ปราชญ์จีนโบราณ มีชื่อเรียกท้าย “จื่อ” หลายคน แต่ในบทที่เจ็ดของหนังสือ “ตูน” ปรัชญาเต๋า (สุรัติ ปรีชาธรรม โชติช่วง นาดอน แปล สำนักพิมพ์ พิมพ์ดี พ.ศ.2562) มีเรื่องของ“หยางจู”สำหรับผม นี่เป็นความรู้แปลกใหม่ ก็รีบตั้งใจอ่านแค่เริ่มต้นอ่านก็ยิ่งแปลกใจ เพราะคำแนะนำให้รู้จักหยางจู มีว่า เคยร่ำเรียนกับเหลาจื่อ คนทั่วไปจึงเข้าใจว่าเป็นนักลัทธิเต๋า แต่ความจริง หลักคำสอนหยางจูกับลัทธิเต๋า แตกต่างหยางจูเห็นว่า ชีวิตคนเราสั้นนัก สมควรประพฤติปฏิบัติเสพสุขตามใจปรารถนา ไม่ควรเสียประโยชน์ ถึงขนาดหากต้องเสียขนสักเส้นหนึ่งเพื่อโลกนี้ ก็ไม่ควรกระทำเรื่องแรกของหยางจู ผู้แซ่เหมิงถามว่า“ทำไม คนเรามักไม่รู้จักพอ มัวกระหายแต่ชื่อเสียง”“ก็พอมีชื่อเสียงแล้ว ความร่ำรวยจะตามมา”หยางจูตอบ จึงมีคำถามต่อ “เมื่อร่ำรวยแล้ว ก็อยากได้ยศศักดิ์อีกไงเล่า?” ผู้แซ่เหมิงก็ถามต่อ “แต่คนที่สูงศักดิ์แล้ว ก็มักไม่รู้จักพอ”หยางจูตอบ“ ก็คนสูงศักดิ์ ต้องตระเตรียมไว้ สำหรับตอนตาย”“ตายแล้วก็แล้วกัน ต้องไปคิดเตรียมอะไรด้วย” “ อ้าว! ก็ตระเตรียมไว้ให้ลูกหลาน”คำถามนี้หยางจูต้องอธิบายยืดยาว “ชื่อเสียงทำให้ลูกหลานในวงศ์ตระกูล ได้รับความเคารพนับถือ แต่ผู้ที่จะแสวงหาชื่อเสียงนั้น ภายนอกต้องดูสมถะ ไม่โลภมาก ฉะนั้นจึงยากจน แล้วก็ได้ชื่อเสียงในแง่สมถะมักน้อยผู้แสวงชื่อเสียงต้องน้อมใจถ่อมถอย เพราะถ่อมถอยจึงอยู่อย่างต่ำต้อย เพราะอยู่อย่างต่ำต้อย จึงมีชื่อเสียงในแง่ถ่อมตัว ไม่ทะเยอทะยาน”มีตัวอย่างเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ ที่หยางจูยกมาเปรียบเปรย“เมื่อก่วนจง เป็นสมุหนายกแคว้นฉี องค์ราชากับสมุหนายกมีอุปนิสัยเหมือนกัน คือ ฟุ้งเฟ้อทะเยอทะยาน แคว้นฉีจึงเติบใหญ่เข้มแข็ง เป็นประมุขเหนือแคว้นต่างๆแต่ครั้นตายไป เขาก็เหลือแต่ชื่อเสียงอันว่างเปล่าจอมปลอม”“เมื่อเถี่ยนเหิงเป็นสมุหนายกแคว้นฉีนั้น องค์ราชันย์หยิ่งผยอง เถี่ยนเหิงถ่อมถอย องค์ราชันย์รีดนาทาเร้นจากราษฎร แต่เถี่ยนเหิงเผื่อแผ่บุญคุณช่วยเหลือราษฎรราษฎรจึงจงรักภักดีเถ่ียนเหิง ลูกหลานวงศ์ตระกูลเถี่ยน ก็ได้รับความเคารพรัก”หยางจูวิสัชนาแล้วมีบทสรุป “คนร่ำรวยที่แท้จริงดูภายนอกจะเหมือนยากจน ส่วนคนที่ภายนอกดูเหมือนจะร่ำรวยนั้น ที่แท้ช่างแสนยากจน” ผู้ฟังแซ่เหมิง ฟังแล้วซาบซึ้งมาก อุทานแต่คำว่า “ถูกแล้วๆ”หยางจูมีความรู้ที่เล่าได้ต่อ “ของจริงไม่มีชื่อเสียง มีชื่อเสียงไม่ใช่ของจริง ชื่อเสียงเป็นเพียงเครื่องมือแสวงหา ผลประโยชน์เท่านั้น”“พระเจ้าเหยาแสร้งกล่าวมอบแผ่นดินนี้แต่สวีโหยว ดูราวกับว่า พระเจ้าเหยาได้ชื่อเสียงเหลือเกิน ทั้งๆที่ท่านก็มิได้เสียแผ่นดิน ไปสักกะหน่อยเลย”กูจู๋จวิ่นจะยกราชสมบัติให้ป๋ออี๋กับซูฉี สองคนนั้นจึงหลบหนีไป แล้วที่สุดต้องอดตายอยู่แถบดอยโส่วหยาง“ทั้งสองมิได้คิดดอกว่า จะได้ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ภายหลัง”หลังร่ายยาวจบ หยางจูสรุปสั้นๆ “จะจำแนก จริงแท้ จอมปลอม ต้องมองอย่างนี้”ศิษย์ผู้แซ่เหมิง ก็รู้แจ้ง “โลกนี้ไม่มีเรื่องใดพร้อมสมบูรณ์ทุกด้าน เมื่อมีส่วนได้รับ ก็ต้องมีอีกส่วนเสียไปปรารถนาจะเข้าถึงแก่นเที่ยงแท้ ก็อย่าหลงชื่อเสียง หากต้องการชื่อเสียง ก็ย่อมสูญเสียความสงบสุข ที่แท้แห่งแก่นสัจธรรม”ผมอ่านเรื่องแรกของหยางจูจบ ก็จับใจ คิดว่าจะต้องตามอ่านเอามาเล่าต่อไปอีก.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม