ในบรรดาพรรคการเมืองต่างๆต้องยอมรับว่า “เพื่อไทย” นั้นถ้าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคหรือบุคคลสำคัญๆ รับได้หมดแม้จะตะขิดตะขวงใจบ้างแต่เมื่อทำความเข้าใจกันแล้วก็จบ...เนื่องจากเป็นพรรคที่มีเจ้าของคนเดียวผูกขาด เจ้าของว่าอย่างไรก็เอาตามนั้น ซึ่งจะต่างกับพรรคที่บอกว่าทุกคนเป็นเจ้าของอย่าง “ประชาธิปัตย์” คือตัวอย่างซึ่งมักจะเกิดปัญหามาตลอด เพราะต่างคนต่างคิดว่าตัวเองเจ้าของจึงต้องแสดงตัวตนแม้จะเป็นพรรคระดับ “สถาบันการเมือง” ของประเทศแต่วันนี้และอนาคตต่อไปจะไปรอดหรือไม่มิอาจรู้ได้การที่นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” ได้แต่งตั้ง “วิษณุ เครืองาม” เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แม้จะมีเสียงเล็ดลอดออกมาทำนองว่ามีบางส่วนไม่ค่อยพอใจเพราะเคยเป็นคนสำคัญของรัฐบาลชุดที่แล้วมาก่อนแต่ “สรวงศ์ เทียนทอง” เลขาธิการพรรค “เพื่อไทย” ยืนยันแล้วว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของสมาชิกพรรคบางคนแต่ได้พูดคุยกันว่าหากเป็นเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะทำงานแยกกันอย่างชัดเจน“หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าอะไรที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด พรรคก็พร้อมสนับสนุน”แค่นี้ก็จบ...นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยว่า เบื้องต้นร่างแรกของคำชี้แจงเสร็จสิ้นแล้วอยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมในบางจุด ซึ่งจะครบกำหนดส่งศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 มิ.ย.67 แต่ต้องดูว่าจะสามารถส่งได้ในวันที่เท่าไหร่ โดยจะต้องให้ความสำคัญทุกประเด็น“คำชี้แจงดังกล่าวได้มีการปรึกษานายวิษณุเพราะเป็นหนึ่งในคนที่ต้องไปขอคำปรึกษา”ถือเป็นผลงานชิ้นแรกหลังเข้ามาทำหน้าที่ก่อนหน้านี้ “วิษณุ” ได้บอกว่า มีช่องทางที่จะสู้คดีได้แต่มีเสียงจาก สว. 1 ใน 40 ชื่อ ว่าชี้แจงอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์เพราะเหตุได้เกิดขึ้นมาแล้ว“ให้ยอดนักกฎหมายก็ไม่มีทางแก้ได้”เสียงนี้คงทำให้บรรดามีฝ่ายหนุนช่วยนายกรัฐมนตรีคงไม่สบอารมณ์แน่ แม้นายกรัฐมนตรีเองก็คงหวั่นไหวไม่น้อยแต่คนที่เดือดอยู่ในใจก็คงไม่แคล้ว “เนติบริกร” นี่แหละเพราะมันเท่ากับเป็นการหยามหมิ่นปรมาจารย์ด้านกฎหมายที่มาปรามาสกันอย่างนี้ เนื่องจากชนะมาแล้วเกือบทุกคดีจะมาตายด้วยคดีนี้ได้อย่างไร?ด้วยเหตุนี้คงต้องโชว์ฟอร์มให้หรูที่สุดเพื่อชนะให้ได้นั่นยิ่งทำให้ “เศรษฐา” มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าเนื่องจากอาจารย์ใหญ่คงไม่ยอมตกม้าตายให้เสียชื่อแน่ว่ากันให้ถึงที่สุดงานนี้จึงเป็นเดิมพันสำคัญของคน 2 คนคือ “เศรษฐา” และ “วิษณุ” เพราะหากชนะนายกรัฐมนตรีก็รอด“วิษณุ” ก็ประทับใจจ็อดต่อไปแต่ถ้าผลออกมาตรงกันข้ามก็จบไปด้วยกันทั้งคู่!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม