สืบ บก.น.1 สวมหัวใจสิงห์บุกรวบหนุ่มใหญ่ลูกพี่ลูกน้อง “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เปิดห้อง โรงแรมดังกลางกรุง พร้อมคนขับรถและ 2 สาว มั่วสุมเสพยาไอซ์ ยึดปืนพร้อมกระสุนอีก 6 นัด ยาไอซ์ 5.4 กรัม หลังได้ข่าวมีการมั่วสุมเสพยาในโรงแรม นำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์พบ 1 ใน 2 สาวผู้ต้องหาเดินลงมา แสดงตัวตรวจค้นไม่พบของกลาง แต่รับว่าเพิ่งเสพยาไอซ์กับพวก เจ้าหน้าที่เลยตามไปตรวจค้นจับกุมทั้ง 4 คน ส่ง สน.มักกะสัน ขณะที่ทนายผู้ต้องหาเผยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ด้าน “อนุทิน” ออกตัวอย่าเพิ่งไปกวนใจ “ชาดา” ที่อยู่ระหว่างแสวงบุญที่ซาอุฯ และไม่เคยได้ยินพูดถึงบุคคลนี้มาก่อนสืบ บก.น.1 บุกจับญาติ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” มั่วสุมปาร์ตี้ยาในโรงแรมกลางกรุง เปิดเผยเมื่อเวลา 22.20 น. วันที่ 10 มิ.ย. พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.อติชาติ แย้มผกา รอง ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.มนูญ กู้เมือง รอง ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.ณัชฐปกรณ์ หัดคำ รอง ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ร้องเกาะเกิด สว.กก.สส.บก.น.1 ด.ต.ปรีชา อิ่นมโน จ.ส.ต.ทิวา เกษแก้ว ส.ต.ท.ณัฐปคัลภ์ เหล็งหนูดำ ส.ต.ท.รัตนไชย ศรีสวัสดิ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.1 ร่วมกันจับกุมนายนรเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ อายุ 52 ปี ชาวอุทัยธานี นายกิจจา จุลมุสิทธ์ อายุ 55 ปี ชาวอุทัยธานี น.ส.วาลิส ทัศนเอกจิต อายุ 36 ปี ชาวนครปฐม และ น.ส.อัญชลีพร เหมือนแก้ว อายุ 41 ปี ชาว กทม. พร้อมของกลางยาไอซ์ชนิดเกล็ด บรรจุในถุงใสปิดซิป 6 ถุง รวมน้ำหนัก 5.4 กรัม และปืน GLOCK 30 ขนาด.45 พร้อมกระสุน 6 นัด โดยปืนเป็นของนายนรเศรษฐ์ จับได้ที่ห้องพัก ในโรงแรมดังกลางกรุง หลังรับแจ้งมีการมั่วสุมปาร์ตี้ยาเสพติดในห้องพักก่อนจับกุม เมื่อค่ำวันที่ 10 มิ.ย. มีสายลับเข้าให้ข้อมูลกับ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ร้องเกาะเกิด สว.กก.สส. บก.น.1 ว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติด ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่โรงแรม กระทั่งเวลา 22.25 น. พบเห็นหญิงไทยทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.อัญชลีพร 1 ในผู้ต้องหาเดินลงมาใต้อาคารโรงแรมท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวขอตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่รับว่าเพิ่งเสพยาไอซ์ และยังรับอีกว่ามีกลุ่มเพื่อนมั่วสุมเสพยาไอซ์อยู่ในห้องพัก ชั้น 3 ของโรงแรม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมไปตรวจค้น ลักษณะเป็นห้องสูท มีห้องรับแขกและห้องนอน เปิดเข้าไปพบชาย 1 คน ทราบชื่อต่อมาคือนายกิจจา จุลมุสิทธ์ อายุ 55 ปี ส่วนอีกห้องมีนายนรเศรษฐ์ และ น.ส.วาลิสนั่งอยู่ในห้องพร้อมของกลางยาเสพติดและอาวุธปืนดังกล่าวสำหรับนายนรเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ 1 ในผู้ต้องหาเป็นญาตินายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พ่อของนายชาดา เป็นพี่ชายแท้ๆ ของพ่อนายนรเศรษฐ์ ผู้ต้องหา จึงมีฐานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ส่วนนายกิจจา จุลมุสิทธ์ เป็นคนขับรถให้นายนรเศรษฐ์ ขณะที่ น.ส.วาลิส และ น.ส.อัญชลีพรเป็นคนรู้จักของทั้งคู่ที่รู้จักกันมานาน เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อหาเพิ่มนายนรเศรษฐ์ ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรฯ นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สน.มักกะสัน ดำเนินคดีต่อมาเวลา 10.30 น. วันที่ 11 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.1 ควบคุม น.ส.วาลิส ทัศนเอกจิต และ น.ส.อัญชลีพร เหมือนแก้ว มาในรถเก๋งมาจอดหน้า สน.