ความจริงทางการเมืองนั้น มันบ่งบอกถึงยุคสมัยของใครของมัน 10 กว่าปีที่ผ่านมาคือยุคของพี่น้อง “3ป.” แห่งบูรพาพยัคฆ์อย่างชัดเจนแต่ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ “1ป.” เท่านั้น ที่ยังโลดแล่นบนถนนการเมือง“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพียง 1 เดียวที่ได้ร่วมรัฐบาลมีเก้าอี้รัฐมนตรี 4 ที่นั่งคือรองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และรัฐมนตรีช่วยอีก 1 ตำแหน่งถามว่าวันนี้ “บิ๊กป้อม” ในทางการเมืองยังมีบารมีอยู่หรือไม่ก็ต้องตอบตรงไปตรงมา “มี” แต่ก็น้อยลงไปตามสภาพการณ์ที่เป็นจริง พูดง่ายๆหย่อนกว่ารัฐบาล “ลุงตู่” พอสมควรแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้นํ้ายาเสียทีเดียวขนาดว่าคลื่นลมการเมืองว่าด้วยการถอดถอนนายกรัฐมนตรีโดย 40 สว.ที่อาศัยจังหวะที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรียังสะท้านสะเทือนชวนให้ไหวหวั่นไม่น้อยทุกคนมองเห็นแล้วทำไม “ทักษิณ” จึงมองไม่เห็นปฏิบัติการแฉแล้วโดดเดี่ยว จึงเกิดขึ้นเมื่อออกมาเปิดเผยว่า เขารู้ทุกอย่างว่าใครเป็นใครที่อยู่เบื้องหลังและพุ่งเป้าไปที่คนในบ้านป่า ที่ทำให้เกิดความวุ่นวายหมายถึงใครคงไม่ต้องเอ่ยชื่อ...อีกทั้ง “บิ๊กป้อม” เองก็ไม่ยอมปริปากแสดงความเห็นในเรื่องนี้ เพราะรู้ดีว่าหากพูดหรือแสดงความเห็นออกไปย่อมเข้าตัวเอง และกับดักที่เขาวางเอาไว้แล้วก็มีคำถามอีกว่าทำไม “ทักษิณ” ต้องคิดอย่างนั้น และเดินหมากอย่างนี้ก็ตอบได้ง่ายๆว่า เพื่อเป็นการ “หยุดบารมี” ที่จะขวางเส้นทางการเมืองอย่างที่เขาต้องการให้เป็นต้องไม่ลืมว่า “ทักษิณ” ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อคุมอำนาจทางการเมืองเอาไว้ในมือ เพื่อผลักดันลูกสาวไปสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้สำเร็จนั่นแหละแผนการนี้จึงเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในพรรคพลังประชารัฐนั้น แม้ “บิ๊กป้อม” จะเป็นหัวหน้าก็จริง แต่การขับเคลื่อนทุกอย่างกลับไปที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพรรค ซึ่งแนบแน่นกับ “ทักษิณ” และ “เพื่อไทย”มาก่อนนอกจากนั้นอีกหลายคนหลายก๊วน ล้วนเคยเป็นศิษย์เก่าไทยรักไทย จนเติบโตทางการเมืองและมีหน้ามีตาในวันนี้ที่สำคัญยังให้ความเกรงอกเกรงใจ “ทักษิณ” ไม่เสื่อมคลายเรียกว่าพร้อมที่จะพรากออกจากอก “บิ๊กป้อม” ได้ทันทีดังนั้น การดิสเครดิต พล.อ.ประวิตร เพื่อให้หมดบารมีไปเรื่อยๆก็เท่ากับขจัดอุปสรรคทางการเมืองที่เขาต้องการดังนั้น เขาจึงไม่กังวลว่าในพลังประชารัฐจะเกิดปัญหา เพราะทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้หมดแล้วทั้งคนและงานคือการเป็นรัฐบาลร่วมกันต่อไป โดยไม่สร้างเงื่อนไข หรือทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นมาพูดง่ายๆว่าอยู่กันไปอย่างนี้ทุกอย่างจะดีเองนายกรัฐมนตรีก็เล่นบทไม่รู้ไม่เห็น ถ่อมเนื้อถ่อมตัว และยืนยันว่าทำงานร่วมกับรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐได้ไม่มีปัญหา“บิ๊กป้อม” ทางเดียวที่จะทำได้คือนิ่งสงบ และอย่าฝันอะไรที่ไกลเกินเอื้อม!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม