“ขอให้สบายใจนายวิษณุเข้ามาช่วยงาน ก่อนหน้านี้ก็ได้ทำงานกับรัฐบาลไทยรักไทยมาก่อน ขอให้ สส.ยอมรับและเข้าใจเพื่อให้เราเดินไปข้างหน้าได้”“อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องออกโรงเองขอร้องแกมบังคับ สส.พรรคเพื่อไทย หลังเกิดคลื่นใต้น้ำต่อต้าน “เนติบริกร” นายวิษณุ เครืองาม ที่ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ไปเชิญมาเป็นที่ปรึกษา มุ่งหวังให้ช่วยเหลือพ้นบ่วงคดีถอดถอน“หากนายกฯอยู่ไม่ได้ พรรคร่วมก็อยู่ไม่ได้ สภาฯก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้นอะไรที่สร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาลได้ก็ให้ช่วยกัน ถ้าใครไม่สบายใจอะไรก็สามารถที่จะมาพูดคุยกันได้”ถ้านายกฯไม่รอดก็ไม่มีใครรอด เจตนาบอกไปถึงพรรคร่วมและเครือข่ายคนเบื้องหลังด้วย วิษณุ เครืองามหัวหน้าพรรคเพื่อไทยต้องเล่นบทดุ ออกมาปรามลูกพรรคหลัง “เนติบริกร” ส่งสัญญาณยอมหักไม่ยอมงอ ถ้ามีคนต้านมากๆก็ไม่อยู่ ไม่แคร์เหมือนกันอุตส่าห์บากหน้าไปเชิญมา เสียรังวัด กระแสวูบลงไปอีก แล้วมาแยกทางกันตอนนี้ ก็เสียแต้มเสียของ ควรเอานายกฯให้รอดก่อนดีกว่าค่อยมาว่ากันตอนนี้มึนงงกันไปทั้งองคาพยพค่ายแดงเจอมือที่สามเท้าที่สี่ แม้แต่ “นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้นำจิตวิญญาณเพื่อไทย ยังรับมือไม่ทัน ต้องถอยไปตั้งหลักอ่านหมากจับจังหวะใหม่นอกจากคู่เจรจาดีลลับที่ต้องจับตาสำรวจท่าทีอยู่ตลอด ยังมีกลุ่มเครือข่ายอำนาจเก่าเคลื่อนไหวอยู่หลังฉากจ้องจะลากนายทักษิณเข้ามุมมืดตลอดเวลาสำรวจแนวต้านนายทักษิณ เกิดความรู้สึกตรงกัน ไม่พอใจอย่างรุนแรงกับท่าทีแข็งกร้าวของนายทักษิณ และความเคลื่อนไหวที่อิสระเกินไปทั้งที่อยู่ระหว่างการพักโทษล่าสุดนายวันชัย สอนศิริ สว. ออกมาปูดขบวนการ “3 ล้ม” จากกลุ่มคน “3 พวก” คือพวกผิดหวังอกหักทางการเมือง ไม่ได้เข้ามามีอำนาจ พวกเกลียดนายทักษิณ และพวกเผด็จการนิยม3 กลุ่มแม้อุดมการณ์ต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน ขณะนี้กำลังเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลเศรษฐา เพื่อเซ็ตซีโร่อำนาจ ล้มพรรคก้าวไกล ยุบพรรค รอดูด สส.เข้าคอก และล้มการเลือก สว.เพื่อให้ชุดรักษาการอยู่ต่อพยายามวางแผนสร้างความวุ่นวาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพิ่มอำนาจต่อรองการเมือง และถึงขั้นล้มกระดาน เปิดทางรัฐประหารไม่ใช่ก็ใกล้เคียง ล่าสุดคดียุบพรรคก้าวไกลข้อหาล้มล้างการปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาพร้อมกำหนดนัดพิจารณาต่อไปวันที่ 12 มิ.ย. เตือนทิ้งท้ายว่าไม่ควรแสดงความเห็นชี้นำสังคมหลังแกนนำพรรคก้าวไกลออกมาแย้มวิธีชี้แจงแก้ต่างที่มีทั้งแง่เทคนิค และข้อกฎหมายชะตากรรมยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ท่ามกลางกระแสข่าว “งูเห่า” สส.ดอดเจรจาย้ายซบพรรคขั้วตรงข้าม แม้แกนนำพรรคให้คำมั่นเดินทางกันต่อไป เตรียมพรรคสำรองไว้แล้วก็ตาม วันชัย สอนศิริอ่านเกมถ้าดูด สส.กันตอนนี้ ก็ชัดเจนว่าเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองการนำในรัฐบาล รวมทั้งตำแหน่งนายกฯ เพราะเสียงรัฐบาลตอนนี้มากเกินพอ ไม่จำเป็นต้องดูดจากฝ่ายค้านมาเพิ่มขณะที่การเลือก สว.แบบใหม่ ทั้งก่อนเลือกและระหว่างเลือก มีข่าวคราวความไม่ชอบมาพากลมากมาย เช่น การจ้างคนมาลงสมัคร จัดสถานที่พิลึกพิลั่น ร้องเรียนกันแทบทุกจังหวัดแถมศาลปกครองยังมีคำสั่งเพิกถอนระเบียบ กกต.ในบางเรื่องไปแล้ว และที่สำคัญคือประชาชนไม่ได้มีสิทธิไปกากบาทเลือกคนมาเป็น สว.ต้องเสียเงิน 2,500 บาท ซื้อสิทธิตัวเอง พิลึกพิลั่น สารพัดเหตุผลที่จะนำไปสู่การโมฆะ ล้มโต๊ะสถานการณ์ดูงงๆ กลับตาลปัตร กลายเป็น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ที่ออกมาขวางขบวนการล้มโต๊ะ ตอบโต้นายสมชาย แสวงการ สว.ที่แฉโพยก๊วนฮั้วเลือก สว.ขยี้ปมทุจริตอย่างต่อเนื่อง“ต่อให้ไม่พอใจกติกาเลือก สว.ครั้งนี้ แต่เมื่อเดินหน้ามาแล้ว ต้องปล่อยให้มี สว.ชุดใหม่เกิดขึ้น สว.ชุดใหม่จะดีจะเลวอย่างไร ก็มีความยึดโยง กับประชาชนมากกว่า สว.ชุดปัจจุบันแน่”หากล้มกระดาน เปลี่ยนกติกาใหม่ ฝ่ายการเมืองคงหมดลุ้นสอดแทรกสภาสูงเวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน โจทย์เดิมพุ่งเป้าสีแดง แต่ดันมีโจทย์ซ้อนสีส้ม แถมยังมีจุดบกพร่องมากมาย เสี่ยงทำให้ไร้มือไม้ในสภาสูง ที่มีความสำคัญยิ่งยวดในการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นองค์กรอิสระถ้าอำนาจนี้หลุดมือเมื่อไหร่ นิติสงครามจะเบาบาง ประชาธิปไตยเข้มข้นแต่เป็นเรื่องน่าเศร้า โอกาสล้มโต๊ะ เลือก สว.กลายเป็นโมฆะจึงมีสูง.ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ "วิเคราะห์การเมือง" เพิ่มเติม