นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันพบการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน จึงแนะนำถึง 4 วิธีสังเกตพฤติกรรมบุตรหลานที่อาจมีการใช้หรือสูบบุหรี่ไฟฟ้า ดังนี้1.มีกลิ่นหอมติดตัวโดยหาต้นตอของกลิ่นไม่ได้2.ใช้เงินมากขึ้นกว่าปกติ หรือซื้อของที่ไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไร3.พบผลิตภัณฑ์ หรืออุปกรณ์การเรียนที่ไม่คุ้นเคยในกระเป๋า หรือในห้องนอน เช่น ปากกา หรือแฟลชไดร์ฟ4.สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงอาการกระวนกระวาย หงุดหงิดง่าย อารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งเป็นผลมาจากการติดนิโคตินนอกจากนี้ ผู้ปกครองควรเฝ้าระวัง พูดคุยแนะนำ หรือให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่บุตรหลานเกี่ยวกับโทษ พิษ ภัย อันตราย และผลกระทบของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสร้างเกราะป้องกันตนเองจากบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว ด้วยการไม่สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าในบ้าน เพื่อป้องกันสมาชิกในครอบครัวไม่ให้ได้รับไอหรือควันจากบุหรี่ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และเพื่อการเป็นต้นแบบที่ดีแก่บุตรหลานด้วยการไม่สูบบุหรี่บุหรี่ไฟฟ้า.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่