ช่วงสงกรานต์ เยาวณี นิรันดร–พล.อ.นพ.วิทยา ช่อวิเชียร ชวนเพื่อนๆรวม 8 คน ไปเที่ยวโปรตุเกสและล่องเรือสำราญในแอตแลนติกกัน 15 วัน แต่กลายเป็นทริปสำราญแบบวุ่นวาย เพราะวันแรก ที่ขึ้นจากสุวรรณภูมิ ก็เจอดีบนชั้นธุรกิจ เอมิเรตส์ กรุงเทพ-ดูไบ เมื่อ 3 เมษา ตอนตี 2 กว่า เมื่อ คุณกิ๊ก–เยาวณี ลุกไปห้องน้ำ พอกลับมาก็ไม่เห็นผู้ชายจีนอายุ 30 กว่า ที่ย้ายจากข้างหลัง มานั่งเก้าอี้ข้างๆที่ว่างอยู่ จึงเอะใจ รีบเปิดกระเป๋าที่วางไว้ที่เก้าอี้ และพบว่าเงิน 10,000 ยูเอส หายไปแล้ว จึงสงสัยแบบแน่ใจว่าต้องเป็นไอ้คนนี้ แต่ คุณกิ๊ก ก็ไม่โวยวาย และไปกระซิบบอกลูกเรือ พอกลับมา ก็บอกคณะให้ทำเฉยๆไว้ เพราะลูกเรือเช็กแล้ว เชื่อว่าเป็นโจร เพราะมาจากไซง่อน ถึงกรุงเทพฯก็ซื้อตั๋วมาดูไบแบบเที่ยวเดียวและไม่มีสัมภาระเลย กัปตันจึงประสานลงไปทางภาคพื้นดูไบให้แจ้งตำรวจและรอเอาตัวไปสอบสวน ระหว่างนั้น ผู้โดยสารที่นั่งถัดจาก คุณกิ๊ก (และไม่รู้ว่าคนไทยถูกขโมยไปแล้ว) ลุกหยิบกระเป๋าบนเคบิน แต่ไม่เจอ ก็ตกใจ โวยวาย พอแอร์ไปเปิดเคบินติดๆกันหา ถึงเจอว่ากระเป๋าถูกย้ายไปโดยเจ้าตัวไม่รู้ โชคดีไม่มีอะไรหาย เพราะโจรคงไม่มีเวลารื้อ ระหว่างนั้นโจรจีนนั่งเล่นเกมในมือถือตลอด และเชื่อว่ามันรู้ว่าคนไทยรู้ตัวแล้วว่าเงินหาย เพราะมันเห็นเราซุบซิบๆคุยกัน--พอเครื่องแลนดิ้งดูไบ มันก็ถูกตำรวจที่มาอยู่รอหน้าประตูเครื่องคุมตัวทันที และพบว่ามาเป็นแก๊ง เพราะมีอีก 3 คนอยู่ชั้นอีโคโนมี และคนนึงถูกจับตอนกำลังล้วงหยิบเงิน และถูกตำรวจนำตัวไปแล้ว ส่วนอีก 2 คนที่มาด้วยกัน ถูกจับมารวมกับโจรที่ขโมยเงิน คุณกิ๊ก แต่มันทำไม่รู้จักกัน ระหว่างทรานสิต 3 ชั่วโมง คุณกิ๊ก–คุณหมอ จึงต้องไปแจ้งความ ที่สถานีตำรวจในสนามบิน โดยมี โสมชบา ไปช่วย ส่วนคนอื่นๆ ให้ไปรอที่เลานจ์ ซึ่งโจรจีนที่จับมา 3 คน ทำเป็นไม่รู้จักกัน และนิ่งมาก ไม่มีท่าทีตกใจสะทกสะท้านเลยแม้แต่นิด ทำเป็นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เดินไปกดมือถือไป ทำให้เรารู้เลยว่าเจอโจรมืออาชีพ พอถึงสถานีตำรวจ ตำรวจก็จับถอดเสื้อผ้าค้นตัว แต่ไม่พบเงิน จึงรู้ว่ามันต้องมีอีกคนที่ไม่รู้คนไหน ปนอยู่บนชั้นบิสซิเนสด้วย พอไอ้นี่ขโมยก็เอาไปให้โจรอีกคน เพราะมันรู้กฎหมาย ว่าไม่มีของกลาง เอาผิดไม่ได้ และเอมิเรตส์ก็ไม่สามารถค้นตัวผู้โดยสารได้ จึงไม่รู้เงินอยู่ที่ใคร ทำได้แค่แบล็กลิสต์ ไม่ให้มันขึ้นเครื่องอีก ส่วนอีก 2 คนจากชั้นอีโคโนมี ก็ไม่มีของกลางในตัว ก็เอาผิดไม่ได้อีก แต่ตำรวจบอกว่าใช่มันแน่ แต่ต้องปล่อยตัวไปก่อน และจะตามคดีต่อ แต่ลูกเรือบอกว่าคงยาก เพราะพอโจรกรรมแล้ว ส่วนใหญ่มันจะออกไปทางตุรกี ยังไม่ย้อนมาอีก--กว่าจะเสร็จเรื่องจับโจร ก็ 3 