“ชัยธวัช” ยัน 9 มิ.ย. แถลงแนวทางสู้คดียุบพรรค แค่บอกจะโต้แย้งประเด็นใด ไม่กระทบกระบวนการพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ เดินหน้ายื่นขอไต่สวน พร้อมบัญชีพยาน ย้ำถ้าเกิดอุบัติเหตุการเมืองเป็นไปไม่ได้ ก.ก.พลิกตลบกลับไปจับมือ พท.ตั้งรัฐบาล หวั่นใจกระบวนการเฟ้น สว.ถูกล้มกระดาน “ดิเรกฤทธิ์” เชื่อประกาศผลไม่ได้ กกต.ผวาเลือก สว.เป็นโมฆะส่อเลื่อนเลือกระดับอำเภอ สำนักงาน กกต.ชง 2 ทางเลือกให้ 5 เสือตัดสินใจ จะชะลอก่อนหรือลุยไฟ กมธ.นิรโทษกรรมไฟเขียวนับเหตุนิรโทษตั้งแต่ 1 ม.ค.48 ยังไม่แตะปมร้อนคดีมาตรา 112 “สมชาย” ขู่ล้างผิดเหมาเข่งระวังไม่มีแผ่นดินอยู่ นายกฯกล่อม “อโกดา” บุ๊กกิ้งออนไลน์ใหญ่ยักษ์ ช่วยบูมท่องเที่ยวไทยจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมวันที่ 12 มิ.ย. พิจารณาคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พิจารณากรณีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองฯ เป็นเหตุยุบพรรค โดยเตือนคู่กรณีไม่สมควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีชี้นำสังคม ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ก.ก. ยืนยันวันที่ 9 มิ.ย. พรรคจะแถลงประเด็นการต่อสู้คดี คงไม่กระทบต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ“ต๋อม” ชี้แจงประเด็นสู้ศาลไม่ต้องกังวลเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางต่อสู้คดียุบพรรค หลังจากยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า ลำดับถัดไปจะขอยื่นการไต่สวนและบัญชีพยาน หวังว่าศาลจะให้โอกาส เมื่อถามถึงคำเตือนศาลรัฐธรรมนูญ นายชัยธวัชกล่าวว่า วันที่ 9 มิ.ย. คงจะแถลงเหมือนเดิม แค่แถลงว่าต่อสู้ในประเด็นไหน อย่างไรบ้าง คงไม่ไปกระทบกระบวนการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าทุกอย่างเป็นไปหลักตามกฎหมาย ตามหลักนิติรัฐ คิดว่าศาลไม่ต้องกังวลอะไร ชัยธวัช ตุลาธนเผยด้อมส้มค้านยุบพรรคก้าวไกลเมื่อถามว่า ประเมินแฟนคลับพรรค ก.ก.อย่างไร นายชัยธวัชเผยว่า เท่าที่สัมผัสเวลาเราลงพื้นที่ ส่วนใหญ่ให้กำลังใจ และไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรค ส่วนใหญ่ฝากว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะสนับสนุนพรรค ก.ก.ต่อไป เมื่อถามย้ำว่า หากท้ายที่สุดพรรค ก.ก.ถูกยุบ จะเกิดกระแสลุกขึ้นมาต่อต้านคำวินิจฉัยหรือไม่ หัวหน้าพรรค ก.ก.กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลเกินไป ขอให้รอดูคำวินิจฉัยก่อนดีกว่าลั่นเป็นไปไม่ได้จับมือกับ พท.นายชัยธวัชกล่าวถึงกรณี สว.เปิดเผยข้อมูลเรื่องจะมีการล้มรัฐบาลและยุบพรรค ก.ก.ว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริง แม้เราเป็นฝ่ายค้าน เราห่วงบรรยากาศทางการเมืองแบบนี้ ต้องการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจแต่ถ้าเสถียรภาพทางการเมืองไม่แน่นอน จะกระทบอย่างแน่นอน เมื่อถามว่าปัจจัยที่เกิดขึ้นมองว่าจะทำให้เกมการเมืองเปลี่ยนขั้วได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ตอนนี้คนพูดกันมากคือสุดท้ายจะนำไปสู่การเปลี่ยนตัวนายกฯหรือไม่ ตรงนี้น่าจะเป็นประเด็นหลัก ส่วนเรื่องพลิกขั้วในความหมายที่ว่าหากมีการเปลี่ยนตัวนายกฯในเร็วๆนี้ พรรคก.ก.มีโอกาสหรือไม่ที่จะไปจับมือกับพรรค พท.ตั้งรัฐบาล ต้องตอบย้ำอีกครั้งว่าคงเป็นไปไม่ได้ สภาพแวดล้อมทางการเมืองแบบนี้ ต่อให้ตั้งรัฐบาลได้ อาจจะบริหารไม่ได้ เมื่อถามอีกว่าพรรค พท.มาทาบทามอีกจะปฏิเสธแน่นอนใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า อย่างที่เรียนแล้วและจริงๆอย่าไปพูดอย่างนั้นเลย พรรค พท.ไม่เคยมาทาบทามอะไรหวั่นกระบวนการเฟ้น สว.ใหม่ถูกล้มนายชัยธวัชกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ว่า ต้องยอมรับมีความกังวล เหมือนจะมีปัญหาตลอดรายทาง อาจเป็นช่องโหว่ฟ้องร้อง ร้องเรียน ทำให้การประกาศผล สว.ชุดใหม่ล่าช้า หรืออาจถูกล้มไปเลยหรือไม่ รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดชัดเจนว่า เมื่อมีกระบวนการเลือก สว.แล้ว กกต.ต้องรับรอง และประกาศรายชื่อ สว.ชุดใหม่ภายในกี่วันเหมือนกับสส. ถ้ามีการร้องเรียนเข้ามาแทรกจนทำให้ กกต.ไม่สามารถประกาศรายชื่อได้ เท่ากับว่า สว.ชุดเดิมจะเป็น สว.ไปเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่สังคมไม่น่าอยากเห็น หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่วินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าการได้มาซึ่ง สว.ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะ พ.ร.ป.บังคับใช้มาตั้งนานแล้ว เมื่อถามว่าจะมีการเรียกร้องไปยังกลุ่ม สว.ชุดเดิมที่มีการเคลื่อนไหวอาจนำไปสู่การล้มกระดานเลือก สว.หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องระมัดระวังอาจถูกมองว่าจะเตะถ่วงให้ตัวเองอยู่ในอำนาจไปเรื่อยๆ ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรมเชื่อประกาศผลเลือก สว.ไม่ได้วันเดียวกัน นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สว.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเลือก สว.2567 อาจไม่สามารถประกาศผลในวันที่ 2 ก.ค.นี้ได้ เพราะมีปัญหากติกาและการบังคับใช้ โดยปัญหากติกาการเลือกคือ ปล่อยให้คนที่ไม่ใช่ผู้สมัครจริงเข้ามาเลือกคนอื่นได้ ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาช่วยแนะนำตัวผู้สมัครได้ และสามารถใช้สื่อแนะนำตัวผู้สมัครเอาเปรียบผู้สมัครคนอื่นได้ ส่วนปัญหาการบังคับใช้ของ กกต.คือ ปล่อยให้บุคคลทำผิดกติกาการเลือกมาสมัครได้ และปล่อยให้กลุ่มการเมือง หรือกลุ่มผลประโยชน์ใด สามารถจัดตั้งคนเข้ามาในกระบวนการเลือก ให้กลุ่มคนทำผิดกฎหมายเลือก สว.ได้ผวาเฟ้น สว.โมฆะส่อเลื่อนระดับอำเภอช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า การประชุม กกต. ในวันที่ 7 มิ.ย.จะมีการหารือประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัย 4 มาตรา (มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42) ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่ คาดว่าสำนักงาน กกต.จะเสนอทางเลือกให้ กกต. 2 ทาง คือ 1.ให้กกต.ใช้อำนาจตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ประกาศเลื่อนการเลือก สว.ระดับอำเภอในวันที่ 9 มิ.ย.ออกไปก่อน เพื่อรอการวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลวินิจฉัยว่า 4 มาตราของ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว.ประเด็นกำหนดวิธีการเลือกว่าผู้สมัคร สว.จะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนนมิได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจมีผู้สมัคร สว.ร้องต่อ กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และฟ้องคดีต่อศาลปกครอง จะเสี่ยงเกิดความเสียหายต่อทั้ง กกต.และผู้สมัคร สว.จนอาจนำไปสู่การร้องให้การเลือก สว.