จับแล้ว 4 ผู้ต้องหาแก๊งฆ่าดาบตำรวจพร้อมเมียสาวตายทั้งกลม ชุดสืบสวนภาค 2 ร่วมกับสืบจังหวัดปราจีนบุรีและโรงพักระเบาะไผ่ตามแกะรอยรวบผู้ต้องหา 2 คนแรก ซัดทอดพ่อเป็นคนลั่นไกสังหารตำรวจกับเมียปิดปาก ตำรวจขยายผลยึดอาก้า ปืน .357 กับ 9 มม. และระเบิดอีก 1 ลูก ก่อนตามจับพ่อกับแม่ขณะหลบหนีอยู่ใน จ.นครนายก ด้านผู้การฯเผยชนวนเหตุทะเลาะซึ่งหน้า หลังผู้ตายพบการขนถ่ายน้ำมันแล้วขอตรวจสอบแต่คนร้ายไม่ยอม ขณะที่ข้อมูลเชิงลึกพบปมโหดมาจากหักธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อน พ่อแม่เหยื่อร่ำไห้ สวดฆาตกรอำมหิตทำได้กระทั่งคนท้องจากคดีสะเทือนขวัญ คนร้ายกระหน่ำยิง ด.ต.สกล บรรลุ หรือดาบโก้ อายุ 43 ปี ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.อำนาจเจริญ เสียชีวิตพร้อมนางจันสอน พลเยี่ยม อายุ 25 ปี เมียชาว สปป.ลาว ที่ตั้งท้องได้ 6 เดือน นำศพยัดใส่รถกระบะสี่ประตูไปจอดทิ้งหัวทิ่มบ่อน้ำในป่ายูคาลิปตัสหมู่ 2 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี สอบพบ ด.ต.สกลเคยรับราชการอยู่ สภ.ระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ ก่อนเกิดเหตุเดินทางมาหาเพื่อนตำรวจที่ป้อมยามตำบลกรอกสมบูรณ์ ก่อนขับรถออกไปกับเมียแล้วหายตัวไป กระทั่งพบศพทั้งคู่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมความคืบหน้าการคลี่คลายคดีฆ่าดาบตำรวจพร้อมเมียสาวตายทั้งกลม เมื่อกลางดึกวันที่ 12 พ.ค. พล.ต.ต.ฉัตรชัย สุรเชษพงษ์ รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 นำชุดสืบสวนภาค 2 ลงพื้นที่ร่วมกับทีมสืบสวน ภ. จ.ปราจีนบุรี และ สภ.ระเบาะไผ่ ท้องที่เกิดเหตุออกสืบหาข่าวจนทราบเบาะแสของกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุมีทั้งหมด 4 คนเป็นแก๊งค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ ก่อนนำตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนมาสอบสวนที่ สภ.ระเบาะไผ่ ทราบชื่อนายธรรมรัตน์ ภูมิมา และนายพิชิตพงศ์ ภู่มาลา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190 หมู่ 15 ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรีจากการสอบสวนทราบชื่อคนร้ายก่อเหตุใช้ปืนยิงดาบโก้และเมียเสียชีวิตคือนายชัยวิชิต ภู่มาลา อายุ 43 ปี พ่อนายพิชิตพงศ์ ชุดสืบสวนขยายผลตามไปจับกุมที่บ้านเลขที่ 190 หมู่ 15 ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี แต่ไม่พบตัว ก่อนยึดปืนเอเค-47 หรืออาก้า 1 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ปืน .357 จำนวน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน ปืน 9 มม.พร้อมเครื่องกระสุน ระเบิดขว้างสังหาร 1 ลูก และปืนยาวอัดลมอีก 2 กระบอก อาวุธทั้งหมดนายชัยวิชิตนำไปซุกซ่อนไว้ในป่าหลังบ้าน นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังยึดโทรศัพท์มือถือของดาบโก้กับภรรยาถูกคนร้ายทุบพังเสียหายทั้ง 2 เครื่องขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนนำตัวนายธรรมรัตน์ และนายพิชิตพงศ์ มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาชนวนเหตุสังหาร ทั้งคู่ให้การอ้างว่า ขณะพวกตนและนายชัยวิชิตกำลังซื้อน้ำมันอยู่ในป่าริมถนนสาย 3079 ด.ต.สกลพร้อมภรรยาขับรถเข้ามาในที่เกิดเหตุ จากนั้นนายชัยวิชิตกับ ด.ต.สกลเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ทำให้นายชัยวิชิตไม่พอใจใช้ปืนยิง ด.ต.สกลและเมียเสียชีวิตแล้วนำศพใส่รถไปทิ้งในป่าห่างจากจุดยิงประมาณ 3 กม.มีรายงานว่าสำหรับชนวนสังหารโหด ด.ต.สกลในครั้งนี้น่าจะมาจากขัดแย้งเรื่องธุรกิจค้าน้ำมันในพื้นที่ ทำให้กลุ่มคนร้ายไม่พอใจกระหน่ำยิงดาบโก้พรุนกว่า 15 นัด ก่อนรัวยิงนางจันสอน เมียที่เดินทางไปด้วยเพื่อฆ่าปิดปากแล้วนำศพใส่รถไปทิ้งอำพรางคดี ล่าสุดชุดสืบสวนอยู่ระหว่างไล่ล่ากดดันนายชัยวิชิต พ่อของนายพิชิตพงศ์ และเป็นมือลั่นไกฆ่าตำรวจกับเมียด้าน พ.ต.อ.สุรพร เทพเสน ผกก.สภ.ระเบาะไผ่ กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจาก ด.ต.สกล เคยเป็นตำรวจอยู่ สภ.ระเบาะไผ่ ก่อนย้ายไป จ.อำนาจเจริญ ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.สกลมาหาเพื่อนตำรวจที่ตู้ยามกรอกสมบูรณ์แล้วแยกออกไปทานอาหาร ขณะขับรถมาระหว่างทางเจอรถต้องสงสัยจอดถ่ายน้ำมันกัน คาดว่า ด.ต.สกลลงไปตรวจสอบ ระหว่างนั้นก็ให้ภรรยาไลน์หาตำรวจป้อมยามที่สนิทกันแจ้งเหตุดังกล่าวพร้อมส่งโลเกชันให้ ไม่ถึง 10 นาทีเพื่อนตำรวจก็ไปตามพิกัด แต่โลเกชันที่ส่งไปค่อนข้างไม่ตรง ทำให้หาจุดไม่เจอ จากนั้นได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ“จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้กระทำความผิดไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ด.ต.สกล หลังมีข่าวว่าตำรวจที่เสียชีวิตไปเปิดคอกน้ำมัน แต่ไม่ใช่ เพราะผู้ตายไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ย้ายไป 2-3 ปีแล้ว ส่วนหนึ่งต้องชื่นชม เพราะแม้ไม่ใช่ตำรวจในพื้นที่ แต่ผ่านไปเจอก็ยังมีจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจเข้าไปตรวจสอบและแจ้งให้เพื่อนตำรวจที่สนิททราบ ไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะรุนแรงขนาดนี้” ผกก.สภ.ระเบาะไผ่ กล่าวและว่า ส่วนเรื่องธุรกิจน้ำมันเถื่อนนั้น ยืนยันว่าไม่มี ตอนนี้ได้สอบปากคำผู้ต้องสงสัยไปแล้ว ทำให้ทราบ เหตุจูงใจในการก่อเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุในเร็วๆนี้ล่าสุดช่วงบ่ายวันเดียวกัน ชุดสืบสวนติดตามจับกุมนายชัยวิชิต ภู่มาลา คนร้ายที่ถูกซัดทอดเป็นคนยิงถล่มดาบโก้ และ น.ส.ธัญญารัตน์ ใจกล้า เมียนายชัยวิชิตและเป็นแม่นายพิชิตพงศ์ ที่ถูกตำรวจคุมตัวได้ก่อนหน้านี้ หลังทั้งคู่หลบหนีในพื้นที่ จ.นครนายก ขณะนี้ทั้งคู่ถูกคุมตัวไปสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดด้าน พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นไม่น่าใช่กระบวนการค้าน้ำมันเถื่อน น่าจะเป็นตำรวจที่เสียชีวิตมาพบการถ่ายน้ำมันจากรถบรรทุกใส่รถปิกอัพกันกลางถนน เลยลงไปตรวจสอบ คนร้ายมากันเยอะไม่ยอมให้ตรวจสอบ เป็นเหตุการณ์ซึ่งหน้า คงเป็นการทะเลาะกันในที่เกิดเหตุมากกว่า ส่วนเรื่องที่คนร้ายอาจรู้จักกับดาบโก้หรือไม่นั้นต้องตรวจสอบอีกที แต่ก็มีมูลเหตุว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่รู้จักกัน เพราะไม่ได้แจ้งประสานขอกำลัง ถ้าแจ้งคงไม่มีเหตุเกิดแบบนี้ ส่วนที่คนร้ายยิงเมียเสียชีวิตด้วยน่าจะเป็นการทำลายพยานหลักฐาน ตอนนี้เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้แล้ว เบื้องต้นยังไม่พบการเชื่อมโยงกระบวนการค้าน้ำมันเถื่อนที่ สภ.ระเบาะไผ่ นายคำภู พลเยี่ยม อายุ 60 ปี พร้อมด้วยนางแก่นจันทร์ พลเยี่ยม อายุ 53 ปี พ่อแม่นางจันสอน พลเยี่ยม เมียดาบโก้ที่ถูกคนร้ายยิงตาย ทั้งกลม เดินทางเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน จากนั้นทั้งคู่ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนโทรศัพท์มาบอกว่าดาบโก้ถูกยิง แต่ไม่ได้บอกว่าลูกสาวถูกยิง บอกแต่ว่าไม่เห็น สุดท้ายก็ โทร.มาบอกว่าเสียชีวิต หลังรู้ข่าวร้ายรีบเดินทางออกจากนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ทันที มาถึง จ.หนองคาย นั่งรถมาลงที่ จ.นครราชสีมา และต่อมา จ.ปราจีนบุรี อยากถามคนร้ายว่าทำไมถึงโหดเหี้ยมอย่างนี้ เพราะลูกสาวกำลังตั้งท้อง 6 เดือนกว่าแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่า ทำได้อย่างไรส่วนบรรยากาศที่บ้าน ด.ต.สกล เลขที่ 114 หมู่ 1 บ้านนาหมอม้า ต.นาหมอม้า อ.เมืองอำนาจเจริญ หลังญาติทราบข่าวการเสียชีวิตของดาบโก้และภรรยาต่างมาให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต นางยล บรรลุ อายุ 65 ปี แม่ ด.ต.สกล เปิดเผยด้วยความเศร้าสร้อยว่า ลูกชายเคยเป็นตำรวจสายสืบอยู่ จ.ปราจีนบุรี และย้ายกลับบ้านเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยามว่างนายที่เคยทำงานด้วยกันที่ จ.ปราจีนบุรี มักโทรศัพท์ให้ไปพบเป็นประจำ บางครั้งไปอยู่เป็นอาทิตย์ ไปช่วยงานบ้างเป็นครั้งคราว ก่อนเกิดเหตุลูกชายบอกแม่ว่านายชวนไปปราจีนบุรี ก่อนเดินทางไปพร้อมเมียชาวลาวที่ท้อง 6 เดือน“หลังรู้ข่าวยังทำใจไม่ได้ เพราะ ด.ต.สกล เป็นเสาหลักของครอบครัว ยังมีภาระต้องดูแลลูกสาว 2 คนและพ่อแม่ที่แก่ชรา ตอนนี้เสียลูกชายไปแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไง ไม่รู้จะเอายังไงต่อดี อยากรู้จริงๆว่าทำไมถึงโหดร้ายได้เพียงนี้ ฆ่าได้กระทั่งคนท้อง ส่วนตัวมองว่าน่าจะเกิดจากการทำงาน เพราะชีวิตส่วนตัวของ ด.ต.สกลไม่เคยมีปัญหากับใคร ส่วนเมียเก่าแม้จะเลิกกันก็ยังติดต่อถามสารทุกข์สุกดิบกันเป็นประจำอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่