ชั่วโมง ถึงเวลาเครื่องต้องออกไปลิสบอน คณะอีก 5 คน มี ศานติ–นภสร ประนิช ผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ ฯลฯ จึงรอหน้า gate บอกว่าจะไม่ขึ้น ตกไฟลท์ก็ตกด้วยกัน แต่เอมิเรตส์น่ารักมาก กัปตันบอกจะทำเวลาบนฟ้า จะรอเรา ซึ่งวิ่งหน้าตั้ง ไปขึ้นเครื่อง 3 คนสุดท้าย คุณกิ๊ก บอกทุกคนว่าอย่าเครียด ถึงลิสบอนแล้วเที่ยวกันให้สนุกดีกว่า รอตำรวจดูไบตามคดี ได้คืนไม่ได้คืนก็ช่าง ถือว่าฟาดเคราะห์ จะได้ไม่เจอเรื่องไม่ดีอีก แต่ยังฟาดไม่พอ จึงเจอกันตลอด เพราะ 3 วันในลิสบอน ชุลมุนมาก วันไปถึง คุณด้อม–ศานติ ลืมมือถือไว้ในแท็กซี่ที่รับจากอินเตอร์คอนฯไปร้านอาหาร เพื่อนๆก็ช่วยตาม ร้านอาหารก็ช่วยตาม โทร.เข้ามือถือสิบๆครั้ง แต่ไม่มีใครรับ จึงกลับ รร.ให้คอนเชียสประสานเครือข่ายแท็กซี่ จนรู้รถคันไหน แต่ไม่ได้มือถือคืน เพราะคนขับอ้างว่าไม่มี คุณด้อม จึงบอกทุกคนว่า ไม่ได้คืนก็ช่างมันเพราะก่อนมาจับสลากแชร์ได้ กลับไปจะไปซื้อมือถือเครื่องใหม่ ถือว่าฟาดเคราะห์แบบ พี่กิ๊ก แต่ถูกกว่าเยอะ จาก 8 เจอไป 2 ก็ยังไม่จบ เพราะอีกวันไปกินอาหารร้านดังที่ คุณปุ๊ย–นภสร ต้องจองล่วงหน้า 2 เดือน ขากลับโรงแรม คุณหมอวิทยา แย่งจ่ายค่าแท็กซี่ และทำกระเป๋าเงินตกในรถ มีเงินยูโรและบัตรเครดิต 2 ใบ โรงแรมจึงได้ตามหารถจ้าละหวั่นแบบวันก่อน พอเจอคนขับก็บอกไม่มีๆ แต่อีกวันแบงก์ทางเมืองไทยแจ้งว่ามีการพยายามเอาบัตรคุณหมอไปรูด 2 วันติดๆ ดีที่อายัดไว้แล้ว จึงไม่เสียท่าโจรลิสบอน คุณหมอก็บอกว่าช่างมัน เงินไม่กี่ร้อยยูโร เสียหายถูกกว่าภรรยา จนวันสุดท้ายในลิสบอน เป็น โสมชบา เจอแท็กซี่เขี้ยว พาขับวนจนมิเตอร์ขึ้นพรวดๆ ก็ยังไม่ถึง คนอื่นซึ่งไปที่เดียวกัน จึงโทร.ตามว่าหายไปไหน ทุกคนถึงหมดแล้ว พอ คุณชัย ซึ่งเปิดกูเกิลดูทาง ทักว่าทำไมอ้อม คนขับก็ทำเป็นขอโทษ บอกมาผิด และกดหยุดมิเตอร์ บอกจะไม่คิดเงินต่อ แต่ค่ารถก็ยังแพงกว่าคนอื่นอยู่ดี แต่ถูกกว่าทุกคน เพราะแค่หลักสิบยูโร สรุป 8 คนโดนกันไปแล้ว 5 แถมด้วยเพื่อนอีกคู่ วรธนกร พุกกะเวส ที่นัดกินข้าวกัน ก็มาไม่ทัน เพราะวันมาถึงลิสบอน พอได้กระเป๋าจากสายพาน พบว่าถูกงัดจนล็อกพัง คุณเอ๋–วรธนกร จึงต้องไปช็อปปิ้งใบใหม่เรื่องชุลมุนยังไม่จบ ไว้ติดตามตอนต่อไป ว่าคุณตำรวจดูไบ ที่แลก whatsapp ไว้ จะมีความสามารถติดตามโจรจีนได้แค่ไหน แต่ตอนนี้ ขอให้ระวัง ห้ามทิ้งกระเป๋าเงินไว้ที่นั่งเป็นอันขาด และอย่าถือกระเป๋าแพง เพราะโจรมันรู้จักแบรนด์เนมดีทุกยี่ห้อ--พอถึงลิสบอน คุณกิ๊ก และสาวๆ จึงไปซื้อกระเป๋า noname และถุงผ้าใบละ 5 ยูโรใช้แทนแอร์เมส ชาเนลที่สะดุดตามิจฉาชีพ.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ “ของว่างวันอาทิตย์” เพิ่มเติม