ก็คงจะได้เห็นแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ใครเป็นใคร จากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ของพรรค “เพื่อไทย”เพราะไม่ใช่แค่ “อุ๊งอิ๊งค์” หัวหน้าพรรคกับบรรดาลูกพรรค เท่านั้น แต่ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ก็เข้าร่วมด้วยใน ฐานะสมาชิกพรรคไม่ใช่แค่นั้น...“ทักษิณ ชินวัตร” เจ้าของพรรคตัวจริงเสียงจริง ตั้งแต่ไทยรักไทยจนมาถึงเพื่อไทย ก็ร่วมด้วย เพียงแต่มาในรูปแบบ วีดิทัศน์“เพื่อไทย” ไม่ใช่พรรคอนุรักษ์นิยมใหม่ ไม่ได้อยู่ในดีเอ็นเอของพรรคเพื่อไทยหรือไทยรักไทย แต่พรรคเพื่อไทยจริงๆสร้างมาจากไทยรักไทย เป็นพรรครีฟอร์ม หรือเป็นพรรคผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไทยรักไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงมาหลายอย่าง“ทุกเรื่องเป็นเรื่องใหม่ที่ไทยรักไทยทำวันนี้ เพื่อไทยก็กำลังจะทำดิจิทัลวอลเล็ตโคตรใหม่ ไม่ใช่ใหม่ธรรมดา วันนี้ไม่ได้ อยู่กับเรื่องโบราณแน่นอน เพราะโลกเปลี่ยนไป เพื่อไทยก็ต้อง ปรับตัวเปลี่ยนไปเรื่อยๆ”ก็ชัดเข้าไปอีกนิด...ว่าทุกอย่างมาจากใคร?นอกจากนั้นยังบอกด้วยความมั่นใจว่า “เศรษฐา” สามารถ นำพาประเทศไปได้ เพราะเป็นนักบริหารมีประสบการณ์มาก การมีเครือข่ายที่ส่งเสริมช่วยเหลือสนับสนุนกันเป็นสิ่งที่จำเป็น“เศรษฐา” เหมาะที่จะลงไปในช่วงที่เปลี่ยนผ่านระหว่างการเมืองที่มีหลายพรรคอันจะบอกว่า การที่เขาเลือกสนับสนุน “เศรษฐา” ให้เป็นนายกรัฐมนตรีก็เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและสอดรับกับสถานการณ์ทางการเมืองพูดง่ายๆว่า ใช้คนถูกกับงานตามสภาพความเป็นจริงว่าไปแล้วนายกรัฐมนตรีคงไม่ต้องเหนียมอายหรือกลัวถูกมองภาวะการดำรงอยู่ของตนเองอีกแล้วเพราะเขาเป็นคนที่ถูกเลือก!เป็นคนที่อยู่ในสังกัดของผู้มากบารมีคนสำคัญเพียงแต่จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่ต้องสนใจว่า ประเทศนี้จะมีนายกรัฐมนตรีกี่คน เพราะสังคมรู้ดีแล้วว่า ใครเป็นใคร มีอำนาจมากน้อยแค่ไหนเว้นแต่จะไม่สามารถทำงานได้ตามเป้า หรือเกิดความผิดพลาดก็มีสิทธิถูกเปลี่ยนตัวได้ก็เลยไม่ต้องแปลกใจเมื่อ “เศรษฐา” บอกว่า เขาจะทำให้ “เพื่อไทย” ชนะการเลือกตั้งในครั้งต่อไปให้ได้ เพราะเรามี 141 เสียง จาก 500 เสียง เราต่อสู้กับอดีตที่ขมขื่นแต่มีอนาคตที่มีแสงสว่างมี 141 เสียงในวันนี้แต่จะเยอะขึ้นอีก ทุกคนอยากให้พรรคเจริญก้าวหน้า“มีหัวหน้าพรรคมุ่งมั่น มีคนรุ่นใหม่ มีผู้อาวุโสประคับประคอง มีอดีตนายกฯที่ป๊อปปูลาร์มากที่สุดในเมืองไทยกลับมาแล้ว และมีนายกฯที่มีจุดประสงค์เดียวในชีวิต”“คือชนะเลือกตั้งครั้งต่อไป ขอให้มั่นใจในนายกฯคนนี้”ประกาศตัวอย่างนี้คงได้ใจสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปไม่มาก ก็น้อย แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถทำได้อย่างที่พูดได้หรือไม่เพราะคู่แข่งที่สำคัญ วันนี้ก็ไม่ธรรมดา และเคยสร้างความเจ็บปวดให้เห็นมาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันแต่อย่างน้อยก็คงได้ใจเจ้าของพรรคไปไม่น้อย ที่แสดงความมุ่นมั่นให้ปรากฏ!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม