หลังจากเอ้อระเหยลอยชายมา 3 เดือน วันนี้ (25 ธ.ค.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะประชุมคณะ กก.ชุดใหญ่ เพื่อตัดสินใจปัญหาสำคัญ 4 ประเด็น1.ควรแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติเพื่อลดเงื่อนไขต้องมีประชาชนลงประชามติเกิน 50 เปอร์เซ็นต์หรือไม่??2.จะต้องทำประชามติกี่ครั้ง? ตั้งแต่เริ่มคิกออฟจนถึงประกาศใช้รัฐธรรมนูญ?(เพราะการจัดลงประชามติมีค่าใช้จ่ายครั้งละ 3,200 ล้านบาท แพงหูดับตับวาย)3.ส.ส.ร.ควรมีจำนวนเท่าใด? ควรมาจากการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์? หรือแบบไฮบริด เลือกตั้งกับลากตั้งผสมกัน?4.การตั้งคำถามในการลงประชามติควรกำหนดรูปแบบอย่างไร? ให้แจ่มแจ้งเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนสับสนมึนงง?“แม่ลูกจันทร์” เตือนความจำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อประกาศใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจเผด็จการ เป็น “1 ใน 4 วาระเร่งด่วน” ของรัฐบาลที่แถลงต่อสภาฯฉะนั้น การประชุมคณะ กก.ชุดใหญ่วันนี้ควรมีความคืบหน้าออกมาบ้างให้สมกับเป็น “วาระเร่งด่วน” ของรัฐบาลประเด็นสำคัญที่สุดที่ควรต้องจบในวันนี้คือที่มาของ ส.ส.ร.จะมาจากไหน? และ ส.ส.ร.จะมีจำนวนเท่าใด?โดย นายนิกร จำนง หน.ทีมรับฟังความเห็นประชาชน จะเสนอต่อที่ประชุมคณะใหญ่ให้มี ส.ส.ร.รวมทั้งสิ้น 100 คน77 คน มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจังหวัดละ 1 คนและที่เหลืออีก 23 คน มาจากการคัดเลือกจากที่ประชุมรัฐสภาเช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโควตา 5 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ 4 คน ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง หรือการบริหารราชการแผ่นดิน 4 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กเยาวชน ด้านสตรี ด้านผู้สูงอายุ ด้านผู้พิการ และด้านผู้มีความหลากหลายทางเพศอีก 10 คน“แม่ลูกจันทร์” ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้มี ส.ส.ร.ลูกผสม มาจากการเลือกตั้ง 77 คน มาจากการลากตั้ง 23 คนเพราะ ส.ส.ร.ควรมาจากการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนเพื่อประชาชนโดยประชาชนอย่างแท้จริง!!ไม่ควรมี ส.ส.ร.ลากตั้งแทรกเป็นยาดำข้อสำคัญ จำนวน ส.ส.ร.แต่ละจังหวัดควรมีสัดส่วนสัมพันธ์กับจำนวนประชากรการกำหนดแบบมักง่ายให้มี ส.ส.ร.จังหวัดละ 1 คนเท่ากันหมด จึงไม่สมดุลกับจำนวนประชากรที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอนึ่ง “แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยกับข้อเสนอของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ว่า มาตรา 50 ของ พ.ร.บ.ประชามติ เปิดช่องให้ประชาชนสามารถลงประชามติผ่านแอปฯในโทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวกสบายและประหยัดงบจัดลงประชามติได้อีกบานตะเกียง!!ประเทศไทยมีประชาชนใช้โทรศัพท์มือถือ 56 ล้านคนเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนกว่า 94 เปอร์เซ็นต์เทคโนโลยียุคใหม่ไม่มีความจำเป็นต้องให้ประชาชนต้องถ่อสังขารไปลงประชามติที่คูหาเลือกตั้งอย่างเดิมนอนเกาสะดืออยู่บ้านก็ลงประชามติได้นะโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ "สำนักข่าวหัวเขียว" เพิ่มเติม