบริหารในหมู่ประเทศมหาอำนาจโลกผลจากการโหวตของประชาชนผ่านศึกเลือกตั้งใหญ่ไล่เป็นลูกระนาด ตั้งแต่ประเทศอังกฤษที่ชาวเมืองผู้ดีเทเสียงให้พรรคแรงงานแบบท่วมท้น เอาชนะพรรคอนุรักษ์นิยมขาดลอย ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่าง “เคียร์ สตาร์เมอร์” คุมบังเหียนฝ่ายบริหาร“ฝ่ายซ้าย” โค่น “ฝ่ายขวา” พลิกขั้วการเมืองสหราช อาณาจักรในรอบ 14 ปีสถานการณ์ต่อเนื่องกันเลยกับศึกเลือกตั้งใหญ่ประเทศฝรั่งเศสที่พันธมิตรฝ่ายซ้ายได้รับชัยชนะเหนือฝ่ายกลางและฝ่ายขวา ท่ามกลางความประหลาดใจ เซอร์ไพรส์พลิกล็อก ฝ่ายเสรีนิยมปาดหน้าเข้าป้าย เบียดฝ่าย “ขวาจัด” ขั้วอนุรักษ์นิยม คะแนนรั้งท้ายประชาธิปไตย ยุโรปตะวันตก “เลนซ้าย” มาแรงแซง “เลนขวา”แต่ที่นานาชาติจับตาไม่กะพริบก็คือศึกเลือกตั้งใหญ่ มหกรรมชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในเดือนพฤศจิกายนปลายปีนี้เดิมพันอำนาจไม่ใช่แค่อเมริกันชนแต่โยงถึงภูมิรัฐศาสตร์การเมืองโลกตามรูปการณ์ที่ประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” ทำกองเชียร์ใจแป้ว แนวโน้มจะถูกจับแพ้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวที จากฟอร์มดีเบตไฟต์แรกที่พลาดท่าเสียทีให้กับคาวบอย “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ฉวยเหลี่ยมซ้ำตอกย้ำอาการป้ำๆเป๋อๆของผู้นำเฒ่า สภาพแชมป์เก่าลากสังขารถูลู่ถูกังไม่ไหว ถึงขั้นมีแรงกดดันจากผู้สนับสนุนให้เปลี่ยนตัวผู้สมัครของพรรคเดโมแครตกันใหม่ขืนปล่อย “ปู่โจ ไบเดน” ยักแย่ยักยันลงสนาม โอกาสแพ้สูงแต้มจะไหลไปที่ลุง “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้หวนคืนทำเนียบขาว ทำชาวโลกส่อไม่สงบสุขอีกคำรบ จากฟอร์มของผู้นำคาวบอยที่บู๊ดุดันและนั่นจะมีผลต่อดุลอำนาจการเมืองโลกต้องปรับกันใหม่ย้อนกลับมาที่สถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ในจังหวะกำลังปรับดุลอำนาจกันครั้งใหญ่ในขั้วอนุรักษ์นิยมปรับหัวขบวน “ถือธงนำ” ฝ่ายขวา บี้กับฝ่ายซ้ายทีมเด็กรุ่นใหม่ ตามสัญญาณไฟเขียว “สว.โป๊ะแตก” คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สวมหัวใจสิงห์ เดินหน้ารับรอง 200 สมาชิกวุฒิสภาชุดป้ายแดงไม่สนเสียงคัดค้าน เมินกระแสต่อต้าน “สว.จัดตั้ง”ยึดมาตรฐาน “ปล่อยผีก่อน แล้วค่อยไล่สอยทีหลัง” กกต.ยอมเสี่ยงคว้าน้ำเหลวในการตามแกะรอยอาชญากรรมคอปกขาว ไม่ทันเหลี่ยมเขี้ยวแก๊ง “ฮั้ว” ที่มีทั้งทุน อิทธิพล และความรู้จับไม่ได้จะจะคาหนังคาเขา ก็ต้องยกประโยชน์ให้จำเลยเมื่อประสิทธิภาพ “ค่ายกลซือแป๋มีชัย” ห่วย ไม่สมราคา ก็ต้องยกให้ความสามารถพิเศษของพวกลอดรูช่องทางธรรมชาติ ตามกติกาสภาสูงชุดประวัติศาสตร์ ขาดแค่ “โฆษกเสียงตามสาย” ที่ถูกแจก “ใบส้ม” ตกขบวนทัวร์ สว.ไทบ้านนาทีสุดท้าย นอกนั้นเกณฑ์กันมาหมดหมู่บ้าน แม่ค้ากล้วยทอด โชเฟอร์รถสิบล้อ มัคนายกวัด ฯลฯศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ แพทย์หญิง ที่โดนไล่จับโป๊ะ ไม่ตรงปกและโฟกัสอยู่ที่สารถีคู่ใจของ “ปู่ชัย ชิดชอบ” อดีตประธานสภา บิดาผู้ล่วงลับของนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ค่ายภูมิใจไทยบ่งชี้ “สว.สายสีน้ำเงิน” ยึดสัมปทาน เส้นทาง “บุรีรัมย์-เกียกกาย”ปักป้ายจองสิทธิล่วงหน้า คุมคิวสำคัญในด่านสภาสูง ทั้งรายการรื้อรัฐธรรมนูญ แก้ไขกติกาอำนาจ การดักสกัดกฎหมายเดิมพันจากสภาผู้แทนฯรวมไปถึงการเลือกบุคลากรดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ทั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)อารมณ์นั่งกระดิกขา ตีขิมรอ “หวานคอแร้ง”โดยจังหวะยึดสัมปทาน สว.สายสีน้ำเงิน ทำให้หุ้นกระดานอำนาจของพรรคภูมิใจไทยดีดตัวแรง สวนทางมูลค่าการตลาดของยี่ห้อเพื่อไทยที่หดตัวลงแนวดิ่ง“แมลงเม่า” แห่เททิ้งหุ้นไร้อนาคตตามปรากฏการณ์ “ทักษิณ ชินวัตร” เสื่อมมนต์ขลังพลังอำนาจทางการเมืองถดถอย แม้แต่ “น้องเขย” ตัวเอง ยังอุ้มกระเตงไม่ไหว นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ สามี “เจ๊แดง”ตกกระป๋อง สว.ไปแบบเจ็บปวด“สว.สายสีแดง” กลายเป็นชนกลุ่มน้อยในวุฒิสภาชุดใหม่ “เถ้าแก่ใหญ่” พลาดเป้าในเกมยึดสัมปทานสภาสูง แถมยังตั้งลำไม่ติด โดยลูกติดพันจากศึกเลือกตั้ง นายก อบจ.ปทุมธานี ที่แม้จะทุ่มหมดหน้าตัก หามแห่นายชาญ พวงเพ็ชร์ เข้าป้ายแบบเฉือนกันแค่ปลายจมูกแต่ส่อจะเป็นชัยชนะแบบยับเยินเพราะติดเงี่ยงปมกฎหมายจากการที่นายชาญถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ คดีค้างเก่าจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ประทับรับฟ้อง กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งฟ้องคดีทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างถุงยังชีพ สมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี เมื่อปี 2555สถานะยังลูกผีลูกคน ประกาศรับรองผลก็ยังทำหน้าที่ไม่ได้ไม่ใช่แค่ปมติดบ่วงของนายชาญเท่านั้น โดยผลพวงจากเกมล้มเดิมพันนายก อบจ.ปทุมธานี ยังลามเป็นไฟไหม้ในค่ายเพื่อไทยถึงจุดแตกหักระหว่าง “พ่อลูกอยู่บำรุง” กับ “พ่อลูกชินวัตร”จากอาการฉุนขาดของ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เม้งใส่นายวัน อยู่บำรุง ที่โผล่ไปนั่งลุ้นคะแนน เอาใจช่วย “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เชียร์คู่แข่งอย่างออกหน้าออกตายั่วอารมณ์หมั่นไส้ แก๊งแปรพักตร์ “มีวันนี้เพราะพี่ไม่ให้” ผลก็คือ “ลูกวัน” ต้องอัปเปหิตัวเองจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข กระตุกต่อมเดือด “น้าเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ท้าลั่นให้พรรคขับพ้นค่ายพร้อมเก็บกระเป๋า พาลูกชายไปซบชายคาใหม่ในจุดที่ไม่รับประกันอันตราย ตำนาน “ขุนศึกฝั่งธน” ขิงแก่ยังไงก็เผ็ด ประเภทที่ตอนรักพูดคุย คายความลับอะไรกันไว้ ยามชังพร้อมเปิดออกมา อารมณ์เดียวกับที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยอมรับเคยไปเยี่ยม “นักโทษวีไอพี” ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจตำรวจเก่ารู้ทางกันดี “เถ้าแก่ใหญ่” เสี่ยงเจ๊ง เพราะคนกันเองที่แน่ๆโดยสภาพ “สนิมเนื้อใน” ลามไปทุกจุด หนีไม่พ้นฉุดพลังทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ในจังหวะถูกค่ายเซราะกราว ภูมิใจไทย เบียดแซงขึ้นมาปาดหน้าเป็นหัวขบวนผู้นำธงฝ่ายอนุรักษ์นิยมปัดแข้งปัดขากันแรงขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะปฏิบัติการ “หักดิบ” สายควัน อาการเกรียนใส่กันแบบที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าค่ายภูมิใจไทย โชว์ธงจะ “โหวตโน” ในที่ประชุมคณะกรรมกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ออกลูกแข็งขืน ไม่เอาด้วยกับกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การกำกับของพรรคเพื่อไทย เดินหน้าล็อกกัญชากลับเข้าบัญชียาเสพติด อีกทางก็สะกิดทีม สส.ค่ายภูมิใจไทย ชักแถวแถลงคัดค้านดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด กดดันให้รัฐบาลทำตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาอาการเกรียนของทีมเซราะกราว ล้อกันเลยกับ “ม็อบสายเขียว” รวมตัวประท้วง ขัดขวาง ครม.ไม่ให้ทีมเพื่อไทยที่ขี่กระแสสังคมส่วนใหญ่หนุนดึงกัญชาให้พ้นมือเยาวชนไปจนถึงเด็กเล็กตอกย้ำผลงานโบดำของทีมภูมิใจไทย จากที่หวังจะเป็นโบแดงโดยแรงยื้อยุดฉุดกระชาก จังหวะปาดหน้า ปาดหลังชิงดุลอำนาจขั้วอนุรักษ์นิยมระหว่างก๊วนลูกกรอกในคาถา “ครูใหญ่” กับทีมลูกหาบ “เถ้าแก่ใหญ่” มุ่งไปที่การชิ่งเหลี่ยมอำนาจทางการเมืองฉุดประสิทธิภาพการบริหารของรัฐบาลผสมสูตรพิสดารโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สถานการณ์แบบที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ โดนฝ่ายค้าน นำโดย “หนุ่มทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล แท็กทีม “ดร.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ กัปตันทีมเศรษฐกิจ ค่ายส้ม ไล่บี้ไล่ต้อนในสภาเค้นคอให้เคลียร์ปัญหาโลกแตก โครงการเทกระจาดดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพี้ยนไปจากเดิมจนแทบจำไม่ได้“ไม่ตรงปก” ไม่เท่าไหร่ แต่ยื้อกันจนคนชักเลิกหวังสภาพค้างเติ่ง โปรเจกต์ยักษ์ของทีม “เถ้าแก่ใหญ่” ที่ถนัดหว่านเงิน “โคตรประชานิยม” ตั้งธงอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ ติดล็อกขยับลำบาก สวนทางกับภาวะปัญหาปากท้องประชาชนรากหญ้าที่จ่อวิกฤติตามตัวเลขล่าสุด นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดผลการสำรวจความเชื่อมั่นดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2567ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 42.8 ต่ำสุดในรอบ 9 เดือนผลจากความกังวล ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า น้ำมัน ขณะที่กำลังซื้อภายในลดลง รายได้หายากขึ้น เศรษฐกิจฟื้นช้า และสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง เสถียรภาพรัฐบาลทำไปทำมา สถานการณ์บังเอิญล้อมุกตลกร้ายในสายตาฝรั่ง ต่างชาติเปรียบเทียบการเมืองไทยเหมือนฝูงลิงแย่งชิงกันครอบครองรถยนต์แต่อนิจจา มันขับรถกันไม่เป็น."ทีมการเมือง"คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม