“เศรษฐา” เปิดทำเนียบรับนายกฯนิวซีแลนด์ 2 ชาติยกระดับหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์ หวังเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 3 เท่าในปี 2045 ร่วมเป็นสักขีลงนามเอ็มโอยู 2 ฉบับ โปรโมตเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ โผ ครม. “เศรษฐา 2” ยังไม่นิ่ง วิ่งกันฝุ่นตลบ ลือสะพัดนายกฯดึง “จักรพงษ์” นั่ง รมต.สำนักนายกฯเอามาใช้งานใกล้ตัว พท.สมนาคุณ “เผ่าภูมิ” จอมโปรเจกต์ดิจิทัลวอลเล็ต เป็น รมช.คลัง “เสี่ยหนู” ยังไม่ได้รับสัญญาณปรับ ครม. รทสช.ไม่ขยับ 4 รมต.เก้าอี้แน่น สส.ก้าวไกลหยันผลงาน “สุริยะ” งั้นๆ “ปดิพัทธ์” แฉร้านสะดวกซื้อปูพรมรอรับเงินหมื่นแล้ว ศาล รธน.เอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ตีตกคำร้อง “วันนอร์” ปมแก้ รธน. ตอกหน้าเป็นอำนาจ ปธ.รัฐสภาบรรจุวาระ ต่อลมหายใจให้ ก.ก.อีก 15 วัน ทำคำชี้แจงแก้ต่างร้องยุบพรรค อนุ กมธ.ชงนิรโทษม็อบปี 48-67 ไม่เคลียร์ ม.110, 112 เข้าข่ายด้วยหรือไม่ แนะอัยการสั่งไม่ฟ้องคดียิบย่อย คดีจำนำข้าวไม่เข้าข่ายล้างผิดการเมืองกลับมาสู่สถานการณ์ร้อนๆ หลังจากหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง เปิดทำเนียบต้อนรับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ยกระดับความร่วมมือ ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับ ครม. ที่มีการวิ่งเต้นกันฝุ่นตลบ “เศรษฐา” รับนายกฯนิวซีแลนด์เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้การต้อนรับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกรัฐบาล พร้อมร่วมตรวจ แถวกองทหารเกียรติยศ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นทั้งสองฝ่ายร่วมหารือกลุ่มเล็ก ที่ห้องสีงาช้างด้านใน นายเศรษฐากล่าวให้การต้อนรับว่า ถือเป็นการมาเยือนของนายกฯนิวซีแลนด์ในรอบ 11 ปี เป็นโอกาสอันดีสานต่อความร่วมมือโดยเฉพาะด้านการเกษตรอัจฉริยะ และปศุสัตว์ ขณะที่นายคริสโตเฟอร์กล่าวขอบคุณกับการต้อนรับที่อบอุ่นพร้อมเน้นย้ำความร่วมมือและการจัดทำแผนงานร่วมกัน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกัน สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ในปี 2569 เป็นปีครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ยกระดับหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีการหารือและเห็นพ้องเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกันมากขึ้น นายเศรษฐาเชื่อมั่นว่าการกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินอีกครั้งของสายการบินไทย จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวของทั้ง 2 ฝ่าย และขอให้นิวซีแลนด์พิจารณายกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย พร้อมเสนอโครงการ “6 ประเทศ 1 จุดหมาย” ดึงดูดนักท่องเที่ยวนอกภูมิภาค และขอให้พิจารณาสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งนายกฯนิวซีแลนด์ยินดี พร้อมขอให้ไทยสนับสนุนบทบาทนิวซีแลนด์ในการผลักดันความสัมพันธ์อาเซียน-นิวซีแลนด์ สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน ภายในปี 2568 ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีเต็มรูปแบบมากขึ้น โดยไทยพร้อมสนับสนุนนิวซีแลนด์เข้าเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของ ACMECS เต็มที่ นายกฯขอบคุณนิวซีแลนด์ที่พร้อมสนับสนุนผู้แทนไทยลงสมัครเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) วาระปี พ.ศ.2568-2570ร่วมเป็นสักขีลงนามเอ็มโอยู 2 ฉบับนอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา นายเศรษฐาเน้นย้ำไทยให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหวังให้มีสันติภาพ ความสงบสุข และเสถียรภาพ มีการทำงานร่วมกับหลายฝ่าย เพื่อสนับสนุนการหาทางออกอย่างสันติ รวมถึงสนับสนุนด้านมนุษยธรรม และหวังว่าทุกฝ่ายจะเดินหน้าไปสู่การเจรจาอย่างสันติ และปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ต่อมาเวลา 11.00 น. นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นำคณะผู้แทนภาคเอกชนนิวซีแลนด์ ประกอบด้วย ผู้แทนระดับสูงภาครัฐ ผู้แทนภาคเอกชนนิวซีแลนด์ 8 บริษัท/หน่วยงาน ใน 4 สาขา ได้แก่ การเกษตรและอาหาร พลังงาน บริการและการศึกษา และเรือยนต์และการบิน เข้าพบ นายเศรษฐากล่าวว่า เชื่อมั่นในการขยายโอกาสการค้าการลงทุนร่วมกัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมและโครงการเป้าหมายของไทย รวมถึงในโครงการแลนด์บริดจ์ จากนั้นนายเศรษฐาและนายคริสโตเฟอร์ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงร่วมกัน จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ความตกลงด้านการศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย และมหาวิทยาลัยแมสซีย์ ประเทศนิวซีแลนด์ 2.ความตกลงด้านการจัดหา ซ่อมแซม และการบำรุงรักษา ระหว่าง Thai Aviation Industries Co., Ltd. ประเทศไทย และ NZSkydive Limited ประเทศนิวซีแลนด์ สองฝ่ายแถลงผลการเยือนชื่นมื่นหลังจากนั้นมีการแถลงผลการหารือร่วมกัน นายเศรษฐากล่าวย้ำผลการหารือ การยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ปี 2569 หรือเร็วกว่านั้น ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง โดยเฉพาะการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์และยาเสพติด ความมั่นคงทางไซเบอร์ การก่อการร้าย และแนวคิดสุดโต่ง ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 3 เท่าในปี 2588 รวมถึงกระชับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เทคโนโลยีการเกษตร การเกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีอาหาร พลังงานหมุนเวียน การแพทย์แม่นยำ และเทคโนโลยีดิจิทัลโปรโมตเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ส่วนการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน ยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงการอำนวยความสะดวกด้านการตรวจลงตรา และการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกัน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวนิวซีแลนด์มาไทยเป็น 100,000 คน และนักท่องเที่ยวชาวไทยไปนิวซีแลนด์เป็น 40,000 คน ภายในปี 2568 และทั้งสองฝ่ายพร้อมแสวงหาความร่วมมือการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ เชื่อมั่นว่าการมาเยือนไทยในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้น เสริมสร้างมิตรภาพและความเป็นหุ้นส่วนในอีกหลายทศวรรษข้างหน้าเพิ่มมูลค่าการค้าสามเท่าในปี 2045ในโอกาสนี้นายกฯนิวซีแลนด์ยินดีกับการฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งความสัมพันธ์ในปี ค.ศ.2026 เห็นพ้องจัดระดับสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และตั้งเป้าที่จะเพิ่มการค้าระหว่างกัน 3 เท่า ภายในปี 2045 พร้อมขอบคุณกับการต้อนรับคณะเป็นอย่างดี เชื่อมั่นว่าทั้ง 2 ประเทศยังมีศักยภาพและมีโอกาสที่ผู้นำทั้งสองจะได้ร่วมมือกันอีกมาก ต่อมานายเศรษฐานำนายกฯนิวซีแลนด์เยี่ยมชมนิทรรศการศิลปหัตถกรรมและหัตถศิลป์ ที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี นายกฯนิวซีแลนด์สอบถามด้วยความสนใจ อาทิ การร้อยพวงมาลัย อาหารไทย เช่น ข้าวแช่ ข้าวเหนียวมะม่วง ผ้าไหม เครื่องเคลือบศิลาดล อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และยังเซ็นชื่อบนจานศิลาดลเป็นที่ระลึกด้วย รวมถึงผ้าขาวม้า ซึ่งทางร้านมอบเนกไทที่ทำจากผ้าขาวม้าให้นายกฯนิวซีแลนด์เป็นที่ระลึก จากนั้นฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติ ทั้งนี้ นายเศรษฐายังโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลฯระบุว่า “ในปี 2045 ไทยและนิวซีแลนด์ตั้งเป้าร่วมกันเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 3 เท่า มูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท” “เศรษฐา” ดึง “จักรพงษ์” ไว้ใกล้ตัวผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ถึงความเคลื่อนไหวในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตำแหน่งต่างๆที่จะวางใหม่ยังไม่นิ่ง มีการปรับเปลี่ยนได้ตลอด แต่ที่ค่อนข้างนิ่งแล้วคือการให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี สลับไปนั่งเป็น รมว.สาธารณสุข แทน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่จะหลุดออกไป นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มารับตำแหน่ง รมว.คลัง แทนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง ที่มีกระแสข่าวว่าจะไปนั่งควบ รมว.กลาโหม แทนนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม และมีชื่อ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการ รมว.กลาโหม เข้ามาเป็น รมช.กลาโหม ขณะที่นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ คนใกล้ชิดนายกฯ มีแนวโน้มสลับตำแหน่งมาเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ เพื่อให้ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯมากยิ่งขึ้นสมนาคุณ “เผ่าภูมิ” จอมโปรเจกต์ขณะที่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการ รมว.คลัง ที่เป็นคนทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของพรรคเพื่อไทย มีโอกาสมารับตำแหน่ง รมช.คลัง เพื่อผลักดันนโยบายเรือธงของรัฐบาล สำหรับรัฐมนตรีที่มีกระแสข่าวว่าจะถูกปรับออกเพิ่มเติม คือนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายไชยา พรหมา รมช.เกษตร และสหกรณ์ และนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะยังมีการวิ่งเจรจากันอยู่ตลอด“หนู” ยังไม่ได้รับสัญญาณนายกฯนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณมายังพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ เป็นเรื่องของนายกฯอยู่แล้ว เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะในพรรคเพื่อไทยจะมีการปรับหลายตำแหน่ง นายอนุทินตอบว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพรรคร่วม เป็นเรื่องธรรมดาของรัฐบาลผสม พรรคใดที่มีความรับผิดชอบต่อกระทรวงใดๆต้องไปจัดการเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค” เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทยด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยคุมทั้งกระทรวง นายอนุทินตอบว่า ยังไม่รู้เรื่อง อย่างที่บอกการปรับ ครม.เป็นดุลพินิจของนายกฯ ถ้ายังไม่ได้รับการแจ้งก็ไม่ควรถาม“สมศักดิ์” เลี่ยงตอบโยกไปคุม สธ.ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พยายามเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์ถึงข่าวปรับ ครม.ว่า เรื่องนี้เราไม่ต้องมาพูดกัน ได้ฟังจากนายกฯชัดเจนแล้ว อย่าให้ต้องให้ความเห็นเรื่องนี้เลย ถ้าเป็นเวลาอื่นพูดได้ แต่เวลานี้ต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ ทำงานดีกว่า นายกฯก็ให้ทุกคนเร่งทำงาน ตอนนี้ทุกคนกระตือรือร้นกันดี เมื่อถามว่าหากนายกฯให้ไปอยู่ตรงไหนพร้อมใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามย้ำว่ายังไม่มีสัญญาณใดๆใช่หรือไม่ นาย สมศักดิ์ยังคงปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากไม่ได้อยู่ที่ทำเนียบฯ สื่อมวลชนจะเสียดาย นายสมศักดิ์ย้อนถามว่า รู้ได้ไงว่าไม่อยู่ เมื่อถามว่ากระทรวงกับที่ทำเนียบฯอยากอยู่ตรงไหนมากกว่า นายสมศักดิ์ตอบว่า เรื่องนี้พูดอะไรไม่ได้ เราต้องให้เกียรติผู้ใหญ่รทสช.ไม่ขยับ 4 รมต.เก้าอี้แน่นนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า เรื่องการปรับ ครม. เป็นเรื่องที่นายกฯกับหัวหน้าพรรค รทสช.ต้องคุยกัน แต่ล่าสุดเลขาธิการพรรค รทสช.ยืนยันว่า ยังไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีการประสานจากนายกฯ ดังนั้น รัฐมนตรีทั้ง 4 คนของพรรค ยังเป็นไปตามเดิม และทุกคนทำงานทุ่มเท เมื่อถามถึงกระแสข่าวปรับให้นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค รทสช. มาเป็น รมช.คลัง และนายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค เป็น รมว.อุตสาหกรรม นายอัครเดชตอบว่า ข่าวก็คือข่าว ถ้าเป็นจริงต้องฟังหัวหน้าและเลขาฯพรรค ไปฟังมากก็เป็นข่าวไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลและพรรค ขอให้สบายใจได้ พรรคยังไม่เป็นปัญหาเรื่องการปรับ ครม. โอ่ “พีระพันธุ์” ตรึงราคาน้ำมันเต็มที่เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่านายกฯจะปรับใน ตำแหน่ง รมว.พลังงาน เนื่องจากยังมีปัญหาเกี่ยวกับ ราคาพลังงานเฉพาะหน้าในระยะสั้น นายอัครเดช ตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นที่น่ากังวล เพราะมาจากสงคราม ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นกว่า 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นสิ่ง ที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้ แต่ที่จะควบคุมได้คือราคาขายปลีกในประเทศ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กำลังดำเนินการอยู่ พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อตรึงราคาน้ำมัน อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าเรานำเข้า ภาวะสงครามในต่างประเทศเป็นสิ่งที่ไปกำหนดไม่ได้หยันผลงาน รมว.คมนาคมงั้นๆนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวปรับ ครม.เศรษฐา 2 ว่ามีอะไรใหม่ๆมาหรือไม่ ที่เคยโฆษณา 20 บาทตลอดสายก็ไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ทำแก้เก้อ ความจริงต้องทำทุกสายแบบเชื่อมโยงกัน แต่นายสุริยะ กำหนดแล้วจะทำให้ได้ภายใน 2 ปี เราจะติดตามตรวจสอบว่าทำได้จริงหรือไม่ และอยากให้ประชาชนจับตาดูกรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม กำลังอยู่ในช่วงเด้งกลับมาผ่านการพิจารณาจากศาล แต่มีส่วนต่างจากประมูล 2 ครั้ง ราว 6.8 หมื่นล้านบาท จะปล่อยไป หรือไม่ ค่าผ่านทางเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าเหมาะสมหรือไม่ หากจะปรับตำแหน่ง รมว.คมนาคม นายสุรเชษฐ์ ตอบว่า ส่วนตัวมองว่าผลงานไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันอย่างที่บอกและเหตุผลการปรับ ครม.จริงๆอาจไม่ได้วัดกันที่ผลงานแฉร้านสะดวกซื้อปูพรมรอเงินหมื่นวันเดียวกัน นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร ทวีตผ่าน x เกี่ยวกับประเด็นโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลว่า “เพื่อนที่เป็นเจ้าของสาขาร้านสะดวกซื้อเล่าให้ฟังว่า มีการเตรียมสินค้ากลุ่มมือถือและทีวี มูลค่าต่ำกว่าหนึ่งหมื่น เตรียมไว้เต็มที่แล้ว เข้าใจโอกาสทางธุรกิจ แค่หวังว่า ร้านทั่วไปจะเข้าโครงการได้อย่างเป็นธรรม”“อุดม” ถอนตัวคำร้องขอแก้ รธน.เมื่อเวลา 12.54 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณี ประธานรัฐสภามีหนังสือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ดังนี้ 1.รัฐสภาจะบรรจุวาระและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยังไม่มีผลการออกเสียงประชามติว่า ประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ 2.ในกรณีที่รัฐสภาสามารถบรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ การจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียก่อนว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ จะต้องกระทำในขั้นตอนใด ทั้งนี้ นายอุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอถอนตัวจากการพิจารณาคดี เนื่องจากเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564ศาล รธน.เอกฉันท์สั่งไม่รับวินิจฉัยศาลพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 7 (2) และมาตรา 44 กรณีต้องเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจที่เกิดขึ้นแล้ว การบรรจุวาระการประชุมรัฐสภาเพื่อ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เป็นหน้าที่และอำนาจของประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 80 และข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 119 กรณีไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาที่เกิดขึ้นแล้ว และคำร้องมีสาระสำคัญเป็นเพียงข้อสงสัย ไม่ต้องด้วยเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 7 (2) และมาตรา 44 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ต่อลมหายใจให้ก้าวไกลอีก 15 วันนอกจากนี้ ในส่วนคำร้องที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล กรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (ม.112) พรรคก้าวไกลยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญออกไปอีก 30 วันนั้น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นควรให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันที่ 18 เม.ย. จะครบกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 3 พ.ค.2567สส.ก.ก.ฉะ “คุณพ่อรู้ดี” จุ้นยุบพรรคที่พรรคก้าวไกล นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ปากกาอยู่ที่เขา ตนและเพื่อน สส.ก้าวไกลต้องทำให้ดีที่สุด เชิงกฎหมายเราสู้เต็มที่ ขวัญกำลังใจยังดีเยี่ยม เชื่อว่าถ้าตัดสินกันด้วยเหตุผล ไม่ควรจะยุบ เหมือนเราจะคบกับเพื่อน ไม่ควรมีพ่อรู้ดีที่ไหนมาบอกว่าไม่ควรคบกัน ถ้าอุดมการณ์ไม่ดี ประชาชนลดความนิยมต้องเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ใช่มีพ่อรู้ดีไม่กี่คนสั่งว่าห้ามคน 14 ล้านคนนี้มาคบกันเป็นเพื่อน ไม่ควรเป็นเช่นนั้นโวย กกต.ประกาศคัดเลือก สว.ช้าอีกเรื่อง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงการจัดเลือกตั้ง สว.ว่า อีกไม่ถึง 1 เดือน สว.ชุดปัจจุบันจะหมดวาระ เข้าสู่กระบวนการคัดเลือก สว.ชุดใหม่เป็นทางการ แต่จนถึงวันนี้เกณฑ์และกติกาที่เกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าว ยังไม่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ แม้ตัวแทน กกต.เคยชี้แจงว่าระเบียบและประกาศที่เหลืออยู่ควรเสร็จสิ้นเผยแพร่ได้ก่อนสงกรานต์ มีอยู่ 2 ฉบับ ที่สำคัญมาก คือ 1.ประกาศเกี่ยวกับคุณสมบัติของ 20 กลุ่มอาชีพ 2.ระเบียบเกี่ยวกับการแนะนำตัวของผู้สมัคร เช่น ผู้สมัครแนะนำตัวรณรงค์อย่างไรได้บ้าง จะประกาศจุดยืนหรือแนวทางปฏิบัติหน้าที่ เช่น จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ประชาชนทั่วไปสามารถแนะนำตัว รณรงค์ให้ผู้สมัครที่ตนสนับสนุนอย่างไรได้บ้าง ยิ่งกติกาดังกล่าวออกมาช้า สร้างข้อจำกัดมากเท่าไหร่ ยิ่งมีความเสี่ยงมีปัญหาในเชิงปฏิบัติกว่าเดิม อาจกระทบต่อความเที่ยงตรง และเป็นธรรมได้จับไต๋ให้ชุดลากตั้งรักษาการยาวโฆษกพรรค ก.ก.กล่าวว่า ข้อกังวลหากกระบวนการคัดเลือก สว.มีปัญหา และนำไปสู่ข้อร้องเรียนจำนวนมาก จนทำให้ กกต.ไม่พร้อมจะยืนยันว่าการคัดเลือกดังกล่าวเป็นไปโดยถูกต้อง สุจริต และเที่ยงธรรม ทาง กกต.มีช่องในการที่จะยังไม่ประกาศผลการคัดเลือก สว.ชุดใหม่ ตามระเบียบว่าด้วยการเลือก สว.ข้อ 154 ทำให้ สว. 250 คนชุดปัจจุบัน ยังคงรักษาการต่อไปโดยไม่มีกำหนด แม้ไม่มีอำนาจตามบทเฉพาะกาลแล้ว แต่ยังมีอำนาจเทียบเท่า สว.ชุดใหม่ ที่กำลังถูกคัดเลือก เช่น อำนาจยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อำนาจรับรองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอนุ กมธ.ชงนิรโทษม็อบปี 48-67เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาข้อมูลและสถิติคดีความผิดอันเนื่องจากแรงจูงใจทางการเมือง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการพิจารณาแนวทางตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า อนุ กมธ.ประชุมครั้งสุดท้าย เพื่อสรุปแนวทางเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน พิจารณาในวันที่ 18 เม.ย. ได้ข้อสรุปคือ นิยามแรงจูงใจทางการเมือง ให้หมายถึงการกระทำที่มีพื้นฐานมาจากความคิดที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง หรือต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้ง หรือความไม่สงบทางการเมือง โดยรวบรวมข้อมูล และสถิติคดี จากสำนักงานศาลยุติธรรม เบื้องต้นมีทั้งหมด 25 ฐานความผิด จะครอบคลุมการกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548-2567ไม่เคลียร์ 110, 112 เข้าข่ายหรือไม่นายนิกรกล่าวว่า เหตุการณ์ชุมนุมที่มีฐานความผิดอันเนื่องมาจากแรงจูงใจทางการเมือง จะประกอบด้วย 1.การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กลุ่มพันธมิตรฯ) ปี 2548-2551 2.การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2550-2553 3.การชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ปี 2556-2557 4.การชุมนุมกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนปี 2563 ถึงปัจจุบัน ส่วนความผิดตาม ป.อาญามาตรา 110 และมาตรา 112 อนุ กมธ.ไม่มีการชี้ชัดว่าจะอยู่ใน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่ เนื่องจากทั้ง 2 มาตรา เป็นประเด็นอ่อนไหว และเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐแนะอัยการสั่งไม่ฟ้องคดียิบย่อยนายนิกรกล่าวว่า อนุ กมธ.มีความเห็นเพิ่มเติมว่าควรพิจารณาสั่งไม่ฟ้องในคดีอาญาที่ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ โดยอาศัย พ.ร.บ.องค์กรอัยการ และพนักงานอัยการมาตรา 21 ที่ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยุติคดี หรือถอนฟ้องคดีได้ เพื่อกรองคดีออกไปก่อนที่จะมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อาทิ คดีความผิดตาม พ.ร.ก.ว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีอยู่ 73,009 คดี ทั้งในช่วงโควิด หรือคดีความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก ที่มี 2.6 ล้านคดี พร้อมส่งรายงานให้อนุ กมธ.จำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางตรา พ.ร.บ.ฯ ที่มีนายยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เป็นประธาน ไปพิจารณาแนวทางจำแนกฐานความผิด และคาดว่าจะเสนอรายงานต่อที่ประชุมสภาฯพิจารณาได้ในสมัยประชุมหน้าคดีจำนำข้าวไม่เข้าข่ายล้างผิดผู้สื่อข่าวถามว่าการนิรโทษกรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะอยู่ในเกณฑ์ได้รับการนิรโทษด้วยหรือไม่ นายนิกรตอบว่า อนุ กมธ.ไม่ได้พิจารณาประเด็นนี้ ไม่สามารถพิจารณาเป็นรายบุคคลได้ กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้อยู่ใน 25 ฐานความผิด เมื่อถามย้ำว่าคดีจำนำข้าวไม่ได้อยู่ในฐานความผิดที่จะพิจารณาใช่หรือไม่ นายนิกรตอบว่า ไม่ได้พิจารณาเป็นรายบุคคลหรือรายเคส ส่วนตัวไม่มีความเห็นในคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ และยืนยันไม่มีใครส่งสัญญาณอะไรมาเปิด 25 ฐานมีสิทธิ์นิรโทษกรรมผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 25 ฐานความผิดที่อนุ กมธ.พิจารณาศึกษาข้อมูล และสถิติคดีความผิดอันเนื่องจากแรงจูงใจทางการเมือง อาทิ ความผิดตาม ป.อาญา ความผิดต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท มาตรา 107-112 ผิดต่อความมั่นคงของรัฐ มาตรา 113-129 ผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร มาตรา 211-214 ผิดก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง มาตรา 215-216 ผิดก่อให้เกิดเพลิงไหม้ มาตรา 217-220 ผิดต่อร่างกายมาตรา 295-300 ผิดต่อเสรีภาพ มาตรา 309-321 ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ มาตรา 358-361 ผิดฐานบุกรุก มาตรา 362-366 ผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่