ฝ่ายค้านลงมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 68 “ไหม” สวดรัฐบาลเพื่อไทยแค่รักษาหน้า จัดงบฯลากประเทศไทยไปเสี่ยงปัญหาการคลัง แลกดันสุดลิ่มนโยบายเรือธงบรรลุเป้าหมายทางการเมืองละเลยเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายใหม่ในอนาคต ขู่ดื้อแจกเงินหมื่น ความผิดสำเร็จเจอร้องศาลปกครอง “ร่มธรรม” สับผลาญงบฯแบบเดิมๆทำเสียโอกาสสางปัญหาอื่น “ชัยชนะ” ขย่มนักวิ่งราวทรัพย์กู้เงินทะลุเพดานหนี้ท่วมวิกฤติ เด็ก ก.ก.ถล่มงบฯท้องถิ่นถอยหลังเข้าคลอง กรมโยธาฯละเลงภาษีถมโครงการกล่องสุ่ม ล็อกเป้าแจกเขตภท.ชนะเลือกตั้ง “เศรษฐา” เมินกุม 314 เสียงเหนียวแน่นพอ ปัดเขี่ยทิ้ง พปชร.ไม่ได้ออกจากปาก แต่อ้อมแอ้มไม่การันตี เบิร์ธเดย์ 57 ปี “ยิ่งลักษณ์” เจ้าอาวาสวัดสระเกศอวยพรให้ได้เจอกันที่ไทย “อิ๊งค์” หยอดหลานๆอยากให้ “ยายปู” กลับมาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าถล่มการจัดสรรงบฯของรัฐบาลไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หวังผลทางการเมือง โดยเฉพาะมุ่งผลักดันโครงการแจกเงินหมื่นผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ขณะที่พรรคฝ่ายค้านมีมติไม่รับหลักการ เพราะไม่เหมาะสมกับประเทศในอนาคต พรรคแกนนำรัฐบาลเบียดบังงบฯหลวงเอื้อประโยชน์ให้นโยบายพรรคตัวเองสำเร็จ แต่ละเลยปัญหาอื่นที่สำคัญกว่ามติฝ่ายค้านคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 68เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 มิ.ย.ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน สส.บัญชีรายชื่อพรรค ก.ก.พร้อม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ก.ก.นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรค ปชป.รวมถึงนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ร่วมแถลงข่าวมติวิปฝ่ายค้านต่อแนวทางการโหวตงบฯปี 68 โดยนายปกรณ์วุฒิแถลงว่า ฝ่ายค้านทุกพรรคเห็นไปแนวทางเดียวกันว่า การจัดสรรงบฯปี 68 ฉบับนี้ ไม่เหมาะสมกับประเทศไทยในอนาคต พยายามจะเบียดบังงบฯเพื่อให้นโยบายพรรคแกนนำรัฐบาลสำเร็จลุล่วง โดยไม่สนใจว่าไปเบียดบังงบฯส่วนอื่น พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค จึงมีมติร่วมกันไม่รับหลักการ ศิริกัญญา ตันสกุลพาประเทศไปเสี่ยงแลกดัน “ดิจิทัลฯ”น.ส.ศิริกัญญากล่าวถึงเหตุผลที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่รับร่างฉบับนี้ว่า มี 3 เหตุผล 1.เรากำลังจัดทำงบฯพาประเทศเข้าไปเสี่ยงมีปัญหาทางการคลัง ไม่สามารถรองรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ไม่คาดฝันในอนาคตได้ เพียงเพื่อต้องทำโครงการเรือธงโครงการเดียวของรัฐบาล คือดิจิทัลวอลเล็ต 2.รัฐบาลพยายามทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตมาก ทำให้ละเลยโครงการที่สำคัญของตนเองโครงการอื่น เช่น ignite Thailand Soft Power โครงการที่ช่วยเหลือ SME ต่างๆ 3.ประเทศยังคงมีความท้าทายใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย อาทิ การแข่งขันที่สูงขึ้นในการค้าโลก เป็นต้น จึงไม่สามารถที่จะรับร่างงบปี 68 ที่ถูกจัดมาเพียงเพื่อรักษาชื่อเสียงว่า สามารถจะส่งมอบนโยบายที่เป็นเรือธงใหญ่ได้เพียงนโยบายเดียว แต่ละเลยนโยบายอื่นๆทั้งหมด รวมถึงละเลยการเตรียมความพร้อมรับมือความท้าทายใหม่ๆที่ประเทศกำลังพบเจอขู่ดื้อแจกเงินความผิดสำเร็จร้องศาล ปค.เมื่อถามถึงในส่วนจะมีการยื่นศาลปกครอง เรื่องการจัดสรรงบประมาณให้โครงการดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ตามกระบวนการทางกฎหมาย ถ้าเราต้องการจะยับยั้งด้วยข้อกฎหมายต่างๆ อาจจะต้องจำเป็นต้องให้อย่างน้อยต้องให้ตัวร่าง พ.ร.บ.มันผ่านวาระ 3 ไปก่อน เพื่อที่ว่าอาจจะมีการแก้ไขได้ในชั้น กมธ.หรือไม่ และหลังจากนั้นถ้ายังคงจะดื้อดึงที่จะทำต่อ ให้มันเกิดการกระทำก่อน เราถึงจะมีการไปร้องกับศาลเพราะตอนนี้ถือว่าการกระทำมันยังไม่ได้เกิดปชป.ไม่เอาด้วยผลาญงบฯละเลงขณะที่นายร่มธรรมกล่าวว่า พรรค ปชป.มีมติไม่เห็นชอบไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะมีความพยายามจะกู้เงินเพื่อไปทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โครงการนี้ไม่ได้ใช้งบฯปีนี้อย่างเดียว ต้องกลับไปใช้ปี 67 ต้องออก พ.ร.บ.งบฯเพิ่มเติมอีกและพยายามจะกู้เงิน ธกส.อีก ต้องแลกมาด้วยค่าเสียโอกาสนำไปทำโครงการอื่นได้ รัฐบาลไม่ใส่ใจปัญหาอื่นของประเทศ ไม่ว่าเศรษฐกิจปากท้อง มิจฉาชีพ สิ่งแวดล้อม แต่งบฯยังจัดสรรแบบเดิมๆ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ“วิสุทธิ์” มั่นใจไร้อุบัติเหตุการเมืองที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปรัฐบาล กล่าวว่า ฝ่ายค้านเตรียมคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 68 เป็นเรื่องปกติ ทุกครั้งเป็นแบบนี้ ไม่มีอะไรน่ากังวล จากนี้หากยังมีเรื่องติดค้างในใจอยู่ เมื่อตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 แล้ว กมธ.มีหน้าที่ตรวจสอบอีก จะได้ช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของประชาชน เมื่อถามว่าการ พิจารณางบฯภายใน 105 วันจะดำเนินการต่อได้หรือไม่ เพราะมีการวิเคราะห์ว่าอาจเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอุบัติเหตุอะไร มั่นใจว่าพิจารณาได้ ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล การไปร้องศาลรัฐธรรมนูญเป็นปกติของฝ่ายค้านทำหน้าที่ทักท้วงอะไรที่ไม่ชอบมาพากลทำได้ ไม่ใช่เรื่องต้องมาโกรธเคืองกัน ให้เขาตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ เราจะได้ชี้แจง ถือเป็นเรื่องที่ดีนายกฯเมินคุม 314 เสียงแน่นพอขณะที่เมื่อเวลา 10.18 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มาเข้าร่วมการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 68 เป็นวันที่สาม โดยนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านประกาศคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 68 ว่าคิดว่าเรื่องการเมืองควรให้เป็นเรื่องของการเมือง ส่วนเวทีสภาฯเป็นเวทีที่ให้ทุกฝ่ายนำเสนอ ท้วงติง แนะนำ อยากให้คิดถึงเรื่องของผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญก็แล้วกัน แต่เข้าใจว่าเราเองมี 314 เสียง มีความเหนียวแน่น คงไม่มีปัญหาอะไร เขี่ย พปชร.ไม่ได้ออกจากปากเมื่อถามถึงกระแสข่าวจะมีการปรับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกจากพรรคร่วมรัฐบาลจะมีผลต่อเสียงที่ลงมติหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้พูดว่าจะปรับอะไรเลย เรื่องนี้ไม่ได้มาจากตน บอกได้แต่เพียงว่าเจอกับทุกคน ยังพูดคุยดีกันอยู่ เมื่อถามย้ำว่ายืนยันใช่หรือไม่จะไม่มีการปรับอะไรตอนนี้ นายกฯกล่าวว่า ถ้าเกิดอยู่ครบ 4 ปี จะไม่ปรับเลยคงไม่ได้ อย่าไปคาดเดาถึงตรงนั้นเลย ช่วงนี้เรามีเรื่องสำคัญอีกเยอะแยะ เรื่องงบฯต้องให้ผ่าน ปัญหาพี่น้องประชาชนและเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 เรามาช่วยกันทำงานกันตรงนี้ดีกว่า ไม่ทราบว่าข่าวมาจากไหน แต่อย่าลืมว่าคนที่จดปากกาคือตน คิดว่ายังไม่มี เราเล่นการเมืองให้มันน้อยลงหน่อยดีกว่าอ้อมแอ้มไม่กล้าการันตีเมื่อถามว่า ถือเป็นการให้ความมั่นใจพรรคพปชร.ใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนให้ความมั่นใจ กับประชาชนมากกว่าว่าเราเอาปัญหาพี่น้องประชาชนเป็นหลัก เมื่อถามถึงความคืบหน้าดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลที่มอบหมายให้พรรค พปชร.เป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป นายเศรษฐากล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร.เป็นผู้นัด ยังไม่ทราบว่าจะเป็นวันไหน แต่พร้อมเสมอ เพราะตารางงานไม่ค่อยแน่น ไม่มีการเดินทางไปต่างประเทศเสียงแขวะลงพื้นที่ไม่เอามารกหูนายกฯกล่าวว่า สัปดาห์หน้าและช่วงต้นเดือนก.ค.จะเดินทางไปต่างจังหวัด เพราะวันที่ 1-2 ก.ค. จะมีประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.นครราชสีมา จะลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. เริ่ม จ.ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ ชัยภูมิ ไปจบที่โคราช และสัปดาห์หลังประชุม ครม.สัญจร น่าจะว่างอยู่ ไม่ได้ติดอะไร เมื่อถามว่าการลงพื้นที่เยอะแต่ถูกข้อครหาว่าได้แต่ปริมาณ ไม่ได้คุณภาพ นายกฯตอบว่า ลงหลายพื้นที่ไปวันเสาร์และอาทิตย์ ไปต่างประเทศบ่อยก็ว่า ถ้าไม่ลงพื้นที่จะไม่ทราบปัญหาจริงๆ คงเป็นเรื่องการเมืองมากกว่ามั้ง ไม่อยากเอามารกหู มีหน้าที่ต้องทำก็ทำไป บอกตรงๆรำคาญบ้างเป็นธรรมดา แต่แน่วแน่ในหลักการทำงานอยู่แล้ว ไม่ได้คิดอะไรมาก ส่วนที่ไปสอดคล้องกับผลโพล ตรงนี้มีสาระอันหนึ่งเหมือนกัน ไม่ใช่ทุกอย่างเป็นเรื่องน่ารำคาญหรือรกหูอย่างเดียว เราต้องมานั่งดู รับฟังไม่ใช่ทุกเรื่องน่ารำคาญหรือไม่รับฟัง ชัยชนะ เดชเดโช“ชัยชนะ” อัดกู้มาใช้เองดั่งปล้นทรัพย์เมื่อเวลา 09.00 น. ในการประชุมสภาฯ (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมมีวาระ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 68 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท วาระรับหลักการ เป็นวันสุดท้ายของการพิจารณา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรค ประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวอภิปรายว่า รัฐบาลจัดงบฯ ปี 68 เหมือนเป็นนักวิ่งราวทรัพย์ เพราะกู้เงินสูงมาก เพื่อมาแจกประชาชน ซ้ำบอกว่าเป็นผลงานตัวเอง กู้แล้วแจกให้ประชาชนถือว่ามีจิตสำนึก หากกู้แล้ว เก็บไว้เองเท่ากับปล้นทรัพย์ การที่รัฐบาลตั้งงบฯขาดดุลปี 68 สูงสุดในรอบ 36 ปี ทั้งยังตั้งงบฯ เพื่อ ชดเชยสูงถึง 4.5% ของจีดีพีจากเกณฑ์ที่ไม่เกิน 3% ของ จีดีพี ขณะที่ปี 67 ยอดตั้งงบชดเชยอยู่ที่ 4.3% เมื่อรวม 2 ปีรวมกัน จะส่งผลกระทบต่อวินัยการคลังระยะยาวแน่บริหาร 1 ปีพาชาติวิกฤติใกล้เจ๊งนายชัยชนะกล่าวว่า การตั้งงบฯขาดดุลและกู้ชดเชยต้องพิจารณาไม่สูงเกิน 3% ของจีดีพี และยังตั้งงบฯใช้หนี้ภาครัฐ 4 แสนล้านบาท เป็นเงินต้นแค่ 1.5 แสนล้านบาท เป็นดอกเบี้ย 2.5 แสนล้านบาท ขณะที่ดอกเบี้ยหนี้สาธารณะอยู่ที่ 9% ทั้งที่มีข้อกำหนด ว่าดอกเบี้ยหนี้สาธารณะต้องไม่เกิน 10% ทำให้หนี้สิน สาธารณะพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี คือ 67.9% สูงกว่าค่ากลาง 7.9% สะท้อนสัดส่วนดอกเบี้ยต่อรายได้สูงขึ้นทุกปี เงินที่ได้มีภาระจ่ายดอกเบี้ย กระทบต่อ เครดิตความเชื่อถือของประเทศลดลง นายกฯเป็นนักบริหารบริษัท แต่มาบริหารประเทศเกือบ 1 ปี กลับทำประเทศเข้าสู่วิกฤติและเกือบเจ๊ง รัฐบาลต้องทบทวนและตั้งการ์ดให้ดี ส่วนการจัดงบฯให้ส่วนท้องถิ่น 8.39 แสนล้านบาท อบจ. 76 แห่ง มีประชากร 60 ล้านคนได้รับ 2.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ กทม.มีคน 5 ล้านคน ได้รับ 2.8 หมื่นล้านบาท ท้องถิ่นคาดหวัง ว่าจะได้รับจัดสรรเต็ม 35% ตามรัฐธรรมนูญกำหนด แต่ได้เพียง 29% ขอให้นายกฯคนไหว้สวยที่สุดใน ประเทศ นำงบกลาง 1.7 แสนล้านบาท อุดหนุนให้ ส่วนท้องถิ่นเพิ่มด้วยได้หรือไม่ก.ก.ฉะสอดไส้แก้ปัญหาที่ดินล้มเหลวจากนั้นเวลา 10.00 น. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายงบฯกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่า การจัดงบฯภารกิจกรมป่าไม้ กรมอุทยาน แห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะเห็นว่าการแก้ไขปัญหาที่ดินได้งบฯ 725 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินของกรมอุทยานฯ 390 ล้านบาท เป็นงบฯเกี่ยวข้อง จริงเพียง 116.3 ล้านบาท และงบฯโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินของกรมป่าไม้ 334 ล้านบาท เป็นงบที่เกี่ยวข้องจริงเพียง 198 ล้านบาท เชื่อว่าจะไม่สามารถ แก้ปัญหาที่ดินได้ หากรัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ให้สำเร็จจริง ต้องจัดลำดับความสำคัญของภารกิจในองค์กร ต้องกระจายอำนาจให้หน่วยงานอื่น โดยเฉพาะกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น เอาประชาชนเป็นหุ้นส่วนในภารกิจ ต้องออกแบบงบฯใหม่แบบที่พรรค ก.ก.เสนอแยก เป็น 2 ยุทธศาสตร์ 1.ยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาที่ดิน 2,600 ล้านบาท 2.ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 2,000 ล้านบาท จะแก้ปัญหาและเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้จริง หากตัดงบฯสอดไส้ทั้งหมดจะมีงบฯเพิ่มอีก 400 ล้านบาท จัดงบฯแบบเดิมๆ เท่ากับรัฐบาลเมินเฉย ความทุกข์ร้อนของประชาชน ที่ถูกตีตราว่าทำลายป่า นอกจากแก้ปัญหาที่ดินไม่ได้แล้ว ยังเป็นช่องโหว่ให้เกิดทุจริตคอร์รัปชันตามมาด้วยงบฯท้องถิ่นลงคลองหยันโยธากล่องสุ่มต่อมานายณัฐพงศ์ เปรมพูนสวัสดิ์ สส.กทม.พรรค ก.ก. อภิปรายงบฯกระทรวงมหาดไทย ว่า งบฯกระจายอำนาจไม่ขยับเขยื้อน สัดส่วนตัวเลขรายได้ท้องถิ่นสูงขึ้นกว่าปีก่อนแค่ 0.01% สะท้อนการกระจายอำนาจภายใต้รัฐบาลพรรค พท.ถอยหลังลงคลอง ไม่ใกล้เคียงสิ่งที่พูดตอนหาเสียงว่าต้องเพิ่มงบฯท้องถิ่นให้ได้สัดส่วนรายได้ 35% ภายใน 2 ปีงบฯ บอกจะส่งเสริมการเลือกตั้ง ผวจ. แต่เป็นรัฐบาลแล้วไม่เห็นอีกเลย พรรค ภท.เคยหาเสียงไว้ เรื่อง ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน ประชาชนแบ่งภาษี 30% ลงไปท้องถิ่นบ้านเกิดได้เลย ท้องถิ่นพัฒนาพื้นที่ไม่ต้องรอส่วนกลางแบ่ง แต่ตอนนี้ 2 ท่านเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ไม่มีอะไรขยับเขยื้อน ขอให้ทำตามสโลแกนพูดแล้วทำ ส่วนกรมโยธาและผังเมือง งบฯพุ่งแรงแซงทุกกรม ปี 67 มีงบฯ 38,245 ล้านบาท แต่ปี 68 เพิ่มเป็น 42,152 ล้านบาท ปีเดียวเพิ่ม 3,907 ล้านบาท งบฯก้อนใหญ่ของกรมโยธาฯซ้ำซ้อนกับท้องถิ่นชัดเจน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาเมือง 10,563 ล้านบาท ฟังจากชื่ออาจดูดี ไม่บอกจะพัฒนาอะไร เปรียบเสมือนเพียงโครงการกล่องสุ่มที่มองจากข้างนอกเห็นคำว่าพัฒนา ความจริงแค่โครงการก่อสร้างทั่วไปที่ท้องถิ่นทำอยู่แล้ว เช่นก่อสร้างซุ้มประตูเมือง วงเวียน ถนน ทางวิ่ง ทางจักรยานริมน้ำ ปรับภูมิทัศน์สวนสาธารณะ อ่าน ชื่อมองจากดาวอังคาร รู้อยู่แล้วว่าควรเป็นงานใครบุรีรัมย์แชมป์งบฯตั้งใหม่ลงเขต ภท.ชนะนายณัฐพงษ์อภิปรายอีกว่า รัฐบาลกำลังเลือกท่ายาก ให้ส่วนกลางทำให้ คิดให้ สร้างเสร็จให้ท้องถิ่นรับภาระเองจนเกิดปัญหามากมาย ไล่ดู 119 โครงการที่ตั้งงบฯใหม่ในปี 68 แชมป์ได้แก่ จ.บุรีรัมย์ บาง จังหวัดของบฯไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียวก็มี ยกตัวอย่างจังหวัด A มี 4 เขตเลือกตั้ง มี 1 เขตที่พรรครัฐมนตรีสังกัดอยู่ชนะโครงการไปลงเขตนี้ จังหวัด B มี 6 เขต มีเพียง 1 เขตที่พรรครัฐมนตรีสังกัดอยู่ชนะ โครงการดันไปลงที่เขตเลือกตั้งที่พรรครัฐมนตรีอยู่ จังหวัด C มี 7 เขตเลือกตั้งพรรคท่านชนะ 1 เขต โครงการก็ไปลงในเขตเดียวนั้น วงเงินไม่น้อยหลายโครงการเป็นร้อยล้านบาท ใน 119 โครงการมีเกือบครึ่งคือ 55 โครงการไปลงในเขตเลือกตั้งของพรรค ภท.ที่รัฐมนตรีสังกัดอยู่ สส.เขตพรรค ภท.มี 68 คน มีโครงการไปลง 55 โครงการหรือ 80% พรรค พท. สส.เขตตั้ง 112 คน มากกว่า ภท.ตั้งเยอะ แต่มีเพียง 21 โครงการ น่าสงสารสุดพรรค ก.ก.มี สส.เขต 109 คนมีโครงการบังเอิญมาลงแค่ 12 โครงการ อดสงสัยไม่ได้ว่าที่ไม่ยอมกระจายงบฯให้ท้องถิ่นทำเองโดยตรง เป็นเพราะท่านจ่ายงบฯลงไปผ่านส่วนกลาง มันทำให้ท่านรัฐมนตรีเลือกช็อปปิ้งได้หรือเปล่าหรือเลือกจิ้มได้ว่า โครงการควรลงจังหวัดนี้เขตเลือกตั้งนี้หรือเปล่า ร่มธรรม ขำนุรักษ์ปชป.ขย่มขาดดุลมหาศาลหนี้ท่วมต่อมาเวลา 15.20 น.นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่าเราต้องผิดหวังอีกครั้งเพราะงบฯปี 2568 เป็นงบตั้งหน้าตั้งตากู้เงินมาแจกสร้างหนี้ให้ประเทศ เมินเฉยต่อความเดือดร้อนประชาชน จัดทำงบแบบดันทุรัง งบฯ 3.75 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 7.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การประมาณการรายได้อยู่ที่ 2.88 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ต้องกู้มาชดเชยการขาดดุลถึง 8.65 แสนล้านบาท ตั้งงบขาดดุลหรือเกินจากรายได้ไปสูงเกือบชนเพดาน นอกจากนี้ หนี้สาธารณะยังเพิ่ม ขึ้นถึง 11 ล้านล้านบาท คิดเป็น 65% ของจีดีพีปีนี้ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปถึง 70% ส่วนงบฯรายจ่ายประจำอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับรายได้ประมาณการ 2.88 ล้านล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องกู้อย่างต่อเนื่องเหน็บแสบ “รบ.เสดสา ทวีหนี้สิน”นายร่มธรรมกล่าวว่า ขณะที่งบฯกลาง 5.49 แสนล้านบาท บางพรรคเคยเป็นฝ่ายค้านเคยชิงชังว่า ตรวจสอบยากส่อทุจริตคอร์รัปชัน ควรใช้กรณีฉุกเฉินเท่านั้น แต่วันนี้กลับใช้เป็นเครื่องมือหลักขับเคลื่อน โดยเฉพาะงบ 1.52 แสนล้านบาทโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ทำให้ขาดดุลพุ่งมากกว่า 5 แสนล้านบาท ไม่อยากเชื่อว่านี่คือฝีมือของนักบริหารธุรกิจที่บอกว่า จะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ แต่คือการก่อมรสุมเงินกู้ที่โปรยหนี้ให้ท่วมถ้วนหน้า เพราะประชาชนต้องแบกรับภาระทั้งต้นทั้งดอก เพราะพยายามทำแต่ดิจิทัลวอลเล็ต ไม่สนใจคำท้วงติง จากนโยบายเรือธงเป็นเรือเกลือและเรือล่มในที่สุด เรือลำที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นกัปตัน น่าจะเอาตัวไม่ค่อยรอด ดังนั้น เราจะจดจำจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นงบฯแห่งการกู้ เป็น “รัฐบาลเสดสา ทวีหนี้สิน”พระให้พรวันเกิด “ปู” เจอกันที่ไทยเมื่อเวลา 09.30 น. ที่วัดสระเกศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาญาติๆและคนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อาทิ นางปณิตา ชินวัตร หลานสาว นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด และนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมตัวกันทำบุญถวายผ้าไตร จีวร สังฆทาน และภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์ 9 รูป เนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 57 แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ต่อสายโทรศัพท์มาพูดคุยกับคนที่มาร่วมงานนางพวงเพ็ชร จึงเปิดลำโพงให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับพรจากพระเดชพระคุณพระธรรมโพธิมงคล เจ้า อาวาสวัดสระเกศ โดยอวยพรว่า “ขอให้ “นายกฯปู” มีความสุข ความเจริญ และมีโอกาสจะได้เจอกันที่ ประเทศไทย” “อิ๊งค์” หยอดอยากให้ “ยายปู” กลับมาขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคพท. โพสต์ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมข้อความอวยพรวันเกิดลงอินสตาแกรมระบุว่า“Happy birthday “ยายปู” ที่รักของหลานๆ ขอให้ยายปูสุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากๆนะคะ แล้วจะพาหลานไปหาอีกค่ะ ถ้าให้ดีที่สุด อยากให้ “ยายปู” ได้กลับมาอยู่ใกล้ๆกันค่ะ we love you xo” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปอยู่ที่เกาะฮ่องกง มีคนใกล้ชิดเดินทางไปพบเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด อาทิ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ แต่เนื่องจากมีการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 68 ทำให้ไม่มี สส.เดินทางไปพบในวันคล้ายวันเกิดเหมือนทุกปี“นายกฯนิด” ลุยชลบุรี-ระยองผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 22-23 มิ.ย.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ มีกำหนดการลงพื้นที่จ.ชลบุรี-ระยอง โดยวันที่ 22 มิ.ย.ไป จ.ชลบุรี เพื่อติดตามงานด้านการท่องเที่ยว จากนั้นวันที่ 23 มิ.ย.นำคณะตรวจพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หารือรับฟังปัญหาและ การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ที่สนามบินอู่ตะเภา ช่วงบ่ายไปศึกษาดูเส้นทาง การแข่งขัน F1 ที่บริเวณเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากนั้นไปติดตามเร่งรัดการสร้างโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา ก่อนกลับ กทม.ยังไม่ฟื้นจากโควิดดีกลับบ้านไปพักก่อนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาฯพิจารณางบฯปี 68 วันสุดท้ายปรากฏว่าเมื่อเวลา 16.35 น. นายเศรษฐา ได้กลับออกจากสภาฯไปก่อน ด้วยมีสีหน้าค่อนข้างอิดโรย โดยนายกฯทำมือสัญลักษณ์ท่านอน ก่อนกล่าวเพียงสั้นๆว่า ยังไม่ค่อยหายดีเท่าไหร่ เดี๋ยวขอกลับไปพักผ่อน มันยังไม่หายดีเต็มที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 22 มิ.ย.จะไปเดินวอล์คกิ้งสตรีทที่พัทยา จ.ชลบุรี เลยหรือไม่ นายกฯ บอกว่า พรุ่งนี้ๆครับ วันนี้ขอนอนพักก่อน วันที่ 22 มิ.ย.จะได้ลงพื้นที่ได้ ก่อนเดินไปขึ้นรถทันทีอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่