ชุดสืบสวน ปคม.ซุ่มทำคดีเอาผิดโค้ชฟุตบอลและผู้สนับสนุนทีมอดีตนายทหารเกษียณอายุราชการ ร่วมกันล่อลวงนักฟุตบอล เด็กระดับประถมวัย 10 ขวบ ไปล่วงละเมิดทางเพศจนผวา ผู้ปกครองทนไม่ไหวตากหน้าจาก จ.ร้อยเอ็ด เข้าร้องเรียน “ปวีณา หงสกุล” พาเข้าแจ้งความ หลังรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ บุกเข้ารวบตัวได้คาบ้านทั้งคู่ พบหลักฐานสำคัญเป็นคลิปขณะร่วมกันล่วงละเมิดเด็กรวม 4 คน เป็นนักฟุตบอลระดับประถมทีมเดียวกัน ชั้นสอบสวนยอมรับสารภาพแต่โดยดี ขยายผลต่อว่านำคลิปฉาวไปเผยแพร่หรือไม่ และมีเหยื่อมากกว่า 4 คนหรือเปล่า ถ้าพบจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไปตำรวจบุกรวบโค้ชฟุตบอลและผู้สนับสนุนล่วงละเมิดเด็กนักฟุตบอลชาย เปิดเผยขึ้นที่กอง บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.กรีธา ตันคณารัตน์ รอง ผบก.ปคม. และ พ.ต.อ. ศราวุธ จันต๊ะวงศ์ ผกก.3 บก.ปคม. พร้อมด้วยนางปวีณา หงษ์สกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมโค้ชฟุตบอลทีมเยาวชนระดับประถมศึกษา และผู้สนับสนุนทีมร่วมกันกระทำชำเราเด็กชายอายุ 10 ขวบ จำนวน 4 คนจุดแรกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3.บก.ปคม.บุกจับกุมนายสมภรณ์ หรือเอส โพธิวันพัง อายุ 49 ปี ข้าราชการตำแหน่งเกษตรอำเภอระดับ 7 จ.อุดรธานี และโค้ชทีมฟุตบอลเด็ก ที่บ้านใน อ.ประจักษ์ ศิลปาคม จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 4621/ 2566 ลงวันที่ 13 ธ.ค.2566 ส่วนกำลังอีกชุดเข้าจับกุม พ.ต.เกียรติศาสตร์ สัจจาอัครมนตรี อายุ 64 ปี นายทหารเกษียณอายุราชการ ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลที่บ้านใน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ตามหมายจับศาลอาญาที่ 4622/2566 ลงวันที่ 13 ธ.ค.2566ผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 คนถูกดำเนินคดีรวม 6 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ข้อหาร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ 2.ข้อหากระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ 3.ข้อหาร่วมกันพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อไปทำอนาจาร 4.ข้อหาร่วมกันพาผู้อื่นไปเพื่ออนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงขู่เข็ญฯ 5.ข้อหาร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีเพื่อการอนาจาร และ 6.ข้อหาร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจให้เด็กกระทำอันมีลักษณะลามกอนาจาร พร้อมตรวจยึดของกลางโทรศัพท์มือถือที่ใช้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะร่วมกันก่อเหตุเอาไว้เป็นหลักฐานสำคัญพ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงศ์ ผกก.3 บก.ปคม.กล่าวว่า มีผู้ปกครองเด็กชายนักเรียนระดับประถมอายุ 10 ขวบ ผู้เสียหายเข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เนื่องจากถูกผู้ต้องหาทั้งคู่ข่มขืนกระทำชำเรา ระหว่างที่เข้าพักตามโรงแรมที่โค้ชพาทีมเยาวชนไปแข่งขันฟุตบอลตามจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งที่บ้านโค้ช จนเด็กทนไม่ไหวนำเสื้อทีมไปคืนพร้อมขอลาออกจากทีมฟุตบอล ก่อนพากันมาแจ้งความดำเนินคดีที่ บก.ปคม.“จากการสืบสวนพบว่า เมื่อปลายปี 65 นายสมภรณ์ โค้ชฟุตบอลใน จ.อุดรธานี หลอกล่อให้เด็กชายอายุ 10 ขวบ สมาชิกทีมฟุตบอลไปที่บ้านพัก จากนั้นร่วมกับ พ.ต.เกียรติศาสตร์ข่มขืนกระทำชำเราเด็กผู้เสียหายหลายครั้ง พร้อมทั้งถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือด้วย ต่อมายังพบว่า เมื่อเดือน ก.ค.2566 ผู้ต้องหาทั้งคู่ยังล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายสมาชิกทีมฟุตบอลอีก 3 คน หลังพาทีมไปแข่งขันที่ จ.บึงกาฬ ทำให้หนึ่งในเด็กชายผู้เสียหายถึงกับเลือดออกที่ทวารหนัก จนผู้ปกครองต้องพาไปหาหมอ ทำให้เด็กต้องไปขอลาออกจากทีมฟุตบอล เนื่องจากเกิดความหวาดกลัว” ผกก.3.บก.ปคม.กล่าวพ.ต.อ.ศราวุธกล่าวด้วยว่า หลังได้รับการแจ้งความร้องทุกข์ ส่งชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบข้อ เท็จจริงและรวบรวมข้อมูลมามอบให้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม.เร่งดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไว้ได้ ก่อนเปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมตัวทั้งคู่มาดำเนินคดีดังกล่าวด้าน พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. เผยว่า ขณะนี้กำลังขยายผลว่า คลิปอนาจารนั้นถูกนำไปเผยแพร่ที่ไหนหรือไม่ หากถูกนำไปเผยแพร่จะแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่มเติมภายหลัง เบื้องต้นผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม.ดำเนินคดี พร้อมขยายผลต่อไปว่ามีการล่วงละเมิดเด็กชายรายอื่นมากกว่านี้หรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่