ตอนที่ 13 ในหนังสือ ศรีบูรพา ผู้ถือปากกาสู้กับรัฐบาลทหาร (รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2565) เริ่มต้นว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ กลับจากดูงานหนังสือพิมพ์ที่ญี่ปุ่น ก็ไม่รับ เป็น บก.นสพ.ประชาชาติอีกขณะ มาลัย ชูพินิจ เป็น บก. “ศรีบูรพา” นอกจากเขียนคอลัมน์ ให้สม่ำเสมอ ยังมีเวลาเขียน “ข้างหลังภาพ” แล้วยังไปสมัครเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เรียนจนจบธรรมศาสตรบัณฑิตช่วงเวลานี้เอง ประชาชาติก็เจองานใหญ่เหตุจากลงข่าวทหารกรม ปตอ. มีเรื่องชกต่อยกับสามล้อที่หน้าสนามมวยหลักเมือง เรื่องถึงโรงพักชนะสงคราม “ประชาชาติ” ลงข่าว ตำรวจโทรศัพท์ให้นายทหารมารับทหารที่ก่อเรื่องกลับไปกรมกองเนื้อหาข่าวขัดตา ขุนปลด ผู้บังคับกอง ขุนเรือง รองผู้บังคับกอง ยกโขยงทหาร 3 คันรถติดปืนกล ไปหน้าวัง “ท่านวรรณ” ถนนหลังสวน ย่านเพลินจิต เรียกร้องเอาตัวนักข่าว และเจ้าหน้าที่กอง บก.ไปที่กรม ปตอ.ข้อหาลบหลู่เกียรติทหาร“ท่านวรรณ” ในฐานะเจ้าของหนังสือพิมพ์ ส่งรถไปรับ คุณมาลัย ชูพินิจ บก.ประชาชาติ กับเจ้าหน้าที่กอง บก.มาคุยกับทหารที่วัง คุณมาลัยยืนยันกับทหาร การลงข่าวเป็นงานในหน้าที่ธรรมดาๆไม่มีเจตนาร้ายหรืออะไรเร้นลับพิเศษระหว่างประชาชาติ กับกรม ปตอ.ฝ่ายหนังสือพิมพ์จะพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบขอจบเรื่อง...บก.มาลัย ขอรับผิดชอบแทนนักข่าวและเจ้าหน้าที่กอง บก.คนเดียว แต่ ขุนปลด ขุนเรือง ก็ไม่ฟังจะเอาตัวคนหนังสือพิมพ์ ไป “ปรับความเข้าใจ” ที่กรมทหารให้ได้ท่าเดียวเบื้องลึกฉากหลัง...ระดับความสัมพันธ์ดั้งเดิม กุหลาบ สายประดิษฐ์ บก.คนแรก กับ จอมพล ป.พิบูลสงคราม รัฐมนตรีกลาโหม ตอนนั้นถึงระดับ จอมพล ป.เคยเป็นแขกในงานแต่งงานคุณกุหลาบแต่ระดับความสัมพันธ์เริ่มจืดจาง เมื่อประชาชาติลงข่าวทหารบ่อยๆ เทน้ำหนักเรื่องงบกระทรวงกลาโหมการเจรจาในวังท่านวรรณเดินหน้าไปถึงขั้น ฝ่ายทหารยอมรับ บก.มาลัยไปกรมทหารคนเดียวหนังสือบันทึกจอมพล...มีเนื้อหาบางตอนว่า...คุณมาลัยพยายามติดต่อขอพบท่านจอมพล...แต่ท่านจอมพลยังไม่ยอมให้พบ ติดต่อไปที่หลวงธำรงฯ รมว.มหาดไทย ขอทราบทหารใช้อำนาจอะไร ไปเที่ยวเชิญใครต่อใครไปกรมกองหลวงธำรงก็ไม่รับสายบก.มาลัย ได้พูดกับ คุณเนตร พูนวิวัฒน์ ได้คำตอบ “ทราบแล้วๆ จะช่วยจัดการให้” แต่ก็ไม่เห็นจัดการอะไร ในหนังสือบันทึกจอมพล...เขียนว่า ต่อมา คุณมาลัยก็ได้เจอจอมพล ป.ก็ถามเรื่อง ขุนปลด ขุนเรืองซ้ำท่านจอมพลยิ้ม “กันเองน่า” พยายามไม่พูดต่อ แต่ก็ต้องคุยกันถึงเรื่องงบกลาโหมนานถึงสามชั่วโมงข่าวนี้เป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ ซุบซิบกันแซ่ดทั้งบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ทูต สถานทูตอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ที่อยู่แถวนั้น แตกตื่นบอกข่าวกัน “ท่านวรรณถูกทหารจับไปแล้ว”ผมอ่านมาแค่นี้ ก็ได้แต่ปลื้ม นักหนังสือพิมพ์รุ่นตำนาน...ท่านสู้กับปากกระบอกปืนทหารอย่างไม่หวั่นเกรง จับได้ก็จับเอาเข้าคุกไป ฆ่าได้ก็ตายไป คนที่ยังอยู่ก็สู้ต่อมาถึงวันนี้ งานใช้ปากกาสู้เผด็จการทหารเปลี่ยนไป เพราะผู้คนทั้งบ้านเมืองเป็นสื่อกันทุกคนแล้ว หากทหารแบบขุนปลดขุนเรืองยังมี ก็คงจะสู้กับ “กระแสโซเชียล” ไม่ไหวส่วนนักการเมืองกับทหารซึ่งหลายครั้งก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ...ตอนนี้เส้นขนานแนวรบเปลี่ยน รัฐมนตรีกลาโหมพลเรือนผูกสมัครรักใคร่กับทหารใหญ่น้อยเต็มที่อย่างน้อยก็พอเบาใจได้ ในรัฐบาลนี้ ทหารจะไม่ขับรถติดปืนกล หรือขี่รถถังออกมากินลมชมวิวบนถนนอีกต่อไป.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม