ผมไม่มีช่องสื่อสารทางโซเชียลกับใครอื่น ก็คงเป็นมนุษย์ถ้ำ เหมือนที่ จี๊ด จิระนันท์ เธอว่า เห็นภาพ รุ่งมณี เมฆโสภณ ขึ้นปกหนังสือ ศรีบูรพา ฉบับที่ 26 (วารสาร กองทุนศรีบูรพาประจำปี 2567) มีข้อความกำกับ รางวัลศรีบูรพาคนที่ 38 ผมก็นับนิ้วในใจ เราเป็นคนหมายเลข 37โถ! ก็คิดว่าตัวเองรับรางวัลนี้เมื่อปีที่แล้ว ที่ไหนได้ ตกข่าวข้ามไปปีเต็มๆรางวัลศรีบูรพาปี 2566 มีถึงสองคน ทองแถม นาถจำนง แล้วก็ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ขอบอก ก็ล้วนแต่คนคุ้นหน้า รักใคร่นับถือผูกพันกันมานานทั้งนั้นจะรำพันเสียใจที่ไม่ได้ไป หรือหันหน้าไปขอโทษใคร ก็คงปฏิเสธว่าตัวเองเหลวไหลไม่ออกไหนๆก็โม้ไปแล้ว ตีซี้กับนักเขียนมือรางวัลไปหมด ก็ต้องขอโม้ต่อ...กับรุ่งมณี เมฆโสภณ คนนี้ แค่ไหนราวๆปี 2535 ผมมีเหตุให้ย้ายค่าย...พเนจรไปตั้งหลักอยู่ค่ายคุณสนธิ ลิ้มทองกุล อยู่พักใหญ่ได้นั่งรวมๆอยู่กับทีมโต๊ะข่าวอินโดจีน ก็เพิ่งรู้ทีหลัง ต้นคิดก่อตั้ง เป็นผู้หญิง ชื่อรุ่งมณี ตอนนั้น อ่านข่าวลึกๆพม่าเขมรลาว แล้วอึ้ง “ใครหวา! เก่งจัง คิดได้ไง?”คุ้นกับหนุ่มนักข่าว พินิจ หุตะจินดา วันๆฟังแต่เรื่อง “พี่รุ่งๆ” ฟังเพราะตอนนั้นรุ่งมณีไปทำข่าวบีบีซีที่อังกฤษแล้วเคยอ่านงานเขียนคอลัมน์ ตะวันออกที่ท่าพระอาทิตย์ แทนคุณสนธิ แล้วอยากเห็นหน้า นอกจากฝีมือเขียนลุ่มลึกแหมคมฉกาจฉกรรจ์ ยังมีหัวจิตหัวใจยิ่งใหญ่ ผูกพันให้น้องๆรักศรัทธา แบบที่ผมไม่เคยฟังจากปากใครนักหนังสือพิมพ์ผู้หญิง ที่ผมนับถือหัวใจ มีไม่กี่คน เจ๊วิภา (สุขกิจ) เป็นคนหนึ่งตอนอยู่ด้วยกันเจ๊ใช้ผมทำข่าวหัวค่ำแล้ว ก็ใช้ทำข่าวเช้า แล้วก็คงคลื่นความถี่ชีวิตใกล้กัน ตอนเจ๊เป็น บก.มติชน ผมได้ข่าวเจ๊แกชื่นชม นักข่าวเก่ง ชื่อ วสันต์ ภัยหลีกลี้“เจ๊ว่า เจ๊มือถึงที่สุดแล้วหนา แต่นักข่าวรุ่นนี้ มันถึงยิ่งกว่า” ผมเดาเอาเจ๊หมายถึงใครตอนวสันต์ เปิดตัวเป็นผู้บริหารทีวีไทยพีบีเอส...ผมใช้อคติมาจากหนังสือพิมพ์ด้วยกัน เขียนเชียร์วสันต์เฉยเลย งานนั้นวสันต์แพ้...แต่ผมก็เดาเอาว่า ชนะใจแฟนวสันต์ คือรุ่งมณี ตอนนี้เองจำไม่ได้แล้ว เจอรุ่งมณีที่ไหน ยังไง? เอาเป็นว่า หนังสือทุกเล่ม ที่รุ่งมณีเขียน ผมต้องตามถามซื้อ...ประทับใจเล่มคนสองแผ่นดิน ชีวิตคนไทยในเกาะกง เล่มอำนาจ... หลังจอมพลสฤษดิ์ ตาย จอมพล ป. กับคุณปรีดี มีนัดเจอกัน แต่ให้มีอันเป็นไปก่อนทุกเรื่อง รุ่งมณีไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง ลึกกว่า แน่นอนกว่า และที่แน่ๆสะใจกว่าแต่ถ้าจะอ่านเอามัน...เล่มสุภาพสตรีหมายเลข 0 ครับ...เล่มนี้ ผมต้องอ่านแบบพิสดาร เริ่มต้นบทแรก ไปถึงกลางๆ แล้วตัดใจ ไปย้อนอ่านบทท้าย ทวนขึ้นมาเจอกันที่บทกลาง...ตอนนี้ รู้จักรุ่งมณีดีแล้ว อดใจไม่ได้ ถึงขนาดโทร.ไปถามเอาดื้อๆ?...คุณหญิง คนโน้น คนนี้ใช่ไหม?เอาเป็นว่า ถ้าใช้คำว่าแฟนพันธุ์แท้...แน่นอน กิเลน ประลองเชิงเป็นคนหนึ่งส่วนงานใหญ่ๆ ลึกๆ ที่ผมไม่ค่อยรู้ ก็เพิ่งมารู้ เอาคราวได้รางวัลศรีบูรพา...เบื้องหลัง ของสื่อดีๆล่าสุด งานในทีวีช่องไทยพีบีเอส ที่รักษารูปรอยของความเป็นสื่อมืออาชีพได้ดี รุ่งมณีมีส่วนแต่หากจะพูดถึงกัน โดยไม่เอาเหตุเอาผล เอาความเชื่อสไตล์มูเตลูตามยุคสมัย ผมเชื่อแบบผมว่า รุ่งมณีมีดีได้ไม่เพียงเพราะตัวเอง แต่ได้จากบุญบารมีจากพ่อแม่ก็ชื่อ รุ่งมณี ที่พ่อแม่ตั้งให้นี่แหละ...มณีแปลว่า พลอยดี หรือแก้วสีแดง มีคำ “รุ่ง” นำหน้า พลอยสีแดงเม็ดนี้ มีประกายน้ำงามพริ้งพรายเหนือมณีธรรมดาทั่วไปผมเชื่อของผมมานาน มนุษย์เรานั้น มีวิถีชีวิตตามชื่อ...รุ่งมณีมาถึงวันนี้ ก็ด้วยบุญหนุนส่งจากชื่อที่พ่อแม่ให้ หรือเพื่อนรักที่ชื่อวสันต์ มีวิถีชีวิตเย็นฉ่ำเหมือนน้ำฝน จะเถียงว่าไม่ใช่ก็ลองว่ามา.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม