การสู้รบครั้งใหม่ในพม่าส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรงเพราะเป็นการสู้รบใกล้ดินแดนไทย จึงมีการเคลื่อนย้ายทั้งกำลังทหารและประชาชนตามบริเวณชายแดน รัฐบาลไทยต้องตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดูแลคนหลายกลุ่ม ทั้งทหารพม่าที่หนีมาจากเมืองเมียวดี ชาวพม่า และคนกลุ่มอื่นๆนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะทำงานเฉพาะกิจ เปิดเผยว่ามีทหารพม่าที่หนีการสู้รบมาชุมนุมตามแนวชายแดนเต็มไปหมด แต่ไม่มีใครละเมิดแผ่นดินไทย อย่างไรก็ตาม มีข่าวเล่าลือว่าเครื่องบินพม่าที่ได้รับอนุญาตให้จอดที่สนามบินแม่สอดถูกนำไปใช้ระดมทหาร รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ลือกันว่าขนแม้กระทั่งเงินกลับพม่าการสู้รบครั้งล่าสุดขณะนี้เป็นผลของความผิดพลาดของคณะผู้นำรัฐบาลทหารพม่าที่ตัดสินใจยึดอำนาจรัฐบาลประชาธิปไตย ซึ่งมีนางอองซาน ซูจี เป็นผู้นำ เมื่อต้นปี 2564 โดยอ้างว่าพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย โกงการเลือกตั้ง และสัญญาว่าจะกลับสู่ประชาธิปไตยด้วยการเลือกตั้งใหม่ในหนึ่งปีแต่ 3 ปีผ่านไป รัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้งตามสัญญา เพราะดูสถานการณ์แล้ว แพ้เลือกตั้งอีกแน่ๆ เพราะรัฐบาลไม่ได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมากของประชาชน ที่ติดใจในระบอบประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ พม่ากลับมาติดต่อค้าขายกับนานาชาติ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นชาวพม่าส่วนใหญ่นอกจากจะไม่สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการแล้ว ยังร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น กะเหรี่ยง มอญ และไทยใหญ่ จัดตั้งรัฐบาลต่อต้านเผด็จการ จับมือกันลุกฮือต่อต้านรัฐบาล ทำให้ฝ่ายรัฐบาลสูญเสียดินแดนเป็นอันมากจึงอาจสรุปได้ว่าฝ่ายรัฐบาลต้องประสบความพ่ายแพ้ ทั้งในการสู้รบและด้านการเมือง ดินแดนสำคัญที่รัฐบาลต้องสูญเสียขณะนี้คือ เมียวดี เมืองสำคัญของกองกำลังกะเหรี่ยง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทยความเพลี่ยงพล้ำของรัฐบาลเผด็จการในพม่า เป็นหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนอีกครั้งว่าในโลกปัจจุบันซึ่งมีอยู่เกือบ 200 ประเทศทั่วโลก ฝ่ายเสรีนิยมจึงยึดมั่นในประชาธิปไตยเป็นผู้ชนะ ส่วนรัฐบาลผู้ยึดติดในระบอบอำนาจนิยม ยึดมั่นในการปกครองเผด็จการ ตัดสินปัญหาด้วยการใช้กำลังคือผู้แพ้.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม