สงครามยูเครน-รัสเซียที่ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ได้สร้างตำราการรบฉบับใหม่ๆให้กับแวดวงความมั่นคงโลกอย่างต่อเนื่องในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะเรื่องการนำเทคโนโลยีราคาถูก มาใช้งานในสมรภูมิอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯ ได้รายงานยอมรับกันแล้วว่า รถถัง M 1 เอบรัมส์ สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งของกองทัพอเมริกัน ไม่ได้คงกระพันอย่างที่คิดกันอีกต่อไป เมื่อเผชิญกับโดรนพิฆาตของรัสเซียบทความดังกล่าวอ้างข้อมูลจาก พ.อ.มาร์คัส ไรส์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ระบุว่าการส่งรถถังเอบรัมส์ลงสนามรบ ได้ทำให้กองทัพอเมริกันพบว่า ตัวรถถังมีจุดอ่อนและถูกทำลายอย่างรวดเร็วกว่าที่มีการประเมินไว้ในตอนแรก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่อง “ไม่น่าเชื่อ” อย่างยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามรบในจังหวัดโดเนตสก์ ทำให้แวดวงความมั่นคงต้องประเมินสถานการณ์กันใหม่ หลังจากพบว่าโดรนพิฆาตของกองทัพรัสเซีย เป็นอาวุธสังหารรถถังที่ต้นทุนต่ำ และมีความแม่นยำสูงในอัตรา 90% สามารถบังคับหลบหลีกและเลือกที่จะพุ่งชนรถถังตรงจุดที่บอบบาง และที่สำคัญโดรนลำหนึ่งอาจมีราคาเพียง 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 18,000 บาท เมื่อเทียบกับเอบรัมส์ราคากว่า 10 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 360 ล้านบาทรถถังเอบรัมส์ได้ถูกส่งลงสู่สนามรบในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อต้านทานการรุกคืบของกองทัพรัสเซียที่เมืองป้อมปราการ “อับดีเยฟกา” ในจังหวัดโดเนตสก์ แต่ต่อมาไม่นาน ก็มีรายงานว่ารถถังอเมริกันคันแรกถูกทำลายในสนามรบด้วยโดรนพิฆาต ตามด้วยรายงานว่า มีรถถังเอบรัมส์อีกหนึ่งคันพ่ายแพ้ต่อการดวลตัวต่อตัวตอนกลางคืนกับรถถังรุ่น T-72B3 ของกองทัพรัสเซีย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องการป้องกันการโจมตีจากโดรน คงไม่ได้รับการแก้ไขในเวลาอันสั้น เพราะมองแล้วยังไม่มีหนทางรับมือที่ตายตัวทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯส่งรถถัง M1 เอบรัมส์ ให้แก่ยูเครนเป็นจำนวน 31 คัน เมื่อช่วงกลาง เดือน ต.ค.2566 ในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันว่าถูกทำลายไปแล้วอย่างน้อย 5 คัน และมีอีก 3 คัน ที่ได้รับความเสียหายปานกลาง เท่ากับว่ากองทัพยูเครนเหลือรถถังสัญชาติอเมริกันที่ยังคงใช้งานได้เพียง 23 คัน เท่านั้น.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม