วันนี้คนไทยไม่ว่ารวยหรือจนต่างรู้สึกแบบเดียวกัน คือ เศรษฐกิจไม่ดี เอสเอ็มอีโรงงานเล็กใหญ่ปิดตัวกันมากมาย ดัชนีหุ้นก็ร่วงทุกวัน ทำสถิติตํ่าสุดนิวโลว์เกือบทุกวัน การแถลงงบประมาณรายจ่ายปี 2568 ของ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ต่อสภาผู้แทนวันวาน ก็เป็นงบขาดดุล ต้องกู้มาใช้จ่ายล่วงหน้าถึง 865,700 ล้านบาท คิดเป็น 23.06% ของวงเงินงบประมาณ 3.752 ล้านล้านบาท ทำให้หนี้สาธารณะพุ่งขึ้นไปเป็น 12.34 ล้านล้านบาท ใกล้ชนเพดานที่จำกัดไว้ 70% เต็มที งบปี 67 ก็กู้เกือบชนเพดานไปแล้ว 805,000 ล้านบาท ปีหน้าก็ต้องกู้มาใช้จ่ายล่วงหน้าอีก หนี้ครัวเรือนก็พุ่ง มองไปทางไหนมีแต่หนี้เต็มไปหมดแต่ การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันปี 2567 ของ IMD ที่ประกาศออกมาสองวันก่อน ปรากฏว่า ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยพุ่งขึ้นไปถึง 5 อันดับ จากอันดับที่ 30 ในปีที่แล้วขึ้นมาเป็น อันดับที่ 25 ในปีนี้จาก 67 เขตเศรษฐกิจแซงหน้า ออสเตรีย อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร และ เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ ทำเอาคนในแวดวงธุรกิจร้องกันเสียงหลง Unbelieveable เหลือเชื่อจริงๆไปดู 10 อันดับแรก ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลกปี 2567 กันเสียหน่อยครับ อันดับ 1 สิงคโปร์ ปีนี้ขึ้นมาถึง 3 อันดับ 2.สวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นมา 1 อันดับ 3.เดนมาร์ก ลดลงไป 2 อันดับ 4.ไอร์แลนด์ ลดลงไป 2 อันดับ 5.ฮ่องกง ขึ้น 2 อันดับ 6.สวีเดน ขึ้นมา 2 อันดับ 7.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขึ้นมา 3 อันดับ 8.ไต้หวัน ลดลงไป 2 อันดับ 9.เนเธอร์แลนด์ ลดลงไป 4 อันดับ 10.นอร์เวย์ ขึ้นมา 4 อันดับ ส่วน สหรัฐอเมริกา อยู่อันดับ 12 จีน อยู่อันดับ 14 เกาหลีใต้ อยู่อันดับ 20 และ เยอรมนี อยู่อันดับ 24 เหนือไทยแค่อันดับเดียว ไม่อยากจะเชื่อเลยเมื่อเป็นการจัดอันดับของ IMD คุณชัย วัชรงค์ โฆษกสำนักนายกฯ ก็ต้องคุยโม้ว่า เป็นผลงานของรัฐบาลนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ที่บริหารประเทศจนทำให้ขีดความสามารถของไทยดีขึ้นถึง 5 อันดับ ทั้งที่หนี้ท่วมคอ ต้องกู้เงินมาใช้จ่ายในงบประมาณทุกปี ต้องกู้เงิน 5 แสนล้านไปแจกประชาชน 50 ล้านคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สวนทางกับอันดับ IMD โดยสิ้นเชิง แต่เมื่อพลิกเข้าไปดูเนื้อในก็จะถึงบางอ้อปัจจัยที่ทำให้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยดีขึ้นถึง 5 อันดับมาจาก 2 ด้าน 1.ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) จากอันดับ 16 ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ดีขึ้นจากด้านการค้าระหว่างประเทศไทย (International Trade) จากอันดับ 29 มาอยู่อันดับ 6 จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นการส่งออกด้านบริการ (Export of Commercial Services) ทำให้สัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวต่อจีดีพีดีขึ้นอย่างมาก 2.ด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) ดีขึ้นเล็กน้อยจากอันดับ 23 ขึ้นมาอยู่อันดับ 20 แต่ผลิตภาพในภาพรวมทุกภาคอุตสาหกรรมกลับลดลงจากอันดับที่ 38 ไปอยู่อันดับที่ 42ด้านสำคัญอีกสองด้านคือ ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) อยู่อันดับ 24 ที่เดิม แต่ การบริหารภาครัฐ กฎหมายด้านธุรกิจ ประเด็นด้านสังคม ยังอยู่ในระดับตํ่า ส่วน โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ก็อยู่ในอันดับ 43 เท่าเดิม โครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนายิ่งแย่ใหญ่ เช่น สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การศึกษา วิทยาศาสตร์ อยู่อันดับ 55-54-40 ส่งผลให้ประเทศไทยพัฒนาได้ยากอินโดนีเซีย แม้อันดับแพ้ไทย แต่มีจุดเด่นถึง 6 ด้าน คือ ประสิทธิภาพของภาครัฐ ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ สมรรถนะทางเศรษฐกิจ พลวัตทางเศรษฐกิจ ความสามารถการแข่งขันด้านต้นทุน และความมั่นคงทางการเมือง ดีขึ้นหมด ปี 2567 รัฐบาลเศรษฐา ได้บริหารประเทศเต็มปี ปีหน้าจะได้รู้กันชัดๆ อันดับประเทศ ไทยจะดีขึ้นหรือแย่ลง."ลม เปลี่ยนทิศ"คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม