“เจี๊ยบ ก้าวไกล” และ “อาเล็ก” ศิลปินของราษฎร ร่วมร้องเพลงที่แต่งเป็นอนุสรณ์ถึงการจากไปของ “บุ้ง-ทะลุวัง” ในงานสวดอภิธรรมศพคืนที่ 2 พ่อบุ้งเป็นเจ้าภาพร่วมกับพระและแม่ชีจากสำนักสงฆ์จากเชียงราย รุ้ง-ปนัสยาพร้อมเหล่าเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดี ม.112 มาร่วมฟังสวด รมว.ยุติธรรมแถลงข้อข้องใจการเสียชีวิตของบุ้ง ขณะที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจงไทม์ไลน์บุ้งก่อนเสียชีวิต กลุ่มปกป้องสถาบันยื่นหนังสือร้องประธานสภา จี้สอบจริยธรรม สส.ก้าวไกล อ้างบิดเบือนข้อมูลการถูกถอนประกันของ “บุ้ง ทะลุวัง” หวั่นใช้เป็นเหตุผลักดันนิรโทษ ม.112 ชี้ถูกสั่งให้กลับไปเรือนจำเพราะทำผิดซ้ำระหว่างปล่อยตัวการเสียชีวิตของบุ้ง-เนติพร เสน่ห์สังคม นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองวัย 28 ปี ที่แม้จะจากไปแล้วแต่เรื่องราวของบุ้งยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองให้ผู้คนหลายฝ่ายกล่าวถึงในหลายแง่มุมตามความคิดเห็นที่แตกต่างของแต่ละคน ซึ่งถือเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามวิถีทางระบอบประชาธิปไตยสำหรับบรรยากาศงานศพของบุ้ง-เนติพร ที่ศาลา 7 วัดสุทธาโภชน์ ลาดกระบัง กทม. เมื่อวันที่ 17 พ.ค. คืนที่สองมีนายปัญจพล เสน่ห์สังคม บิดาของบุ้ง เป็นเจ้าภาพ ร่วมกับพระภาวัต ธมมรตโน แม่ชีหน่อย ธรินทร์ญาและคณะลูกศิษย์ จากสำนักสงฆ์ดอยป่าตึงงาม เชียงราย มีญาติมิตรเพื่อนฝูงร่วมไว้อาลัย รวมทั้งมีแนวร่วมม็อบราษฎรที่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดี ม.112 เช่นเดียวกับบุ้ง มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรม อาทิ นายกฤษพล ศิริกิตติกุล หรือโจเซฟ น.ส.จิรัชยา สกุลทอง หรือจินนี่ น.ส.กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน หรืออาย และยังมีการแสดงบทเพลงเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้และอุดมการณ์ ที่หน้าศาลา 7 โดยนายโชคดี ร่มพฤกษ์ หรืออาเล็ก ศิลปินประจำม็อบราษฎร ที่เพิ่งถูกศาลตัดสินจำคุกคดี ม.112 เป็นเวลา 4 ปี แต่รอลงอาญา 2 ปี มีการอ่านบทกวีโดยนายเชน ชีวบัญชา หรือขุนแผน แสนสะท้าน ยูทูบเบอร์สื่ออิสระ ไฮไลต์คือการขับร้องเพลงที่นายอาเล็กแต่งขึ้น เป็นอนุสรณ์ในการเสียชีวิตของบุ้ง ร่วมกับนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.ก้าวไกล เนื้อหาตอนหนึ่งในเพลงที่ทำให้มวลชนที่มาร่วมงานบางคนฟังแล้วน้ำตาซึม ส่วนด้านในและนอกศาลา 7 มีพวงหรีดดอกไม้สดถูกส่งมาร่วมไว้อาลัยกว่า 70 พวง มีทั้งพวงหรีดของ สส.นักการเมือง นักเคลื่อนไหว องค์กรและมูลนิธิต่างๆ อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย อดีตแกนนำ นปช. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย สมัชชาคนจน สหภาพคนทำงาน กลุ่มโมกหลวงริมน้ำต่อมาเวลาประมาณ 18.50 น. “รุ้ง” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล อดีตแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมาร่วมฟังพระสวดอภิธรรม โดยรุ้งได้นั่งโต๊ะที่จัดไว้ให้สำหรับแขกที่มาร่วม ได้เขียนข้อความแสดงความไว้อาลัยบุ้งบนกระดาษ ซึ่งรุ้งได้เขียนว่า “หวังว่าในภพชาติหน้าหากมีจริงขอให้เธอไม่เกิดมาเจอเผด็จการ ได้อยู่ในดินแดนเสรีภาพและรัฐที่เห็นค่าชีวิตคน” นอกจากนี้ยังมี สส.พรรคก้าวไกลเดินทางมาร่วม อาทิ นายรังสิมันต์ โรม ปิยรัฐ จงเทพ เป็นต้น อีกด้านหนึ่ง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนโพสต์ข้อความบน X ว่า “อัปเดตล่าสุด 17.40 น. ทนายความซึ่งได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังการเมืองที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ วันนี้ ได้รายงานว่า “เก็ท” โสภณ- อานนท์ นำภา และเพื่อนในเรือนจำอย่างน้อย 5 คนได้โกนศีรษะเพื่อไว้อาลัยแก่ #บุ้งทะลุวังและจะทำต่อเนื่องไปจนครบ 100 วัน พร้อมกันนี้เก็ทได้เชิญชวนให้ประชาชนทุกคนที่เห็นด้วยร่วมไว้อาลัยด้วยการใส่ชุดดำเป็นเวลา 100 วันด้วยวันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการเสียชีวิตของ น.ส.นิติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ว่า ขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นการชันสูตรผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ต้องมีพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการและฝ่ายปกครอง มาร่วมดำเนินการภายใต้คำสั่งของอัยการ โดยทำสำนวนและส่งศาลใน 30 วัน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นศาลจะไต่สวนสำนวนภายใน 30 วัน ญาติหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาสอบถามข้อสงสัย หรือหาพยานหลักฐานมาหักล้างสาเหตุการตายตามข้อสงสัยได้ ขอให้ครอบครัวมีความมั่นใจ ส่วนลำดับเหตุการณ์ขณะเสียชีวิต ขณะนี้กรมราชทัณฑ์กำลังจัดทำรายละเอียดชี้แจงทั้งหมดรมว.ยุติธรรมกล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่ามีผู้อยู่ในเหตุการณ์ 9 คน จากที่ดูกล้องวงจรปิด มีบันทึกรายละเอียดเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด รวมถึงเหตุการณ์ย้อนไปหลายวัน บุ้งรับประทานอาหารขณะอยู่ที่ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์มีรายการจัดส่งอาหารที่พยาบาลบันทึกไว้ทั้งหมดว่า จัดส่งอาหารครบสามมื้อ ทุกคนที่เข้ามาเป็นเหมือนครอบครัวไม่ว่าจะมีโทษอะไรต้องดูแลให้เสมอภาค ยืนยันว่ากรมราชทัณฑ์มีแต่ความเสียใจและไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาต้องดูตามกฎหมาย ส่วนกรณีอยากให้ตะวันไปงานศพ กรมราชทัณฑ์มีอำนาจในการให้ผู้ต้องขังเด็ดขาดไปงานศพของพ่อและแม่ที่เสียชีวิตได้ แต่เนื่องจากกรณีเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี กรมฯไม่มีอำนาจ ต้องให้ศาลเป็นผู้ใช้ดุลพินิจ ส่วนที่สังคมมองว่าจะเป็นการดูแลสองมาตรฐาน เมื่อเปรียบเทียบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ามีมาตรฐานเดียว กรณีของบุ้งถ้า รพ.ธรรมศาสตร์ฯไม่ทำหนังสือส่งตัวมา เราก็ให้อยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯต่อไป ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี เราไม่ใช่พนักงานสอบสวนเพราะเรือนจำมีไว้ให้ออก และทำอย่างไรให้เขาออกไปอยู่ในสังคมที่มีคุณภาพด้านนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรม ราชทัณฑ์ กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานมา พบว่าบุ้งและตะวันตื่นตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. มีการพูดคุยกัน จากนั้นตะวันไปเข้าห้องน้ำ แล้วกลับมาถามบุ้งที่นอนอยู่ที่เตียงผู้ป่วยว่ายังปวดท้องอยู่หรือไม่ และมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสภาพร่างกายตามปกติทุกวัน จากนั้นประมาณ 06.00 น. บุ้งลุกขึ้นนั่งแล้วมีอาการวูบ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ 4 คน ได้ยกบุ้งจากที่นอนไปรักษาที่ห้องไอซียู และแพทย์ทำ CPR ตรวจวัดชีพจร ให้กลูโคลส ฉีดอะดรีนารีนกระตุ้นหัวใจ และทำ CPR ต่อเนื่อง จนส่ง รพ.