กว่าจะประกาศรับรองอย่างเป็นทางการก็ต้องลุ้นกันหลายยกคงเป็นเพราะ กกต.เกรงว่าจะเกิดปัญหาก็เลยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านเพียงแค่วันเดียวเท่านั้นก็มีบรรดาผู้สมัครที่สอบตกเข้าชื่อกันให้ดำเนินคดีกับ กกต. ที่จัดการเลือกตั้งแบบมีปัญหาถือเสียเวลาเป็นการลองของใหม่ก็มามีเหตุอย่างนี้เป็นเรื่องธรรมดามติ 5 ต่อ 2 ให้ประกาศรับรอง 200 สว.และสำรองอีก 99 ชื่อ ที่ไม่เต็ม 100 ก็เนื่องมาจากมี สว.จากอ่างทองคนหนึ่งในกลุ่มสาขาวิชาชีพสื่อขาดคุณสมบัติจึงมีการแจกใบส้มแขวนไว้ก่อน จึงต้องเลื่อนสำรองขึ้นมาแทนเพื่อทุกอย่างจะได้เดินหน้าต่อไปได้อย่างหนึ่งที่ กกต.แถลงก็คือ อำนาจประกาศก่อนแล้วสอยทีหลังหรือไม่ คำตอบก็คือสามารถทำได้อีกคำตอบหนึ่งก็คือ ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นรายบุคคลหรือไม่ คำตอบก็คือ กกต.ได้ตรวจสอบตั้งแต่แรกแล้วคือมีผู้สมัครจำนวนมากถูกตัดออกจากรายชื่อผู้สมัคร เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ก็เท่ากับว่า กกต.ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้วโดยยึดหลัก “สุจริตและเที่ยงธรรม” เป็นแนวทางสำหรับปัญหาการฟ้องร้องต่างๆที่ กกต.รับไว้จะให้เจ้าหน้าที่จาก สตช. ดีเอสไอ และ ปปง. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะมีความชำนาญในการสืบสวนสอบสวนกว่า กกต.สว.ชุดใหม่จะรายงานตัวตั้งแต่วันที่ 11-12 ก.ค.67 และวันที่ 15 ก.ค. จากนั้นจะมีการนัดหมายเรียกประชุมเพื่อปฏิญาณตนเลือกประธาน-รองประธานต่อไปตามไทม์ไลน์นี้ถือว่า สว.ชุดใหม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วน สว.ชุดเก่าก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไปทันทีหมดภารกิจรักษาการที่มีการตั้ง กมธ. เพื่อศึกษาการเลือกตั้ง สว.ชุดใหม่ถือว่าจบกันไป เพราะไม่มีอำนาจหน้าที่แล้ว หลังจากปฏิบัติหน้าที่ครบ 5 ปีเต็มๆถือว่าเป็น “คนวงนอก” จะทำอะไรก็ถือเป็นอิสระส่วนตัวไม่ต้องสวมหัวโขนที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง หากไปแสดงความคิดเห็นหรืออะไรก็ตามแต่เป็นอันว่าเรื่องวุ่นๆทั้งหลายก็จบกันไปเสียทีสว.ชุดใหม่ 200 คน ก็ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งมีงานรออยู่ข้างหน้าแล้ว สำหรับบางคนที่มีปัญหาถูกร้องเรียนกล่าวโทษก็ไปแก้ต่างกันเอาเองในจำนวน 200 คน อาจจะมีบางส่วนที่ถูกสอยไม่น้อยเหมือนกัน เพราะ กกต.ได้รับเรื่องกล่าวโทษเอาไว้มากพอสมควรที่ต้องลุ้นกันต่อก็ใครจะได้นั่งเก้าอี้ประธาน 1 คน และรองประธานอีก 2 คน ข่าวว่ามีการวางตัวกันเอาไว้แล้วตามรูปการนี้น่าจะ สว. (สายสีน้ำเงิน) ค่อนข้างชัดเจนวังวนการเมืองนั้นคงแยกออกจากกันได้ยาก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคนที่ต้องรู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำถ้าคิดถึงผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นหลักก็จะเป็น “คุณ” ยิ่งเท่ากับว่าอนาคตของวุฒิสภาน่าจะคงอยู่ต่อไปเพราะเริ่มมีการพูดถึงว่าประเทศไทยควรมีสภาเดียวหรือสองสภากันอีกแล้วทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับ 200 สว.ชุดนี้แหละ...ที่จะเป็นตัวชี้วัด!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม