“มีคนมาขอให้ฉันนิยามสไตล์ตัวเองว่าเป็นแบบไหน ฉันมักตอบว่าไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องทำ แต่พวกคุณต้องไปคิดกันเอาเอง การเป็นคนมีสไตล์กับเป็นคนนำแฟชั่นแตกต่างกัน คุณใช้เงินซื้อข้าวของให้ตัวเองนำเทรนด์แฟชั่นได้ แต่การมีสไตล์มันอยู่ในดีเอ็นเอ”...ก็เพราะกล้าคิดต่างฉีกทุกกฎเกณฑ์แบบนี้ “ไอริส แอปเฟล” (IRIS APFEL) จึงครองบัลลังก์สไตล์ไอคอนตลอดกาล ผู้ไม่ยอมให้อายุเป็นอุปสรรคขัดขวางแพสชันคุณยายสุดแซบให้นิยามตัวเองว่าเป็น “ดาราหน้าใหม่สูงอายุ” (geriatric starlet) หลังโด่งดังเป็นพลุแตกตอนอายุ 84 ปี เมื่อผู้อำนวยการสถาบันเครื่องแต่งกาย พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน ในนิวยอร์กซิตี้ ขอยืมจิวเวลรีจากคอลเลกชันส่วนตัวของคุณยายมาจัดแสดงนิทรรศการเครื่องประดับ พร้อมกับเสื้อผ้าไม่กี่ชุด แต่เมื่อมาเปิดตู้เสื้อผ้าบ้านคุณยายก็ถึงกับตะลึง และเปลี่ยนใจอุทิศนิทรรศการดังกล่าวให้เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับสไตล์ของ “ไอริส แอปเฟล” ในหัวข้อ “Rara Avis (Rare Bird) : Selections from the Iris Barrel Apfel Collection” ถือเป็นครั้งแรกของพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอนิทรรศการเกี่ยวกับเสื้อผ้าและเครื่องประดับของบุคคลที่มีชีวิตอยู่ ซึ่งไม่ใช่แฟชั่นดีไซเนอร์ ครั้งนั้นมีการจัดแสดงเสื้อผ้า 82 ชุด และเครื่องประดับมากกว่า 300 ชิ้น โดยยกย่องว่า “ไอริส แอปเฟล” เป็นตัวแทนของความเป็นอเมริกันในทุกความหมาย เธอคือหนึ่งในบุคคลที่เปี่ยมด้วยพลัง เป็นที่สุดในโลกแฟชั่น, สิ่งทอ และอินทิเรียดีไซน์ ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่โลดแล่น เธอได้บ่มเพาะสไตล์ของตัวเอง ซึ่งเปี่ยมด้วยไหวพริบและความเป็นตัวของตัวเองอย่างน่าจับตามอง ผลลัพธ์ก็คือการแจ้งเกิดในชั่วข้ามคืน กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ผู้คนหลากหลายวงการต่างตบเท้ากันเข้ามาเปิดตู้เสื้อผ้าของคุณยายอย่างล้นหลาม หนุนส่งให้ “ไอริส แอปเฟล” กลายเป็น “แฟชั่นไอคอนชั่วข้ามคืน” ที่สร้างแรงบันดาลใจมหาศาลให้กับผู้คน โดยคุณยายถือคติ “More is more, and less is a bore”คุณยายทำมาหมดแล้วตั้งแต่ขึ้นปกแมกกาซีนแฟชั่น, เดินสายเป็นวิทยากรพิเศษตามมหาวิทยาลัย, เป็นคอลัมนิสต์, ถ่ายโฆษณา, ทำหนังสือของตัวเอง, มีหนังสารคดีของตัวเอง, เซ็นสัญญาเป็นนางแบบ ตอนอายุ 97 และมีผลงานออกแบบร่วมกับแบรนด์แฟชั่นมากมาย แม้แต่ตุ๊กตาบาร์บี้ก็มีเวอร์ชัน “ไอริส แอปเฟล” ใส่แว่นตาอันโตเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร ย้อนเส้นทางชีวิตของ “ไอริส แอปเฟล” เกิดเมื่อปี 1921 ในเมืองควีนส์ รัฐนิวยอร์ก พ่อเป็นเจ้าของร้านทำกระจก ส่วนแม่เชื้อสายรัสเซีย เปิดบูติกเล็กๆขายเครื่องประดับแฟชั่น เธอได้นิสัยรักการแต่งตัวมาจากแม่ และหลงใหลของเก่าสไตล์วินเทจมาตั้งแต่เด็กๆ หลังร่ำเรียนจบด้านประวัติศาสตร์ศิลปะจากนิวยอร์กยูนิเวอร์ซิตี้ และสถาบันศิลปะ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เธอเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักเขียนให้นิตยสาร “Women’s Wear Daily” แลกกับค่าเหนื่อยอาทิตย์ละ 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมรับจ๊อบเป็นผู้ช่วยอินทิเรียดีไซเนอร์ “เอลินอร์ จอห์นสัน” และนักวาดภาพประกอบ “โรเบิร์ต กูดแมน” กระทั่งได้มาแต่งงานกับสามี “คาร์ล แอปเฟล” ในปี 1948 ทั้งคู่จึงร่วมกันก่อตั้งบริษัทสิ่งทอเป็นของตัวเอง ชื่อว่า “Old World Weavers” เชี่ยวชาญด้านการนำผ้าวินเทจมาใช้ในการตกแต่งภายใน ซึ่งรวมถึงการเข้าไปตกแต่งทำเนียบขาวให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯมาแล้วถึง 9 คน จนได้ฉายาว่า “First Lady of Fabric” นอกจากนี้เหล่าไฮโซเซเลบทั่วเกาะแมนฮัตตันก็เป็นลูกค้าของเธอ เพิ่งจะวางมือทางธุรกิจตอนอายุ 71 ปีคุณยายกับสามีถือเป็นคู่แฟชั่นไอคอนที่ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ ทั้งคู่ใช้ชีวิตแต่งงานกันมายาวนานถึง 67 ปี โดยไม่มีทายาทสืบทอด และสามีของคุณยายก็เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 8 ปีก่อน ขณะอายุ 100 ปีเต็ม นอกจากแว่นตาขนาดโอเวอร์ไซส์และการแต่งกายที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น คุณยายยังเป็นแรงบันดาลของการใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ โดยไม่ปล่อยให้อายุเป็นอุปสรรค เคล็ดลับการมีอายุยืนยาวมาถึง 102 ปี นั้นแสนเรียบง่าย คุณยายจะเริ่มต้นวันใหม่ทุกเช้าด้วยน้ำส้มคั้น เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย และป้องกันอาการป่วย ทานแต่ปลาเนื้อขาวและเนื้อไม่ติดมันกับผักเยอะๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสูง โดยทุกมื้อจะต้องมีผลไม้ตบท้ายเสมอ คุณยายเลิกสูบบุหรี่มานานแล้ว แม้จะไม่ค่อยออกกำลังกาย แต่ก็ยังแอ็กทีฟออกจากบ้านทุกวัน คุณยายย้ำเสมอว่าอาหารต้องห้ามสำหรับคนอายุยืนคือ ปลาดิบ, เนื้อดิบ และอาหารจานด่วนทั้งหลาย แถมแนะนำให้หลีกเลี่ยงน้ำตาล, โซดา และเกลือถามว่าอยากใช้ชีวิตจนคุ้ม และเต็มเหนี่ยวไปด้วยประสบการณ์อย่างคุณยาย ต้องทำยังไง คุณยายมอบ 9 เคล็ดลับเกษียณอย่างมีความสุขสไตล์ “ไอริส แอปเฟล” ฝากไว้แทนความทรงจำในวันที่จากโลกไปแล้ว“อย่าหมกมุ่นกับเรื่องอายุ จะทำให้จิตใจขุ่นมัว” สำหรับคุณยายอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ที่ใจ“จงฟังเสียงหัวใจคุณเอง” คุณยายพูดเสมอว่าไม่เคยอยากเป็นคนดัง และไม่เคยสนใจว่าใครจะรู้จักหรือไม่รู้จัก แค่รู้ด้วยสัญชาตญาณว่าอยากทำอะไรใหม่ๆตลอดเวลา ที่ทำให้หัวใจดี๊ด๊าตื่นเต้น ไม่แห้งเหี่ยวไปวันๆ “อยากเด็ก ก็ต้องคิดแบบเด็ก” อย่าปล่อยตัวเองจมปลักอยู่กับสังคมคนแก่รุ่นราวคราวเดียวกัน ให้ออกไปหาเอเนอร์จี้ใหม่ๆ รู้จักคนใหม่ๆ และคบเด็กเยอะๆ จะได้แชร์พลังบวกและความมีชีวิตชีวา“สนใจแต่ความคิดของตัวเอง ไม่ต้องแคร์เสียงนกเสียงกา” กล้าลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่อยากทำ โดยไม่ต้องสนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่น“อย่าปล่อยตัวเองให้เดียวดาย” การมีเพื่อนและมีสังคมช่วยให้ชีวิตในวัยเกษียณไม่เหงาและสิ้นหวังเกินไป “เงินไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้” การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข, การได้รู้จักกับความรัก, การมีคนที่รักเราอยู่รอบตัว และการรู้จักให้มากกว่ารับอย่างเดียว สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่มีค่ามากกว่าเงิน“สไตล์ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน” การเป็นคนมีสไตล์ไม่ใช่การสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมแพงๆ เราใช้เงินซื้อเทรนด์แฟชั่นล่าสุดได้ แต่เงินซื้อสไตล์ไม่ได้ มันไม่เกี่ยวว่าคุณใส่อะไร แต่สิ่งสำคัญกว่าคือคุณใส่มันออกมายังไง“เลิกเสแสร้งว่าเด็กกว่าอายุจริง” ปล่อยให้ริ้วรอยของกาลเวลาได้ทำงานตามธรรมชาติ ถ้าคุณอายุ 75 แล้วไปดึงหน้า ยังไงๆก็ไม่มีใครคิดว่าคุณอายุ 30 หรอกสุดท้ายสั้นๆแต่บ่งบอกตัวตนของ “ไอริส แอปเฟล” ได้เต็มร้อย “ถ้าคุณแต่งตัวไม่เหมือนคนอื่น คุณก็ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนคนอื่น” สมแล้วที่เกิดมาเพื่อให้โลกจำ!!ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่