ธรรมศาสตร์ ระหว่างนั้นมีการประเมินสภาวะร่างกายโดยการจับชีพจรแต่ไม่สามารถจับสัญญาณการเต้นของหัวใจได้ สัญญาณชีพที่ตรวจวัดได้ครั้งสุดท้ายคือ 90 ครั้ง/นาที กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. รพ.ธรรมศาสตร์ แจ้งว่าเสียชีวิตอย่างสงบ ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าบุ้งเสียชีวิตระหว่างนำตัวส่ง รพ.ธรรมศาสตร์หรือไม่ ต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม ย้ำว่าได้พยายามยื้อชีวิตสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ส่วนกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าคำพูดที่ นพ.สมภพ สุงคุตแก้ว หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ระบุว่าไม่มีหมอเทวดาที่ไหนรักษาได้นั้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า ตนมองว่าอาจจะเป็นในลักษณะการพูดมากกว่า เพราะถ้าพินิจกันตามตรง ผู้ป่วยมีหลายประเภท มีทั้งผู้ป่วยในห้องพักฟื้นและรอการกลับบ้าน ในขณะที่บุ้งไม่ใช่ผู้ป่วยฉุกเฉิน เขาคือผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาไปตามอาการที่รัฐสภาช่วงเที่ยง กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้อง สถาบันหรือ ศปปส. นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว พร้อมมวลชนแนวร่วมอีก 20 คน มายื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภาผ่านนายเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผู้บังคับ บัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมนายรังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทำนองว่า เหตุที่บุ้ง-น.ส. เนติพรเสียชีวิตเพราะไม่ได้รับการประกันตัวและเกรงจะผลักดันกรณีบุ้งเข้าสู่ กมธ.นิรโทษกรรม ที่อาจส่งผลให้มีการล้างผิดคดี ม.112 เพราะ น.ส.เนติพร ที่เคยได้รับการประกันตัวแต่กลับไม่ทำตามเงื่อนไขของศาล ยังคงออกมาเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมหลายครั้ง เมื่อถูกนำตัวกลับไปเรือนจำ ยังใช้วิธีกดดันศาลด้วยการอดอาหารประท้วงจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต การให้สัมภาษณ์ของนายรังสิมันต์ จึงเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ ผิดจรรยาบรรณและจริยธรรม ขอให้ประธานสภาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และขอให้ถือเป็นวาระเร่งด่วนเย็นวันเดียวกันที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธาน กมธ. ได้ส่งหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี โดยมีสาระสำคัญว่า ขอให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาคดีการเมือง ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มทะลุฟ้า คือ 1.ตรวจสอบการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้งทะลุวัง ให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนโดยเร็ว 2.ดำเนินการใดๆให้ผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุดได้รับสิทธิประกันตัว 3. ชะลอการดำเนินคดีการจับกุม คุมขังบุคคลในคดีการเมืองจนกว่าจะผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม สั่งไม่ฟ้อง ไม่ยื่นคำร้อง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกาถอนฟ้อง ถอนคำร้อง ถอนอุทธรณ์ และถอนฎีกา ในคดีที่ไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ และ 4.เร่งรัดการออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน โดยรวมประชาชนทุกฝ่าย ทุกข้อหา ที่มีมูลเหตุแห่งคดีทางการเมือง ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ได้เสนอต่อรัฐสภา อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่