ครั้งนี้โมฆะได้ และ กกต.ทั้งคณะอาจถูกฟ้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย เหมือน กกต.ในอดีต ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง สส.โมฆะ และมีการฟ้องกกต.ให้รับผิดชอบค่าเสียหายมาแล้ว และมีการประเมินอีกว่าถ้า กกต.จะมีมติเลื่อนการเลือก สว.ระดับอำเภอไปก่อน น่าจะเป็นผลดีกว่า คาดว่าศาลจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์วินิจฉัยเรื่องนี้ถ้าลุยไฟหวั่น สว.ชุดเก่ารักษาการยาวผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเลือกที่ 2 สำนักงานกกต.จะเสนอที่ประชุม กกต.ถึงแนวทางการเลือก สว.ต่อไป ต้องไปลุ้นว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทั้ง 4 มาตราดังกล่าวไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทางปฏิบัติเริ่มกระบวนการเลือก สว.ได้ภายใน 7 วัน นับแต่ศาลมีคำวินิจฉัย แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า 4 มาตราดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญจะต้องมีการแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. เสียก่อน คาดว่าจะใช้เวลานานพอสมควร และ สว.ชุดปัจจุบันจะยังคงรักษาการต่อไปเรื่อยๆเงื่อนไขเลื่อนต้องใช้มติ กกต.2 ใน 3ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรา 35 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.2561 กำหนดว่า กรณีที่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัดหรือระดับประเทศพร้อมกันทั่วราชอาณาจักรตามวันที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 12 (1) อันมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 34 และคณะกรรมการมีมติด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ว่าการดำเนินการเลือกต่อไปตามกำหนดวันเดิม จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือเรียบร้อย คณะกรรมการจะประกาศกำหนดวันเลือกใหม่ก็ได้ในกรณีที่มีเหตุตามวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนน คณะกรรมการจะสั่งยกเลิกการเลือกและประกาศกำหนดวันเลือกใหม่ก็ได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 7 มิ.ย.สำนักงาน กกต.จะจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงาน กกต.ครบรอบ 26 ปี โดยแจ้งนัดหมายสื่อมวลชนว่าในเวลา 13.30 น.นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จะแถลงผลงาน กกต.ในโอกาสครบรอบ 26 ปี คาดว่าจะได้มีการชี้แจงถึงผลการประชุมกรณีดังกล่าวด้วยกมธ.ถกแนวกลั่นกรองนิรโทษกรรมที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ก.ก.ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาฯ เพื่อพิจารณารายงานของคณะอนุ กมธ. รวมถึงประเด็นข้อเสนอเรื่องคณะกรรมการกลั่นกรองคดีนิรโทษกรรม ข้อเสนอองค์ประกอบของกรรมการกลั่นกรอง มี 2 แนวทางคือ แนวแรก เห็นว่ากรรมการกลั่นกรอง ควรมาจากสภาฯ ให้ประธานสภาฯเป็นประธานกรรมการ มีตัวแทนฝ่ายค้าน รัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ กรรมการสิทธิมนุษยชน บุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม และแนวทางที่ 2 กรรมการจากฝ่ายบริหาร ให้นายกฯหรือ รมว. ยุติธรรมเป็นประธาน และมีตัวแทนจากผู้เชี่ยวชาญ ตัวแทนจากสภาฯร่วมด้วย ข้อเสนอให้มาจากฝั่งบริหารเพื่อสะดวกต่อการใช้งบฯและการติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ประชุมจะพิจารณาหาข้อสรุปเรื่องนี้ เมื่อถามถึงประเด็นที่โต้แย้งกรณีการนิรโทษกรรม มาตรา 112 ที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 นายชัยธวัช กล่าวว่า กมธ.ไม่ได้พูดคุยเรื่องมาตรา 6 ทั้งนี้การนิรโทษกรรม มาตรา 112 เคยเกิดขึ้นมาแล้วในระบบกฎหมายไทย อย่ามองไกลว่าขัดมาตรา 6 เพราะเป็นคนละเรื่อง“วิสุทธิ์” ติงอย่ารีบตีตนไปก่อนไข้นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงจุดยืนแนวทางนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ว่า เรื่องยังอยู่ในสภาฯ ต้องรับฟังคณะ กมธ.ก่อน รอให้สภาฯพิจารณาให้เสร็จก่อน จะตีตนไปก่อนไข้ไม่ได้ เมื่อถามว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีคดีมาตรา 112 อาจถูกจับตา นายวิสุทธิ์ตอบว่า ไม่ใช่เรื่องนายทักษิณต้องกังวล ถ้าท่านกังวลคงไม่กลับมา เชื่อมั่นว่านายทักษิณมั่นใจในพยานหลักฐานต่อสู้คดีจึงกลับมา พรรค พท.ไม่กังวลอะไร เมื่อถามว่ามีคดีความรุมเร้าทั้งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและคดีนายทักษิณ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายวิสุทธิ์ตอบว่า ไม่มีผลต่อเอกภาพของรัฐบาล คดีนายเศรษฐา ก่อนแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ได้ปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว พวกเราไม่ได้หนักใจอะไร ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ทุกคนวิตกกังวลสารพัด แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ไม่ให้ค่า “วันชัย” จินตนาการ 3 ล้มนายวิสุทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีหากคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ มีอุบัติเหตุทางการเมืองพรรคพท.จะส่งใครมารับช่วงต่อหากต้องเปลี่ยนตัวนายกฯว่า เรื่องยังไม่เกิด เชื่อมั่นว่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่มีใครกังวล เรากังวลงบฯปี 68 ว่าจะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้อย่างไรมากกว่า ส่วนกรณีนายวันชัย สอนศิริ สว.ระบุว่ามีกระบวนการ 3 ล้ม ทั้งล้มรัฐบาลนายเศรษฐา ล้ม สว.และล้มโดยยุบพรรคก้าวไกล มีคนจินตนาการเยอะแยะว่าจะล้มนั่นนี่ จินตนาการเรื่องนั้นเรื่องนี้ คนนั้นจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ คนนั้นจะติดคุก พวกนี้ไม่ได้คิดถึงเรื่องสร้างสรรค์อะไรสักอย่าง ในใจมีความเกลียดชังอะไรกันหนักหนา ต้องเลิกได้แล้วกมธ.ไฟเขียวนับเหตุนิรโทษ 1 ม.ค.48ต่อมาเวลา 15.40 น.นายนิกร จำนง เลขานุการ กมธ.ศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แถลงผลการประชุม กมธ.ว่า มติที่ประชุมเห็นชอบกรอบเวลานิรโทษกรรมช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ม.ค.48 ถึงปัจจุบัน ส่วนนิยามคำว่า การกระทำที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองได้ข้อสรุปว่า หมายถึง “การกระทำที่มีพื้นฐานมาจากความคิดเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง หรือต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้ง หรือเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง” กมธ.ยังได้ข้อสรุปถึงขอบเขตและผลของการนิรโทษว่า “บรรดาการกระทำใดๆหากเป็นความผิดตามกฎหมายให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้วให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง และให้ถือเสมือนว่าบุคคลนั้นไม่เคยกระทำความผิด” ส่วนการนิรโทษคดีมาตรา 112 ประชุมอีก 2-3 ครั้ง คงจะพิจารณาได้ ขณะนี้มีหลายคดีที่ต้องมาคิดกันว่า จะนิรโทษอะไรบ้างอย่างไร ต้องดูกรอบอื่นก่อน3 กลุ่มผนึกกำลังค้านนิรโทษฯเหมาเข่งขณะเดียวกัน ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมกับศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกองทัพธรรม ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีนายนิกร จำนง เลขานุการ กมธ.เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.กล่าวว่าเหตุการณ์หรือพฤติกรรมแห่งการกระทำความผิดตาม ป.อาญามาตรา 112 ของกลุ่มหรือบุคคลผู้กระทำความผิด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมือง และไม่ใช่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประชาชนด้วยกัน แต่มุ่งหมายให้เกิดการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้าลักษณะการล้มล้างการปกครอง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง ยิ่งจะสร้างความแตกแยกครั้งใหม่ในสังคม ขอแสดงจุดยืน 1.สนับสนุนให้นิรโทษกรรมประชาชนที่เคลื่อนไหวทางการเมือง 2.คัดค้านนำความผิด ป.อาญามาตา 112 มาบรรจุไว้ และ 3.คัดค้านเหมารวมความผิดในกรณีทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการกระทำผิดอาญาต่อบุคคลร้ายแรง แม้เกิดขึ้นระหว่างชุมนุมก็ตาม สมชาย แสวงการขู่ล้างผิด ม.112 ไม่มีแผ่นดินอยู่นายสมชาย แสวงการ สว.กล่าวถึงกรณีคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาฯ อาจพิจารณาประเด็นนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 หลังมีชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯมาเป็นเงื่อนไขว่าถ้าทำแบบนี้จะนำไปสู่วิกฤติการเมือง มีบทเรียนมาแล้วจากการชุมนุมของประชาชนครั้งใหญ่ที่เกิดจากการเดินหน้านิรโทษกรรมสุดซอย นำไปสู่ยึดอำนาจ ปี 2557 ตอนนี้เริ่มมีคนในพรรค พท.บอกว่าต้องนิรโทษกรรม คดีมาตรา 112 อ้างเด็ก แต่เรื่องจริงนายตัวเองโดนคดีมาตรา 112 ชาวบ้านรู้ทัน หากพรรคร่วมรัฐบาลไม่เอาด้วย พรรค พท.จะย้ายเข้าข้างพรรค ก.ก. ยิ่งตอกย้ำดีลลับฮ่องกง กรณีนายทักษิณทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้นำไปสู่ความปรองดอง แต่จะนำไปสู่วิกฤติการเมือง เกิดแรงต่อต้านจากทั่วประเทศ อาจนำไปสู่อุบัติเหตุทางการเมืองอีกครั้งหรือไม่ กมธ.เดินหน้ามาถูกต้องแล้ว ควรยกเว้น 3 คดีสำคัญคือ 1.คดีทุจริต 2.คดีฆ่าอาชญากรรม ยาเสพติด 3.คดีมาตรา 112 การที่พรรค พท.จะเสนอเรื่องนี้ร่วมกับพรรค ก.ก.หรือไม่ก็ตาม เป็นสัญญาณอันตรายทำให้การเมืองร้อน ไม่บังควร ฝาก กมธ.ว่าเดินมาดีพอสมควรแล้ว อย่าย้อนกลับไปสุดซอยแบบเดิมอีก จะเกิดวิกฤติตามมาทันที อย่าฝืนทำเรื่องนี้เพื่อเอาใจนาย ประชาชนรู้ทันไม่ยอม คุณอาจมีเสียงข้างมาก แต่ทันทีที่กฎหมายออกมาใช้ ส่วนใหญ่ไม่มีแผ่นดินอยู่กันวิปรัฐบาลจัดคิวชำแหละงบฯปี 68อีกเรื่องที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมวิปรัฐบาลถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ในวันที่ 19-21 มิ.ย.ว่า จัดสรรเรื่องเวลาเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายค้านและรัฐบาลได้เวลาอภิปรายเท่ากัน 20 ชม. ประธานสภาฯ 1 ชม. เริ่มการประชุมพิจารณาวันที่ 19 มิ.ย.ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. เวลา 09.00-22.00 น. ส่วนวันที่ 21 มิ.ย. เวลา 09.00-24.00 น. ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่า จะอภิปรายอย่างมีประสิทธิภาพ และฝ่ายรัฐบาลสามารถตอบได้ในขณะที่มีคนนั่งรับฟังแจกเอกสารงบฯล่าช้าเรื่องปกติประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุว่าเอกสารรายละเอียดงบฯจัดส่งให้ สส.ล่าช้าถือเป็นปกติ ตนก็ยังไม่ได้ การจะนำรายละเอียดงบฯให้ใครต้องตรวจสอบให้รอบคอบหลายครั้ง ทราบว่า สส.น่าจะได้รับเอกสารประมาณวันที่ 11 มิ.ย.มีเวลาดูประมาณ 7 วัน ดังนั้น ขอให้ฝ่ายค้านตั้งใจดูให้เต็มที่เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง แต่โดยปกติบางคนไม่ได้มีเวลาอ่าน แต่จะดูรายการงบฯของกระทรวงที่สนใจ ฝ่ายรัฐบาลได้ปรึกษาหารือถึงเรื่องจัดคน จัดเวลา ทุกคนต้องทำหน้าที่เหมือนกัน สมัยที่ตนเป็นฝ่ายค้านก็พูดว่า เล่มงบประมาณรายละเอียดได้ช้า เป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรน่ากังวล“สมคิด” ดักคออย่าจ้อนอกเรื่องนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า การพิจารณางบฯปี 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท รัฐบาลพร้อมให้ฝ่ายค้านอภิปรายได้เต็มที่ ขอเพียงการอภิปรายควรต้องอยู่ในกรอบงบฯ ไม่ออกนอกเรื่อง รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อท้วงติงที่ดีนำไปปรับปรุงแก้ไข นายกฯ และ ครม.พร้อมชี้แจงเต็มที่ ส่วนคดี สว.40 คน ยื่นถอดถอนนายเศรษฐา มั่นใจสามารถชี้แจงได้ และพร้อมนำพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้า และช่วงปลายปีนี้มั่นใจเศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งจากการท่องเที่ยวที่คาดมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท รวมทั้งโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนอย่างแน่นอน อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์รทสช.เน้นงบฯต่อยอด “รัฐบาลลุง”นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรีโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า พรรค รทสช.นัดประชุม สส.พรรคในสัปดาห์หน้าเพื่อเตรียมความพร้อมอภิปรายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติและร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2568 ได้เน้นให้ สส.สะท้อนความต้องการของประชาชนจากการลงพื้นที่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภา จัดสรรงบฯเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น และให้รัฐบาลต่อยอดโครงการสำคัญสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำไว้ดีอยู่แล้ว อาทิ โครงการคนละครึ่ง โครงสร้างพื้นฐานรถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ปชป.งงแจกเงินหมื่นไปคนละทางนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุงรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบกลางของปี 2567 จำนวน 1.22 แสนล้านบาท ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทว่า การแถลงข่าวของรัฐบาลสร้างความสับสนเสียเอง เริ่มตั้งแต่นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่บอกว่าจะแจกกลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มแรก 14.98 ล้านคน ภายใน 30 ก.