จากนี้ไปทุกสนามเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือก สส.-สว.เรื่อยไปจนถึงเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีการเลือกตั้งอีกไม่นานนี้แน่นอนว่าในทางการเมืองนั้น เสียงของประชาชนที่ลงคะแนน ย่อมกำหนดทิศทางการเมืองได้ค่อนข้างสูงอย่าง “เพื่อไทย”-“ก้าวไกล” คือรูปธรรมที่ชัดเจน เพียงแต่พรรคไหนจะได้เป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านเท่านั้นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่ผ่านมา นักการเมืองหรือพรรคการเมืองระดับชาติ ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญเท่าใดนักทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว นี่คือฐานสำคัญทางการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ที่ได้ สส.จำนวนมากก็มาจากฐานนี่แหละ...แต่ไปเรียกกันว่า “บ้านใหญ่” เพราะมีอำนาจบารมี แต่ในบทบาทจริงๆก็คือ “หัวคะแนน” สำคัญที่สามารถนำ สส. เข้าสู่สภาได้“เพื่อไทย” ที่ชนะเลือกตั้งเกือบจะทุกครั้ง ก็เพราะพลังหนุนจาก “บ้านใหญ่” นี่แหละ...จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองในปัจจุบัน กำลังให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นมากขึ้นคือการประกาศส่งผู้สมัครในนามพรรคนั่นแหละพรรคการเมืองอย่าง “ก้าวไกล” ที่นอกจากแนวทางการขาย “อุดมการณ์” แล้วยังหันมาเอาจริงเอาจังกับการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมทำให้พรรคการเมืองไหวตัว หันมาสู้ในระดับนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว จึงทำให้การเลือกตั้ง อบจ.ครั้งต่อไปนี้คึกคักขึ้นมาทันที“เพื่อไทย” ทยอยประกาศรายชื่อผู้สมัครในแต่ละจังหวัด โดยยึกโยงไปที่นายก อบจ.เป็นหลัก เพราะเป็นหัวขบวนของสมาชิกสภาจังหวัดในแต่ละพื้นที่“ก้าวไกล” ก็ประกาศว่าจะส่งผู้สมัครทุกจังหวัดทั่วประเทศ ยิ่งทำให้การเมืองระดับท้องถิ่นเข้มข้นมาทันทีที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง...มีนายก อบจ. ซึ่งส่วนใหญ่สังกัด “เพื่อไทย” ได้ลาออกจากตำแหน่ง ทั้งๆ ที่จะครบวาระอีกไม่นานนี้ ต่างก็อ้างเหตุผลกันไปต่างๆ นานาแต่ก็ประกาศว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งนี้อีกสืบทราบมาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะ “กลัวแพ้” เนื่องจากคู่แข่งสำคัญคือ “ก้าวไกล” ที่แม้จะประกาศชื่อผู้สมัครเพียงบางจังหวัดเท่านั้นนี่เป็นกลยุทธ์เพื่อชิงตัดหน้าทำให้คู่แข่งเตรียมตัวไม่ทันอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะหากไปเลือกตั้งพร้อมกันจะทำให้เกิด “กระแส” ที่จะทำให้พรรคคู่แข่งชนะยกทีมทั้งประเทศได้แต่ดูเหมือนว่าคู่แข่งไม่ได้หวั่นไหวแต่อย่างใด แม้จะต้องเตรียมตัวกะทันหันก็ตาม เนื่องจากสามารถหาผู้สมัครได้ทันแน่ประเด็นใหญ่มันอยู่ที่ว่า ประชาชนจะลงคะแนนให้ใครเท่านั้นหากกระแส “ก้าวไกล” ยังเป็นอยู่อย่างนี้โอกาสที่จะชนะเลือกตั้งระดับท้องถิ่นน่าจะมากกว่าอีกฝ่ายเป็นตัวชี้วัดอนาคตทางการเมืองระหว่าง “เพื่อไทย”-“ก้าวไกล”และนั่นก็คือคำตอบของการเลือกตั้ง สส.เมื่อรัฐบาลครบเทอม 4 ปี!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม