“กฤษฎา” ไม่ทน ยื่นลาออกจาก รมช.คลัง ปมเหตุแบ่งงานใหม่ ถูกลดบทบาทเหมือนมองไม่เห็นหัว ได้คุมแค่ สบน.กับหน่วยงานเล็กๆ “จุลพันธ์” ขึ้นหม้อคุม 3 กรมระดับจัดเก็บรายได้ แถมรัฐวิสาหกิจเกรดเอ “เศรษฐา” รีบยกหูเบรกให้ไปคิด 1 คืน บอกยังมีโปรเจกต์อีกเพียบให้ทำ รู้จักกันมานานหวังเปลี่ยนใจ “หนิม” ยันไม่ได้หนีดิจิทัลวอลเล็ต “สุพัฒนพงษ์” ไขก๊อกพ้น รทสช. อ้างภารกิจรัดตัว “ภูมิธรรม” เมินเสียงวิจารณ์ชิมข้าว 10 ปี ใครจะคิดยังไงตามใจ “พิชิต” เผยได้หลักฐานขบวนการงาบข้าวเน่าไม่ได้เอาไปทำอาหารสัตว์ ปชป.เย้ยคิดได้แค่นี้อย่าเป็นเลย รมต. สว.ฉะปาหี่สร้างหลักฐานใหม่หวังรื้อคดี สส.ก้าวไกลป้อง “โน้ส” เดี่ยว สเปเชียล “โรม” ตั้งแท่นสอบ “ทักษิณ” จุ้นเจรจาเมียนมา นายกฯเร่งเครื่องปราบยาบ้า สั่งแก้กฎเหลือ 1 เม็ดครม.เศรษฐา 1/1 ยังป่วนไม่เลิก ล่าสุดนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โดยปมต้นเหตุมาจากการจัดแบ่งงานใหม่ที่ถูกลดบทบาทจาก รมช.คลัง อันดับ 1 ไปอยู่ปลายแถวเป็นอันดับ 3“กฤษฎา” ยื่นลาออก รมช.คลังเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ตลอดช่วงเช้าของวันที่ 8 พ.ค. มีกระแสข่าวว่านายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง โควตาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง ต่อนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังนายพิชัยได้ลงนามในหนังสือคำสั่งแบ่งงานกระทรวงการคลัง ถือว่าเป็นการลดบทบาทหน้าที่ของนายกฤษฎา เพราะได้กำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังเพียงหน่วยงานเดียว คือสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ต่อมาเวลา 14.54 น. ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ประจำกระทรวงการคลัง โทรศัพท์สอบถามไปยังนายกฤษฎาว่าได้ยื่นใบลาออกจาก รมช.คลังจริงหรือไม่ นายกฤษฎาตอบกลับสั้นๆว่า กำลังขับรถอยู่ไม่สะดวกคุย ไว้คุยวันหลัง พร้อมกับตัดสายไปทันที กฤษฎา จีนะวิจารณะเผยโดนลดบทบาทไม่เห็นหัวสำหรับรายละเอียดในหนังสือที่นายพิชัยลงนามคำสั่งแบ่งงานเมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายกฤษฎาเป็น รมช.คลัง ลำดับที่ 3 ให้กำกับดูแลเพียง สบน. หน่วยงานเดียว และกำกับดูแลส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การยาสูบแห่งประเทศไทย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ต่างจากในยุคที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีควบ รมว.คลัง นายกฤษฎาเป็น รมช.คลัง อันดับ 1 กำกับดูแลกรมสรรพสามิต กรมบัญชีกลาง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น“จุลพันธ์” ขึ้นหม้อคุม 3 กรมบิ๊กขณะที่รอบนี้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ขึ้นมาเป็น รมช.คลังอันดับ 1 กำกับดูแลกรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และรัฐวิสาหกิจในสังกัด ดังนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) องค์การสุรา โรงงานไพ่ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ส่วนนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง อันดับ 2 กำกับดูแลสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สคร.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กรมธนารักษ์ และส่วนรัฐวิสาหกิจ ดังนี้ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์“สุพัฒนพงษ์” ไขก๊อกพ้น รทสช.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค รทสช. ถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. หนังสือระบุว่า ด้วยมีภารกิจส่วนตัวหลายประการ จึงขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และตำแหน่งอื่นๆในพรรค ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.เป็นต้นไป“พีระพันธุ์” หาคนใหม่เสียบแทนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรค รทสช. กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องการลาออก ยังไม่ได้คุยกับนายกฤษฎา เมื่อถามย้ำว่านายกฤษฎาลาออกจะทำให้มีปัญหาในการทำงานหรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบว่า ก็หาคนอื่น แทนแค่นั้น ไม่ตกใจ ในทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีคนออกไปก็ต้องหาคนแทนเท่านั้นเอง แต่โควตารัฐมนตรียังเป็นของพรรค รทสช. เมื่อถามย้ำว่าสาเหตุการลาออกเป็นเพราะได้รับการแบ่งงานน้อยลง นายพีระพันธุ์ตอบว่า ต้องคุยกับนายกฤษฎาก่อนว่าเรื่องอะไร ยืนยันว่าพรรค รทสช. ไม่มีปัญหาอะไร การแบ่งงานขึ้นอยู่กับ รมว.คลัง และไม่ทราบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง รมว.คลัง กับนายกฤษฎา แต่ไม่ว่าใครจะตำแหน่งอะไร เมื่อทำงานร่วมกันก็ต้องทำร่วมกันให้ได้ ยืนยันเรื่องนี้ไม่ทำให้พรรคสะเทือน เมื่อถามว่านายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตรองนายกฯลาออกจากพรรคด้วย นายพีระพันธุ์ตอบว่า ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ละคนมีภารกิจส่วนตัว เราจะไปยุ่งกับเขาได้อย่างไร ใครจะอยู่ใครจะไป ใครจะทำอะไรแต่ละคนก็ตัดสินใจเอง เรื่องแค่นี้ไม่มีปัญหา พรรคไม่มีปัญหา แต่สื่อมวลชนพยายามทำให้มีปัญหา ยืนยันทำอย่างไรตนก็มั่นคง สร้างข่าวกันให้ตายก็ไม่มีทาง“เศรษฐา” ยกหูเบรกใบลาออกต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง ยื่นหนังสือลาออกว่า “มีผู้สื่อข่าวส่งข่าวมา จึงได้โทร.หานายกฤษฎา ท่านก็บอกว่าใบลาออกกำลังมา ผมบอกว่าให้คิดไว้ก่อนคืนหนึ่ง เดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่ ผมยังไม่รับ” ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯระงับใบลาออกไว้ก่อนใช่หรือไม่นายเศรษฐาตอบว่าระงับไว้ก่อน เมื่อถามว่าตกใจหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น ต้องมีการพูดคุยกัน บอกไปว่าหากมีความไม่สบายใจเรื่องการแบ่งงาน ยังมีโปรเจกต์อีกเยอะในกระทรวงการคลัง ยังทำงานร่วมกับสำนักนายก รัฐมนตรีได้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง พร้อมมอบหมายงานเพิ่มเติมให้ ขอให้ท่านคิดดูอีกคืนหนึ่งก่อนยังมีโปรเจกต์อีกเพียบให้ทำผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการเบรกหนังสือลาออกไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ใช่ครับ ชัดเจนครับ เมื่อถามว่าได้คุยกับนายพิชัยหรือไม่ว่าเป็นเรื่องการแบ่งงานอย่างไร นายกฯตอบว่า นายพิชัยพยายามโทร.หานายกฤษฎาแล้ว แต่ไม่ยอมรับสาย เลยให้เลขาฯของนายกฤษฎาที่อยู่ตรงนี้พอดีโทรศัพท์ไปหา เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าพร้อมจะแบ่งงานให้ใหม่ นายกฯตอบว่า คิดว่าต้องให้เกียรตินายพิชัยในการแบ่งงาน ยังมีงานเพิ่มอีกเยอะ เพราะงานบางอย่างไม่ได้ระบุไว้ทั้งหมด มีโปรเจกต์อีกเยอะแยะต้องช่วยกัน เชื่อว่า รมว.คลังเหลือขอบเขตการแบ่งงาน ให้รัฐมนตรีช่วย นายกฤษฎาก็เป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง สามารถผลักดันนโยบายต่างๆได้ดี เมื่อถามว่าจะมีผลกระทบต่อการทำงานรัฐบาลหรือไม่ เพราะหลังปรับ ครม.มีลาออก 2 คน นายเศรษฐาตอบว่า ไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศมีการแต่งตั้งแล้วรู้จักกันมานานหวังเปลี่ยนใจได้เมื่อถามว่าต้องเคลียร์ใจกับนายกฤษฎาที่ดูเหมือนถูกลดลงไปอยู่อันดับ 3 หรือไม่ นายกฯตอบว่า “โทร.หาท่านแล้ว ขอให้รอคำตอบวันที่ 9 พ.ค.หวังว่าผลการเบรกจะสำเร็จ ผมกับนายกฤษฎารู้จักกันมานาน” เมื่อถามว่าได้คุยกับนายพิชัยเรื่องการแบ่งงานหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่มี มีการคุยกันก่อนล่วงหน้าหมดแล้ว มีการแพลนกันล่วงหน้าแล้วว่าทำไมถึงแบ่งอย่างนี้ ทำไมต้องเหลือบางพื้นที่ไว้เพื่อให้นายกฤษฎาได้ทำงานในแง่ของโปรเจกต์หลักที่ยังมีอีกเยอะ เมื่อถามว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติได้มาพบหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่มี ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้มีอะไร เพิ่งประชุมแก้ปัญหายาเสพติดและประชุมเรื่องโครงการพระราชดำริ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลพี่น้องประชาชนเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง“หนิม” ยันไม่ได้หนี “เงินดิจิทัล”นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องนายกฤษฎาลาออก การทำงานจริงๆ แล้วไม่มีอะไร ทุกหน่วยงานมีความสำคัญหมด และมีหน้าที่จำเพาะต้องทำงานร่วมประสานและต้องทำงานให้เต็มที่ ยังไม่อยากสรุปเรื่องนี้และยังไม่รู้ข้อเท็จจริงอะไรเลย ทั้งนี้ ไม่ได้มีการยกโทรศัพท์หานายกฤษฎา “จริงๆตอนนี้ไม่มีอะไร ภารกิจงานกระทรวงการคลังมีกว้างมาก และภารกิจงานของ รมว.คลัง ข้ามไปถึงการเป็นรองนายกฯ ภารกิจเยอะ” เมื่อถามว่าการลาออกเป็นเพราะต้องการหนีออกจากการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ท่านก็ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด ภูมิธรรม เวชยชัย“อ้วน” จ่อเดินสายพบเหล่าทัพที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า หลังจากนี้จะหาเวลาที่เหมาะสมดูรายละเอียดไปเยี่ยมเหล่าทัพ ได้เริ่มพูดคุยกับบางคนแล้วว่าต้องดำเนินงานอย่างไรเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล การทำงานที่ผ่านมาอยู่บนพื้นฐานรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายปฏิบัติ เมื่อถามว่าจะเรียก ผบ.เหล่าทัพมาหารือหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่มีปัญหาอาจเดินทางไปพบเอง เมื่อถามว่าจะสามารถดูแลงานเหล่าทัพได้ดีหรือไม่ เพราะจะมีการเสนอจัดซื้อยุทโธปกรณ์ รวมถึงการแต่งตั้ง นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่ได้คิดจะมาเป็นเจ้าเป็นนายมาสั่งการ คิดว่าหารือช่วยกันแก้ปัญหาประเทศ เชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพรู้ดีเข้าใจดีมากที่สุด เมื่อถามว่ามีการผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม เพื่อสกัดการรัฐประหาร นายภูมิธรรมตอบว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลเรื่องนี้ ขอดูรายละเอียดและปรึกษาหารือกับนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมก่อนอ้างโกดังข้าวขอร้องให้รีบเคลียร์นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกระแสดราม่าหลังทดลองชิมข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวที่ จ.สุรินทร์ว่า อย่าสนใจรายละเอียดแบบนี้ ข้าวแต่ละถุงมีความแตกต่างกัน วันนั้นซาวกันแค่ 5 ครั้ง ส่วนใครจะซาว 10 หรือ 15 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความในใจของตัวเอง นี่ไม่ใช่ประเด็นอย่าเบี่ยงเบน ที่ทำเพราะเจ้าของโกดังมาขอร้องจะเอาอย่างไรก็เอาสักที ข้าวอยู่ตรงนี้มา 10 ปีแล้ว โกดังถูกปิดตาย จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปตลอดชีวิตหรือ ก็จัดการให้มันจบปิดเรื่องนี้ไปเลย ที่มีคนบอกว่าข้าวเก็บไว้แค่ 1-2 ปีก็เน่าแล้ว ยืนยันว่าข้าวเน่าหรือไม่เน่าอยู่ที่การเก็บรักษา เราทดลองให้สื่อมวลชนเข้าไปดูด้วย ความจริงไม่ต้องทำอะไรปล่อยไปเรื่อยๆ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง ความจริงไม่เกี่ยวว่าข้าวกินได้หรือไม่ได้ มาพิสูจน์ให้เห็นว่าข้าว 10 ปี ด้านกายภาพไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลง ไม่ได้แฉะ ไม่ได้ติดหนืด ไม่เหมือนข้าว 5 ปีที่เอามาโชว์ วันนี้ข้าวกำลังราคาดีใครจะจินตนาการฟอกข้าวก็คิดไปผู้สื่อข่าวถามว่ามีดรามาว่ารัฐบาลกำลังฟอกข้าวให้กับคดีรับจำนำข้าว นายภูมิธรรมตอบว่า แล้วแต่จะคิด วันนี้นั่งอยู่เฉยๆก็คิดไปได้สารพัด คิดบวกก็ได้ คิดลบก็ได้ คิดหนึ่งก็ได้ คิดสิบก็ได้ ท่านใดมีความพึงพอใจจะคิดใช้จินตนาการก็คิดไป ตนมีหน้าที่แก้ปัญหาก็มาแก้นายกฯการันตีข้าวหอมทุ่งกุลาด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพรับประทานอาหารกลางวันด้วยข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ จ.