มักกะสัน นำผู้ต้องหาหญิง 2 คน ลงจากรถมี 1 ใน 2 ผู้ต้องหาใช้ผ้าคลุมศีรษะและปิดหน้า ส่วนอีกคนไม่ได้ปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนทั้งคู่ถูกนำตัวเข้าห้องฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน ต่อมามีชายอายุ 40-45 ปี เข้าไปในห้องสืบสวนโดยกล่าวแค่ว่ามาเยี่ยมเพื่อนไม่รู้ว่าเรื่องโดนคดีอะไร ส่วนผู้ต้องหาชาย 2 คน ถูกควบคุมมาส่งก่อนหน้านี้แล้วต่อมาเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน เผยว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายนรเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ อายุ 52 ปี นายกิจจา จุลมุสิทธ์ อายุ 55 ปี น.ส.วาลิส ทัศนเอกจิต อายุ 36 ปี และ น.ส.อัญชลีพร เหมือนแก้ว อายุ 41 ปี ข้อหา ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อหาเพิ่มนายนรเศรษฐ์ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทั้งนี้ กก. สส.บก.น.1 ผู้จับกุมไม่ได้แจ้งข้อหาเสพฯจึงอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และพิจารณาว่าควรจะตรวจปัสสาวะหรือไม่ส่วนที่มีประเด็นว่าได้เปิดห้องที่โรงแรมแห่งนี้เพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติดนั้น ผกก.สน.มักกะสัน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นโรงแรมเป็นเครือข่าย รพ.แห่งหนึ่ง ใช้รองรับญาติผู้ป่วยที่ต้องการพักอยู่ใกล้ญาติที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ลูกค้านอกก็เข้าพักได้เหมือนโรงแรมทั่วไป โดยโรงแรมแห่งนี้ยังไม่เคยมีพฤติกรรมที่มีคนมาเปิดปาร์ตี้ยามาก่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะขยายผลการจับกุมต่อไปขณะที่ทนายความของผู้ต้องหาทั้งสี่กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พรุ่งนี้ญาติได้เตรียมหลักทรัพย์ไปประกันตัวในชั้นศาล เป็นเงินสดคนละ 40,000 บาท ขณะนี้ทุกคนไม่มีอาการเครียดแต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับนายนรเศรษฐ์ ได้เล่าข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ฟัง ไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับการฝากขังเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาทั้ง 4 คน ไปฝากขังที่ศาลอาญา วันที่ 12 มิ.ย. เวลา 10.00 น.สำหรับบรรยากาศที่ สน.มักกะสัน หลังนำตัวกลุ่มผู้ต้องหามาสอบปากคำที่โรงพัก มีรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีเพื่อนกลุ่มผู้ต้องหาเข้ามาเยี่ยมและสังเกตการณ์ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ ให้เพียงข้อมูลว่ามาสังเกตการณ์เท่านั้นแต่ในส่วนของคดีก็ให้ทนายเป็นคนดำเนินการต่อมาเวลา 14.20 น. เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนออกจากห้องสืบสวน เพื่อสอบสวนต่อยังห้องพนักงานสอบสวน และให้เก็บปัสสาวะหาสารเสพติดใช้ประกอบสำนวนเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ทั้งหมดมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนอีกด้านหนึ่งที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการจับกุมนายนรเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ญาตินายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช. มหาดไทย พร้อมพวก ว่า “หูย อย่าไปนับกันขนาดนั้น อ่านข่าวคนอื่นสงวนนามสกุลหมด ยกเว้นคนเดียวที่มีนามสกุลไทยเศรษฐ์ไม่ยอมสงวน ไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ นายชาดาเป็นแกนนำพรรค มีญาติเป็นร้อยเป็นพัน ใครทำผิดอะไรเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้มีการช่วยเหลือหรือมีอภิสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น ชัดเจนอยู่แล้ว และนายชาดาเองขณะนี้ไปแสวงบุญที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย อย่าไปทำอะไรให้กวนใจท่าน นายชาดาไม่เคยพูดถึงบุคคลดังกล่าวในชีวิตท่านพูดว่ามีคนเติบโตมาด้วยกันเพียงแค่ 2 คน คือ ตัวท่านเอง และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตร น้องสาว”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่