ย. จนสื่อมวลชนตีข่าวกันทั่ว ต่อมานายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง ออกมาแก้ข่าวว่า เป็นความเข้าใจผิด ยืนยันภาพรวมยังคงเป็นไทม์ไลน์เดิม ซ้ำนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เสริมว่า จะเริ่มแจกเงินไตรมาสสุดท้าย แบบเฟสเดียวลงทะเบียนพร้อมกัน ขณะที่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง พูดไปอีกทางว่า จะไม่พิจารณากลุ่มนั้นกลุ่มนี้ก่อน ทั้ง 50 ล้านคนจะได้รับ 1 หมื่นบาทพร้อมกัน ไม่เกินไตรมาส 4 ของปี 2567 และไม่ควรแยกเป็นหลายๆภาคส่วนแซะศูนย์ต้านเฟกนิวส์อย่าเกียร์ว่างนายร่มธรรมกล่าวว่า “นี่คือปัญหาการสื่อสารที่ผิดพลาด ไม่มีความชัดเจนของรัฐบาลที่มีมาโดยตลอดในทุกเรื่อง โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตั้งแต่ตอนหาเสียงจนมาปัจจุบัน ทั้งเรื่องแหล่งที่มาของเงิน จำนวนคนรับเงิน เงื่อนไขการใช้ วันที่จะเริ่มแจก ทั้งที่เรื่องการสื่อสารคลาดเคลื่อนผิดพลาดไม่ควรออกมาจากรัฐบาล วันนี้เห็นแล้วว่า เรื่องที่เป็นวาระสำคัญที่สุดของรัฐบาลนี้ยังไม่มีความชัดเจนจนทำให้ประชาชนหมดความเชื่อมั่นรัฐบาล ขอเรียกร้องให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Fake News) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกมาตรวจสอบ Fake News ที่ออกมาจากรัฐบาลชุดนี้ด้วย”ป.ป.ช.เชือดรองอธิบดีรับนาฬิกาหรูวันเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายทวีป บุตรโพธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน รับนาฬิกายี่ห้อ TAG HEUER ราคา 85,500 บาท จากบุคคลที่มิใช่ญาติ มีมูลค่าเกิน 3,000 บาทจากการไต่สวนพบว่าเมื่อวันที่ 1 ต.ค.58 นายทวีปเข้ารับตำแหน่งรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้รับนาฬิกายี่ห้อ TAG HEUER รุ่น WAY 2113 BA0910SERIED RZE9871 ราคา 85,500 บาทจากบุคคลที่มาแสดงความยินดีในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ เป็นบุคคลที่มิใช่ญาติมีมูลค่าเกิน 3,000 บาท หลังจากรับนาฬิกาได้นำกลับไปเก็บบ้าน ไม่แจ้งข้อเท็จจริงและเหตุผลการรับทรัพย์สินไว้เป็นของตนต่อผู้บังคับบัญชาฟันอาญาแม้ส่งคืนหลังได้มา 3 ปี 11 เดือนนายนิวัติไชยกล่าวต่อว่า กระทั่งมีการร้องเรียนมายัง ป.ป.ช. นายทวีปจึงมีหนังสือลงวันที่ 25 ก.ย.62 แจ้งการรับทรัพย์สินต่อผู้บังคับบัญชาและส่งมอบนาฬิกาคืนให้กรมการพัฒนาชุมชน โดยส่งมอบคืนหลังได้รับทรัพย์สินมา 3 ปี 11 เดือน ป.ป.ช.จึงมีมติว่า นายทวีปมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 128 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล และไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป เศรษฐา ทวีสินนายกฯฟุ้งไม่มีช่วงใดน่าลงทุนเท่าช่วงนี้เมื่อเวลา 10.20 น. ที่สำนักงานบริษัท อโกดา เซอร์วิสเซส จำกัด ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษและเยี่ยมชมสำนักงานอโกดา มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า บริษัทอโกดา ได้พัฒนาไปสู่บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยังได้พบกับบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากทั่วทุกมุมโลกที่ปฏิบัติงานร่วมกันกับบุคลากรไทยที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับธุรกิจ และไม่มีเวลาใดที่จะเหมาะต่อการลงทุนในไทยได้เท่าช่วงเวลานี้ และปีหน้า 2568 จะเป็นปีที่สำคัญด้านการท่องเที่ยวของไทย รัฐบาลพร้อมดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้ประสบความสำเร็จ ทั้งการจัด Festivals Concerts Events เริ่มจาก จ.เชียงใหม่ ไตรมาส 4 เชียงใหม่จะเริ่มมีกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกสัปดาห์ Michelin Food Festival ลอยกระทง Halloween การแข่งขันด้านกาแฟ จึงห่วงว่าจะมีเที่ยวบินพอหรือไม่ และกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาในรายละเอียดจีบ “อโกดา” ช่วยบูมท่องเที่ยวไทยนายเศรษฐากล่าวภายหลังเยี่ยมชมสำนักงานอโกดาว่า วันนี้มาอโกดาออฟฟิศ บุ๊กกิ้งออนไลน์ใหญ่ที่สุด สิ่งที่น่ายินดีคือพนักงานกว่า 3,000 คนโดย 1,500 คนเป็นคนต่างประเทศ อายุเฉลี่ย 26-27 ปี และเป็นคนไทยอีกครึ่งหนึ่ง อีกทั้งมีวิศวกรจำนวนมาก ถือเป็นสังคมที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และหัวหน้าใหญ่ของอโกดาบอกว่ามีความเป็นซิลิคอนวัลเลย์ และชอบชีวิตความเป็นอยู่ที่ไทย ได้มาพูดคุยกับอโกดา เพื่อบอกว่าปี 68 จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ ของการท่องเที่ยวไทย ในฐานะที่อโกดาเป็น Booking Online จะช่วยอะไรได้บ้าง และมารับฟังปัญหา โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่มาพูดคุยว่า อยากให้รัฐบาลช่วยอะไรบ้าง เพื่อนำไปพัฒนาทำการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเป็นไปด้วยดีสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคนขอสายการบินเพิ่มเที่ยวบินนายเศรษฐายังกล่าวถึงการประชุมร่วมกับการบินไทยเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ว่า เป็นการพูดคุยเรื่องการเพิ่มจำนวนไฟลท์บิน มีการพูดคุยกับทางสายการบินเวียดเจ็ตด้วย และตอนนี้ทราบดีว่าราคาค่าเครื่องบินแพง แต่ได้คำยืนยันจากทั้ง 2 สายการบินว่าจะมีเครื่องบินเข้ามาเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4 และขอร้องทั้ง 2 สายการบินว่า ขอให้เช่าเพิ่มได้หรือไม่ เพื่อจะได้มาช่วยเรื่องการท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้ไม่เป็นห่วงการจัดกิจกรรมในประเทศหากนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ แต่ถ้าค่าท่องเที่ยวและค่าเดินทางแพง จะมีเงินมาใช้จ่ายในประเทศน้อย ถือเป็นปัญหาหนึ่ง และรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอยู่ยกหูพัฒนาความร่วมมืออินเดียต่อมาเวลา 14.00 น. นายเศรษฐาได้หารือทางโทรศัพท์กับนายนเรนทร โมที H.E. Mr. Narendra Modi นายกฯสาธารณรัฐอินเดีย โดยนายเศรษฐา แสดงความยินดีกับการเข้ารับตำแหน่งของนายนเรนทร ที่ชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แสดงถึงความชื่นชมของประชาชน การทำงานของนายกฯอินเดีย จะเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ เพื่อหารือกระชับความร่วมมือระหว่างกัน ตลอดจนความร่วมมือระหว่างภูมิภาค และความร่วมมือในกรอบ BIMSTEC รวมทั้งหวังว่าจะเป็นโอกาสให้ไทยและอินเดีย ได้ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ขณะที่นายกฯอินเดียกล่าวว่าครั้งนี้เป็นการหารือกับนายกฯไทยครั้งแรก จึงขอแสดงความยินดีกับการรับตำแหน่งของนายเศรษฐาเช่นกัน เชื่อมั่นว่าไทยและอินเดียจะคงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน และการเยือนอินเดียของนายเศรษฐา อินเดียพร้อมให้การต้อนรับ ยินดีที่จะเข้าร่วมการประชุม BIMSTEC ในเดือน ก.ย.67 ที่ประเทศไทย เชื่อว่าจะเป็นโอกาสพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน รวมถึงเพิ่มพูนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันด้วยอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่