ร้อยเอ็ด ระบุว่า “ไปลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด พี่น้องตัวแทนจากสหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด เอาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาฝากมาให้ลองชิม วันนี้มื้อกลางวันที่ทำเนียบ เลยให้เอาข้าวมาหุง ทุกคนบนตึกไทยคู่ฟ้าจะได้ชิมพร้อมกันด้วย ต้องบอกว่าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาคุณภาพดีไม่มีตก กลิ่นหอม เม็ดเรียงสวย ที่สำคัญคือรสชาติดี สมเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด ทานพร้อมไก่ย่างเขาสวนกวางจาก จ.ขอนแก่น ลงตัวมาก ตอนนี้ได้ให้ส่วนเกี่ยวข้องทำเรื่องการพัฒนา Packaging และให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมหาตลาดใหม่ๆ ข้าวดีขนาดนี้ รายได้พี่น้องเกษตรกรก็ต้องดีด้วย”“พิชิต” แจงตรวจข้าวไม่มีการเมืองนายพิชิต ชื่นบาน รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวพอรู้เรื่องโครงการรับจำนำข้าวอยู่บ้าง ขออย่าคิดอะไรสลับซับซ้อนมาก เป็นเพียงการตั้งข้อสงสัยมานานแล้วว่า ข้าว 4-5 ปี เหตุใดจึง เป็นข้าวเน่า เป็นข้าวเสีย ถึงขั้นนำไปขายเป็นอาหารสัตว์หรือเชื้อเพลิง ได้รับเบาะแสมาพอสมควรว่าบรรดาผู้ที่รับซื้อข้าว เอาไปทำอะไร กำลังอยู่ในรูปคดี ขณะนี้มีคนไปยื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยืนยันว่าผู้ที่ซื้อไปไม่ได้เอาไปทำอาหารสัตว์ เรามีแหล่งข่าว มีพยานหลักฐานพอสมควรแล้ว นายภูมิธรรมไปดูเป็นแค่การพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่าข้าว 10 ปี สามารถทานได้หรือไม่ ไม่ได้มีเรื่องการเมือง เมื่อถามย้ำว่าเรื่องนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ นายพิชิตตอบว่า มองว่านายภูมิธรรมทำหน้าที่ รมว.พาณิชย์ ไม่มีเรื่องการเมืองบอกโกดังสุดท้ายรีบขายต้องเร่งดูเมื่อถามว่าในฐานะนักกฎหมาย มองว่าคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีมูลเหตุคดีทางการเมืองหรือไม่ นายพิชิตตอบว่า ขอให้มองแค่ปัญหาที่ไปตรวจโครงการรับจำนำข้าวมากกว่า อย่าไปถึงเรื่องคดีความเลย เมื่อถามย้ำว่าคดีดังกล่าวมาจุดติดในตอนนี้มีนัยอะไรหรือไม่ นายพิชิตตอบว่า รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารได้ไม่ถึงปี และได้เบาะแสมาว่าโกดังนี้เป็นโกดังสุดท้ายที่เร่งรีบขาย ในฐานะนักกฎหมายจึงสงสัยว่าจะเป็นการทำลายพยานหลักฐานอะไรบางอย่าง เรื่องนี้ไม่มีเรื่องการเมือง มีแต่เรื่องของประชาชน ถ้าข้าวดีขายได้ เงินก็เข้ารัฐ ราเมศ รัตนะเชวงปชป.เย้ยคิดได้แค่นี้อย่าเป็น รมต.ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่านายภูมิธรรมยังคิดไม่ออกว่าเรื่องนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าเข้าใจต้อง กลับไปยึดหลักการตรวจคุณภาพข้าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเชี่ยวชาญต้องช่วยกัน เรื่องนี้ไม่มีใครใช้จินตนาการ เพราะทุกคนเห็นภาพข่าวที่ออกมา หากมีการเอาข้าวเก่าค้างโกดังร่วม 10 ปีที่บริโภคไม่ได้เอาไปขายเข้าสู่ตลาด จะเสียหายทั้งตลาดข้าว ทั้งประชาชน มองไปถึงร้านขายข้าวแกงทั่วไป ที่ประชาชนอาจไม่มั่นใจว่าจะเป็นข้าวที่มาจากโกดังที่เก็บเกิน 10 ปีหรือไม่ การตรวจคุณภาพข้าวต้องมีมาตรฐานเป็นเรื่องสำคัญที่สุด นายภูมิธรรมที่รับคำท้าตนให้หุงให้ ครม.กินทุกวันอังคาร ขอให้ทำจริง เอาข้าวมาจากโกดังดังกล่าวจริง ให้สื่อมวลชนเป็นคนกลางมาร่วมเป็นพยานเพื่อให้มั่นใจ ว่าไม่ใช่การสร้างภาพ เอาข้าวจากที่อื่นมาหุงให้รัฐมนตรีกิน คนเป็นถึงรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์คิดได้แค่นี้ อย่าเป็นดีกว่า รัฐบาลไร้ความคิด ไร้คุณภาพสว.เบรกขายข้าวมีสารพิษตกค้างนายสมชาย แสวงการ สว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอตั้งข้อสังเกตการนำข้าว 10 ปีที่ค้างสต๊อกมาประมูลขายเป็นข้าวดีกินได้ เป็นเรื่องเสี่ยงอันตราย ต้องเร่งตรวจสอบ ดังนี้ 1.ข้าวเก่าค้างจำนำในโกดัง นาน 10 ปี รมยาฆ่าแมลง ทุก 1-2 เดือน ตลอด 10 ปี ไม่น้อยกว่า 60-120 ครั้ง น่าจะมีแต่สารพิษตกค้าง ไม่มีสารอาหารหลงเหลือ น่าจะมีสารพิษและสารก่อมะเร็ง 2.นักวิชาการและหน่วยงานต้องเร่งตรวจสอบดีเอ็นเอเป็นข้าว 10 ปีจริงหรือไม่ ตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ให้ชัดถึงคุณภาพมาตรฐานและสารตกค้าง 3.ยุติการประมูลขายเป็นอาหารคนและสัตว์ เพราะเสี่ยงสารสะสม อย่าส่งออกไปขายแอฟริกาจะทำลายภาพพจน์ มาตรฐานข้าวไทยในตลาดโลก 4.ตรวจสอบขบวนการทุจริตการประมูลข้าวทั้ง 2 โกดัง ว่าใครเป็นผู้ประมูล เป็นเจ้าของโกดังรับฝากข้าวเองหรือไม่ เหตุใดไม่มีการหมุนเวียนข้าวในโกดัง ทำไม อคส.ยังจ่ายค่าเช่ามาตลอด ไม่นำออกประมูลให้เสร็จสิ้น ทุจริตหรือไม่ฉะปาหี่สร้างหลักฐานใหม่รื้อคดีนายสมชายระบุว่า 5.สมาคมและสภาวิชาชีพสื่อ ควรตรวจสอบจริยธรรมสื่อมวลชนที่ไปทำข่าว แสดงให้ประชาชนเชื่อถือให้การรับรองคุณภาพข้าว น่าจะขัดจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อมวลชน 6.หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ทั้ง ป.ป.ช. อัยการ ศาลยุติธรรม ควรจับตาติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ มีการข่าวว่าทีมกฎหมายของฝ่ายการเมืองในขบวนการทุจริตจำนำข้าว จะบิดเบือนสร้างพยานหลักฐานใหม่ ขอรื้อฟื้นคดีหรือไม่ หรือเพื่อดิสเครดิตกระบวนการยุติธรรมที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาเด็ดขาดไปแล้วจี้เชิญ สตง.ร่วมตรวจสต๊อกข้าวนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สต๊อกข้าวที่นายภูมิธรรมกล่าวอ้างใช้กินได้ปัจจุบันยังเหลือข้าวในโครงการจำนำข้าวปี 2556-2557 ที่ จ.สุรินทร์ คือ 1.คลังกิตติชัย เป็นข้าวหอมมะลิ 100% รับมอบข้าวมาวันที่ 3 ม.ค.2557 เก็บมาแล้ว 10 ปี 2 เดือน จำนวน 26,094 ตัน หรือ 258,106 กระสอบ มีการระบายข้าวสาร 3 ครั้ง คงเหลือ 11,656 ตัน หรือ 112,711 กระสอบ 2.คลัง บจก.พูนผลเทรดดิ้ง ข้าวหอมมะลิ 100% รับมอบวันที่ 14 มี.ค.2557 เก็บมาแล้ว 10 ปี 7 วัน จำนวน 9,567 ตัน หรือ 94,637 กระสอบ ระบายข้าวสารมา 4 ครั้ง เหลือ 3,356 ตัน หรือ 32,879 กระสอบ การออกมาโชว์ว่าข้าวในสต๊อกยังดีกินได้ ไม่ใช่หลักฐานทางบัญชีที่น่าเชื่อถือได้ว่าข้าวในสต๊อก 2 คลัง รวม 145,590 กระสอบดีจริงหรือไม่ ขอให้นายกฯเชิญสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไปตรวจสอบข้าวทุกกระสอบก่อนนำไปประมูลขาย โดยตรวจสอบเอกสารทางบัญชีและร่วมตรวจนับสต๊อกข้าวทุกกระสอบ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตรงกับบัญชีสินค้าคงเหลือขององค์การคลังสินค้า (อคส.) รักษาคุณภาพข้าวโดยวิธีรมยาทั้งหมดกี่ครั้ง และสต๊อกข้าวทั้ง 2 คลังกินได้จริงตามที่อ้างหรือไม่สส.ก.ก.ป้อง “โน้ส” เดี่ยวสเปเชียลผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเกิดดราม่าหลังจาก Netflix เผยแพร่โชว์ “เดี่ยว สเปเชียล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์” ของ “โน้ส” อุดม แต้พาณิช นักแสดงเดี่ยวไมโครโฟนชื่อดัง พูดถึงคำว่าพอเพียง ทำให้สังคมเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และช่วงกลางดึกคืนวันที่ 7 พ.ค. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เข้าแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 กับ “โน้ส อุดม” ที่ สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มี สส.หลายคนออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านออนไลน์ อาทิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ทวีตผ่าน x ว่า “ถ้ามีการแจ้งมาตรา 112 กับโน้ส อุดม จริง นี่มันไปกันใหญ่แล้ว ยิ่งทำแบบนี้ยิ่งทำให้ประชาชนเข้าใจปัญหาของ ม.112 มากขึ้น และไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันและประชาชนเลย”นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรค ก.ก. ทวีตผ่าน x ว่า “จะรักจะเทิดทูนก็เอาแต่พอดี ใครไม่รักแบบตัวเองหรือไม่แสดงออกแบบที่ตัวเองชอบ ก็ด่าหยาบคาย ไม่ก็ทำร้ายร่างกาย หนักข้อถึงขั้นดำเนินคดี ยิ่งทำแบบนี้ยิ่งเป็นการโหนสถาบันเพื่อสนองด้านมืดในจิตใจตัวเอง ยิ่งสร้างความกลัว สุดท้ายการรักโดยขาดสตินั่นแหละเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันที่แท้จริง จากเรื่องนี้ยิ่งชี้ให้เห็นว่า กฎหมายอาญามาตรา 112 มีปัญหาจริงๆ” รังสิมันต์ โรม“โรม” งง “ทักษิณ” เจรจาสันติที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปพบปะเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธุ์เมียนมาว่า กังวลว่านายทักษิณจะสร้างความสับสนต่อบทบาทประเทศไทย เพราะไม่มีตำแหน่งใดในรัฐบาล และรัฐบาลไม่ได้มอบหมายให้เป็นตัวแทนรัฐไทยไปดำเนินการ หน้าที่พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แต่นายทักษิณไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล ไม่มีกลไกกำกับความสัมพันธ์ หากนายทักษิณเจรจารับคำเหมือนกับผูกพันรัฐบาลด้วย ทำให้เป็นปัญหาเชิงการทำงาน กมธ.ฯจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถามน่าปวดหัวใครนายกฯตัวจริงนายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ท่าทีนายเศรษฐากับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ไม่ปฏิเสธในสิ่งที่นายทักษิณทำ เท่ากับเพิ่มพลังในการเจรจาไม่ต่างจากการเจรจาของรัฐบาล จะส่งผลลดภาวะผู้นำของนายกฯลงไปอีก ถือเป็นปัญหาน่าปวดหัวว่าใครคือนายกฯตัวจริง ใครคือผู้มีอำนาจตัดสินใจ ที่ผ่านมา กมธ.ฯไม่เคยได้รับรายงานว่ากระทรวงต่างประเทศมองภาพสันติภาพเมียนมาแบบไหน ดังนั้น หากเจรจาเพื่อสภาบริหารแห่งรัฐเมียนมา (เอสเอซี) อย่างเดียวจะทำให้สันติภาพไม่ยั่งยืน“นพดล” โบ้ยไร้ข้อมูล “นายใหญ่”นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่านายทักษิณ ได้เข้าไปพูดคุยช่วยเจรจากับชนกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูล เมื่อถามว่าหากไปพูดคุยจริงทำได้หรือไม่ นายนพดลตอบว่า ยังไม่มีข้อมูล คิดว่าหากไปจริงก็เป็นเรื่องส่วนตัว และการจะพูดคุยหรือไม่นั้นปกติต้องได้รับความไว้วางใจจากคนที่เกี่ยวข้องถึงจะสามารถไปพูดคุยได้ มองว่าสถานการณ์ในเมียนมาต้องยอมรับในทางทฤษฎีว่ากระทบ 3 เรื่องคือ เสถียรภาพ สันติภาพ และเอกภาพ ฉะนั้นเป็นความปรารถนาของประเทศไทยที่อยากเห็นสันติภาพ และถ้าการดำเนินการใดๆที่จะบรรลุได้ คิดว่าเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะดำเนินการ และเมื่อปัญหายุติลง ได้รับการแก้ไข ผลกระทบต่อประเทศไทยจะน้อยลงกรมคุกโยนกรมคุมประพฤติแจงที่กรมราชทัณฑ์ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรณีนายทักษิณที่อยู่ระหว่างการพักโทษภายใต้การกำกับ และควบคุมของกรมคุมประพฤติ ไปพบกลุ่มชาติพันธุ์ คงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นต้องไปดูเงื่อนไขที่กรมคุมประพฤติต้องดำเนินการ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากระทำได้หรือไม่ได้ คาดว่ากรมคุมประพฤติอาจอยู่ระหว่างพิจารณาว่าตรงไหนที่อดีตนายกฯกระทำได้หรือไม่ได้ คงต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับอดีตนายกฯ ส่วนความประพฤติที่ไม่ถูกต้อง กรมคุมประพฤติจะเป็นผู้แจ้งให้ผู้ถูกคุมประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้อง ส่วนกรณีจะส่งกลับเรือนจำนั้นต้องกระทำผิดเงื่อนไข ถ้าผิดเงื่อนไขแต่ไม่ได้รุนแรงสามารถทำความเข้าใจ บอก หรือตักเตือนได้ การตักเตือนค่อนข้างยืดหยุ่น เพราะบางครั้งผู้ได้พักโทษอาจไม่ทราบหรือเข้าใจว่าทำได้ ดังนั้น กรมคุมประพฤติต้องไปทำความเข้าใจ เป็นดุลพินิจนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุมประพฤติยัน “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่ขอกลับบ้านนายสหการณ์ยังกล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเดินทางกลับประเทศไทยว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ประสานจะใช้สถานทูตไทยประเทศหนึ่งเป็นสถานที่ในการรายงานตัว และยังไม่มีการประสานมา จริงๆ แล้วต้องประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปรับตัว และนำส่งศาล จากนั้นศาลจะอ่านคำพิพากษา และราชทัณฑ์ไปรับตัวมา เป็นอำนาจของตำรวจ ยืนยันว่ายังไม่มีการประสานยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล หรือทางครอบครัว จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์“จิรัฏฐ์” มอบตัวคดีปลอม สด.43ช่วงเที่ยงที่ สน.ประชาชื่น นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.พรรคก้าวไกล พร้อมทนายความ เข้าพบ ร.ต.ท.ณรงค์ชัย อุดม สว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น เพื่อรับทราบข้อหาปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอมกรณีโชว์ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.43) หลังผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กองทัพบก ส่งนายทหารพระธรรมนูญเข้าแจ้งความกรณีการได้มาซึ่งใบ สด.43 ของนายจิรัฏฐ์อาจไม่ถูกต้อง นายจิรัฏฐ์กล่าวว่า ไม่ได้กังวลใจ ยืนยันว่าเอกสารที่นำมาแสดงเป็นเอกสารที่ได้รับจากทางราชการแน่นอน ไม่ได้ปลอมเพราะเป็นเอกสารหลักฐานที่ใช้ยืนยันว่าผ่านกระบวนการในอดีตมาแล้ว ไม่ได้มีผลทางกฎหมาย มั่นใจต่อสู้ได้เพราะเป็นเอกสารที่ถูกต้องนายกฯสนับสนุนโครงการหลวงเมื่อเวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานและสนับสนุนงานโครงการหลวง (กปส.) ครั้งที่ 1/2567 มีนายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง นายอําพน กิตติอําพน องคมนตรี ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม นายจรัลธาดากล่าวขอบคุณรัฐบาล นายกฯ และทุกหน่วยงาน ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สูง ร่วมกันสนับสนุนโครงการหลวงมาตลอด ปัจจุบันความก้าวหน้าได้เกิดผลสัมฤทธิ์ การพัฒนาที่เป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน ประเทศชาติ เป็นการสนองพระราชดำริพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่นายกฯกล่าวชื่นชมการดำเนินงานของโครงการหลวง เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม เกิดประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลยินดีพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการหลวงนายกฯเร่งเครื่องถกปราบยาต่อมาเวลา 14.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข และ พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ประชุมแก้ปัญหายาเสพติด มีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานทำงานหนักยิ่งขึ้น ให้สมกับที่เราประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ จัดการผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อยให้ราบคาบ และบำบัดลูกหลานที่ติดยาให้สำเร็จไปด้วยกัน ปริมาณยาเสพติดยังมีเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งคงมาจากที่เรายังจัดการรายใหญ่รายย่อยไม่ดีพอ ขอให้ทำงานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น ยึดทรัพย์ให้มากขึ้นสั่ง สธ.แก้กฎผู้เสพเหลือ 1 เม็ดนายกฯกล่าวว่า ส่วนปัญหาความไม่ชัดเจนกฎหมายเรื่องของปริมาณยาบ้า และความผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจนในการจับผู้เสพ ผู้ค้า ขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวง ปรับลดจากครอบครอง 5 เม็ดให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้เสพ ให้เหลือ 1 เม็ด เพื่อเป็นหลักการให้ผู้ปฏิบัติงานทำตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ และย้ำขอให้สื่อสารให้ชัดเจนว่ายาเสพติดจะ 1 เม็ด 2 เม็ดก็ผิด ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นผู้เสพ ไม่อย่างนั้นจะถูกแจ้งข้อหาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต้องสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนว่า หลักการจับและสันนิษฐานคือไม่ว่าจะมีกี่เม็ดก็ผิด พนักงานสอบสวนต้องทำงานให้หนักขึ้นบี้ประกาศกัญชาเป็นยาเสพติดนายเศรษฐากล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขประกาศกระทรวงดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวง อนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น โดยกำหนดไทม์ไลน์การดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ ส่วนเรื่องการบำบัดขอให้กระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงยุติธรรม ยกระดับประสิทธิภาพงานบำบัดในระบบต้องโทษ และได้ฝาก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการ รมว.กลาโหม ไปพูดคุยว่าจะใช้ค่ายทหารเป็นสถานที่บำบัด โดยขอให้มีความชัดเจนและมีความคืบหน้าภายใน 90 วัน ขณะที่นายอนุทิน กล่าวว่า เราดูพฤติกรรมเป็นหลัก ผู้เสพหรือผู้ค้าไม่ได้ดูจำนวนเม็ด หากเราไปบอกว่า 5 เม็ดอาจเป็นผู้ค้าก็อาจจะมีช่องเลี่ยงบาลีต่างๆได้อยู่ที่ตีความ ฉะนั้นหากไปเจอว่า มีประวัติค้ายาแล้วพบว่า มียาบ้าครึ่งเม็ดก็ถือว่าผิดแล้ว ด้านนายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขว่า กรณีกัญชาต้องนำร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชง มาหารืออีกครั้ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน พ.ค.นี้จ่อแก้กฎกระทรวงลดจำนวนยาบ้าที่กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมผู้บริหาร สธ. เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดว่า กรณียาบ้าต้องมีการทบทวนประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุข กำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ ที่สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ กรณีแอมเฟตามีนมีปริมาณไม่เกิน 5 หน่วยการใช้ หรือไม่เกิน 5 เม็ด ต้องยึดเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด คนครอบครองยาบ้า 1 เม็ดก็มีความผิด คนเสพยาบ้าก็มีความผิด แต่โทษต่างกัน ต้องดำเนินการตามแนวทางของกฎหมายที่ชัดเจน สำหรับจำนวนการครอบครองต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่เท่าไรนั้นขอหารือกระทรวงที่เกี่ยวข้องก่อน ส่วนตัวมองว่าควรน้อยกว่า 5 เม็ด ส่วนกรณีกัญชาต้องนำร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชงมาหารืออีกครั้ง คาดว่าภายในเดือน พ.ค.นี้จะได้ข้อสรุปศาลจำคุก 4 ปี “ไมค์” หมิ่นสถาบันที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์ ระยอง” อายุ 28 ปี แกนนำกลุ่มราษฎร เป็นจำเลย ฐานดูหมิ่นสถาบัน ตาม ป. อาญามาตรา 112 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีจำเลยหนีประกันโพสต์ข้อความลักษณะดูหมิ่นสถาบันฯ และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ เมื่อปี 2563 ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง เป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ที่เป็นบทลงโทษหนักสุด จำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ 1 ใน 4 ตามมาตรา 78 สั่งจำคุกจำเลย 3 ปี19–20 มิ.ย.เปิดสภาถกงบฯ ปี 68นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า วันที่ 13 พ.ค. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ นัดวิป 3 ฝ่าย หารือกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 เบื้องต้นกำหนดไว้วันที่ 19-20 มิ.ย. แต่อาจ เพิ่มวันที่ 18 หรือ 21 มิ.ย.อีก 1 วัน โดยรัฐบาลให้เหตุผลขอขยับวันพิจารณาร่างงบฯปี 2568 ออกไป 2 สัปดาห์จากต้นเดือน มิ.ย.เพื่อความรอบคอบการจัดทำงบประมาณ รวมถึงปรับปรุงบางรายการและยังมีเรื่องเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทนายกฯ เสียใจ จนท.ดับไฟป่าเสียชีวิตอีกเรื่อง นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า จากกรณีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะของชุดปฏิบัติงานลาดตระเวนและดับไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจอมทอง พลิกคว่ำบริเวณป่าขุนห้วยแม่เตี๊ยะ ม.9 บ้านห้วยขนุน ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.รวมทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บ 14 ราย โดยส่วนของผู้เสียชีวิตนายกฯ มอบหมายให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ ดูแลจัดการงานศพให้สมเกียรติและดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด และย้ำให้ติดตามการรักษาดูแลเจ้าหน้าที่ทุกนายอย่างดีที่สุดจนกว่าจะหายเป็นปกติอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่