ระวังประเด็นที่เป็นเชื้อปะทุ นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง หนึ่งในฟันเฟืองเล็กๆทำหน้าที่ในส่วนที่รับผิดชอบเต็มที่ อย่าง นายนิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการตราร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.) ที่มุ่งมั่นทำทุกอย่างให้สำเร็จตามเป้าส่งสัญญาณแนะทุกฝ่าย หลังจากมีกลุ่มสนับสนุน และกลุ่มคัดค้านคดีที่อ่อนไหวออกมาเคลื่อนไหวให้การนิรโทษกรรมเดินไปถึงธงตามที่ กมธ.ทุกคนต้องการ เพื่อให้ประเทศเดินต่อไป หลังติดหล่มสั่งสมขัดแย้งเกือบ 20 ปีขอย้ำอย่าเอาปัญหาเล็กๆทำลายเป้าหมายใหญ่“ทุกฝ่ายเห็นด้วยให้นิรโทษกรรม แค่เห็นต่างในบางประเด็น ควรข้ามตรงนี้ไป เพื่อเป้าใหญ่สำหรับบ้านเมืองกรณีความผิดที่ยังเป็นประเด็นอ่อนไหวอยู่ ควรพิจารณาโดยละเอียดว่าแยกออกไปหรือรวม หากแยกออกไปเป็นอย่างไร รวมแล้วเป็นอย่างไร ยุทธพร อิสรชัยทุกคนถ้ามีจุดยืนอยากให้ประเทศเกิดความสงบ อยากให้นิรโทษกรรมที่เป็นคดีส่วนใหญ่ ก็น่าเป็นไปได้ แต่หากต้องการให้สมูท เห็นตรงกันหมด มันเป็นไปไม่ได้”โดยเกาะติด กมธ.ประชุมครั้งต่อไป หลังจากคณะอนุ กมธ.พิจารณาศึกษาข้อมูล และสถิติคดีความผิดอันเนื่องมาจากแรงจูงใจทางการเมือง มี นายนิกร เป็นประธาน รวมคดีได้เป็น 25 ฐานความผิด มีนับล้านคดี และยังไม่สรุปนิรโทษกรรมอะไรบ้างจึงตั้งคณะอนุ กมธ.ศึกษาและจำแนกการกระทำ เพื่อประกอบแนวทางตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีนายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นประธาน ซึ่งสรุปจำแนกความผิดต่างๆเสร็จแล้วเป็นคดีหลัก-คดีรอง-คดีอ่อนไหว“คดีหลักเป็นคดีอาญาต่างๆ แรงๆ และคดีรอง ซึ่งมีพ่วงไปด้วย สมมติไปต่อต้านขึ้นไปปราศรัยอยู่กลางสี่แยกก็โดนคดีจราจรคดีอ่อนไหว ฐานความผิดยึดโยงกับนิรโทษกรรมอย่างมีนัยสำคัญ สามารถเป็นกรอบพิจารณามีผลสืบเนื่องจากแรงจูงใจทางการเมืองซึ่งเป็นแนวทางพิจารณานิรโทษกรรมหรือการดำเนินการอื่นใด ควรพิจารณาฐานความผิดที่เกี่ยวกับประเด็นการกระทำด้วยความละเอียดรอบคอบ เพราะไม่คำนึงถึงจำนวนคดีที่กระทำความผิด”เช่น คดีผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 หมื่นคดี แต่คดี 112 เสนอขึ้นมามี 100 คดี ซึ่งจำนวนผู้กระทำผิดก็เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา ที่สำคัญผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา ต้องดูทั้งด้านบวก ด้านลบหัวใจนิรโทษกรรมทำให้สังคมสมานฉันท์ไม่ใช่นำไปสู่ความขัดแย้งที่มากกว่าเดิมขณะเดียวกัน กมธ.ได้พิจารณาคดี 110 และคดี 112 ตั้งแต่ตั้ง กมธ.ตามที่มีการเสนอเข้ามา และในคณะอนุ กมธ.ที่ผมเป็นประธาน สรุปว่าที่ผ่านมาได้พิจารณาเรื่องปรองดอง การนิรโทษกรรมหลายคณะ แต่ไม่ได้พิจารณา 2 คดีดังกล่าว เพราะอ่อนไหวทางการเมือง เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ“กมธ.เห็นว่า 2 คดีนี้เป็นประเด็นที่ยังมีความอ่อนไหวอยู่ กมธ.ต้องพิจารณาโดยละเอียด ว่าควรตัดสินใจอย่างไร จะเสนอสภาไปว่าให้รวมหรือไม่รวม ตอนนี้ กมธ.ยังไม่ตัดสินใจ”กมธ.เพิ่งเคาะระยะเวลานิรโทษกรรมตั้งแต่ 1 ม.ค.48-ปัจจุบัน และมูลเหตุแรงจูงใจทางการเมือง ประชุมครั้งต่อไปจะพิจารณาต่ออาทิ คณะกรรมการกลั่นกรองทำงานอย่างไร มีหน้าที่อำนาจอย่างไร ประกอบด้วยใครบ้าง ตามที่เสนอเป็นตุ๊กตามา มีประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน จากนั้นพิจารณากลไกนิรโทษกรรม และผลของการนิรโทษกรรม ลักษณะกระทำความผิดซ้ำ จะทำอย่างไรตั้งใจเสนอต่อสภาให้พิจารณาช่วงสัปดาห์สุดท้ายเดือน ก.ค.67 แต่คนเข้าใจผิดว่า กมธ.มายกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ความจริงไม่ใช่ จะเสนอต่อสภาถึงหลักการทำกฎหมายควรมีหลักการอย่างไรบ้าง ควรมีคณะกรรมการกลั่นกรองหรือไม่ ฐานความผิดมีอะไรบ้าง มีคดีอะไรบ้างที่ยกส่วนคดี 112 เข้าใจว่ายังไม่พิจารณา เพราะพิจารณาตามที่ระบุไว้ข้างต้นก่อน พอเสร็จถึงพิจารณาฐานความผิดมีอะไรบ้าง เดิม 17 ฐาน ต่อจากนี้ให้รวม “คดี 110 คดี 112” ที่มี “ความอ่อนไหวสูง” ด้วยหรือไม่ หรือความเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองพรรคก้าวไกลถือธงนำมาตั้งแต่ต้นควรนิรโทษกรรมคดี 112 พรรคเพื่อไทยเริ่มแย้มประตูสนับสนุน แต่พรรคการเมืองอื่นๆคัดค้าน ทำให้ประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูงเป็นโจทย์ยากสำหรับ กมธ. นายนิกรบอกว่า สภามี 2 ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งพรรคก้าวไกลนิรโทษกรรมหมด พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ร่วมคดี 112กมธ.พิจารณาคดีที่ “อ่อนไหวสูง” มาตั้งแต่ต้นขอย้ำประเด็นนี้พิจารณาทีหลัง ในการทำนิรโทษกรรมควรแนบฐานความผิดเข้าไปด้วย หรือเอาไม่ต้องแนบฐานความผิด ไม่บอกมีคดีอะไรบ้าง ขอเรียนว่าตลอด 20 ปี มันต้องละเอียดยุ่งยากพอสมควร ทักษิณ ชินวัตรทั้งนี้ใน กมธ.ไม่มีพรรค พรรคอยู่นอก กมธ.แต่ละคนพูดในนาม กมธ. ไม่ใช่ในนามพรรค ตรงนี้เชื่อว่าไม่มีปัญหา ไม่น่ามีข้อขัดแย้งจนทำให้งานไม่สำเร็จ“ผมมีประสบการณ์เป็น กมธ. ชุด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน มีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมด้วย ในชั้น กมธ.โหวตประเด็นสำคัญแต่พรรคหลักไม่ระมัดระวัง สุดท้ายโหวตก็มีความขัดแย้งก็แตก กมธ.ฝ่ายค้านลุกขึ้นประท้วงเดินออก ไม่ยอมรับรายงานตรงนี้ เกือบสำเร็จอยู่แล้วก็ร่วงลงในอดีตนิรโทษกรรมสุดซอยก็ดี มันสร้างปัญหาต่อเนื่องมาเยอะมาก ประสบการณ์ตรงนี้คงไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก”กมธ.เสนอสภาปลายเดือน ก.ค.นี้ ปรากฏว่าเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกอัยการ สั่งฟ้องคดี 112 ทำให้คดีที่อ่อนไหวสูงกลายเป็นประเด็นที่แหลมคม และละเอียดอ่อนมากขึ้น นายนิกร บอกว่า อาจคิดกังวลกันไปเอง ต้องมองนิ่งๆ เป็นคดีก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม กรณีที่เกิดขึ้นไม่แหลมคม เป็นเรื่องของบุคคลแต่ กมธ.พิจารณาองค์รวม ศึกษาแนวทางออกกฎหมาย เสนอเป็นแนวทางต่อสภา ไม่ได้เข้ามาออกกฎหมายเมื่อเสนอสภาเห็นชอบ อาจมีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมพรรคการเมืองอื่นหรือร่างของรัฐบาลเพิ่มเข้าอีก ที่ประชุมสภาเห็นชอบในหลักการ ก็ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาเอาแต่ละร่างมารวมกันหรือเอาหลักการตามที่เราเสนอก็เป็นไปได้“กมธ.ทำงานโดยรวมมีด้านบวกแน่นอน แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดผลบวก แล้วกลายเป็นสร้างความขัดแย้งใหม่ที่ใหญ่ขึ้น แบบนี้ กมธ.ไม่ทำต้องระวังไม่ผลีผลาม ถึงพยายามอย่างยิ่งที่ดูแลเรื่องนี้ มีความรู้ให้ครบถ้วน”คดี 112 มีหลายเฉด บางคดีเข้าข่ายแรงจูงใจทางการเมือง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ตั้งขึ้นในอนาคต หลังสภาเห็นชอบผลศึกษาของ กมธ.ชุดนี้ จะเข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมอย่างไร นายนิกร บอกว่า อย่าไปยึดติดตรงนี้ กมธ.ดูเป็นลักษณะคดีคดีอ่อนไหวสูงต้องพิจารณารอบคอบเป็นพิเศษกมธ.กำลังตกผลึกภาพรวมนิรโทษกรรม แต่ปรากฏการณ์ทางเมืองอึมครึม ทั้งล้มกระดานเลือก สว. คดีถอดถอนนายกฯออกจากตำแหน่ง คดียุบพรรคก้าวไกล คดีจริยธรรม 44 สส.พรรคก้าวไกล คดี 112 ของนายทักษิณ ทำให้ กมธ.วิตกกังวลอย่างไร นายนิกร บอกว่า กมธ.รู้ว่าไปขึ้นฝั่งที่ไหนระหว่างทางมีพายุบ้าง ถ้ากังวลหันรีหันขวางอยู่กับลมที่พัดจากทิศนั้นทิศนี้ก็วนอยู่นั่นแหละ ไม่ไปไหน ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติทางการเมือง บังเอิญประเดประดังเข้ามาในเวลาเดียวกันฉะนั้น กมธ.มีเป้าหมายชัดเจน ตอนนี้ก็เห็นรอบทิศ เหมือนมีเครื่องจักรทำให้มันเสร็จพร้อมใช้งาน ตอนนั้นก็ไปเลือกวัตถุดิบที่จะใส่เข้าไปสู่การผลิตคืออะไรบ้างไม่ใช่บางอย่างเข้าไปกลายเป็นใส่ระเบิดระเบิดกันหมด ผลิตผลอะไรไม่ได้สักอย่าง.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม