นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เผยถึงการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว ระหว่าง บริษัท ปุริ จำกัด บริษัทชั้นนำด้านเครื่องสำอางของไทย และบริษัทไทย สพิริท อินดัสทรี จำกัด (TSI) บริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมผลิตเครื่องดื่ม ทั้งที่เป็นแอลกอฮอล์และไร้แอลกอฮอล์ ที่มีแบรนด์อยู่ในมือกว่า 200 แบรนด์ จากหลากหลายประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว และจากวัสดุเหลือใช้จากการผลิตและการแปรรูปข้าว ให้เกิดการขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ “วัตถุประสงค์ในการทำเอ็มโอยูครั้งนี้ เพื่อสร้างมูลค่าข้าวเพิ่มให้ชาวนา ด้วยการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมในการทำเวชสำอางและเครื่องดื่มจากสายพันธุ์ข้าวที่กรมมีอยู่กว่า 30,000 สายพันธุ์ ขั้นตอนต่อไปกรมฯจะทำการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะที่สุด มาทดลองปลูกในแปลงของสถานีวิจัยทั่วประเทศ 28 แห่ง คาดว่าจะใช้เวลาในการปลูก 100-105 วัน จะมีผลผลิตออกมา โดยเบื้องต้นจะเลือกสายพันธุ์ที่ไม่ไวต่อช่วงแสง เพื่อเริ่มงานได้ทันที ส่วนสายพันธุ์ที่ไวต่อช่วงแสงจะเริ่มทำช่วงข้าวนาปีฤดูกาล 2567 หลังจากคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมได้แล้ว จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต่อไป” อธิบดีกรมการข้าวกล่าว สำหรับบริษัท ปุริ จำกัด บริษัทแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกด้านการผลิตเครื่องหอม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิก 100% กรมการข้าวมีแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2 รูปแบบ คือ Scented Rice (การสกัดกลิ่นจากข้าว) เพื่อนำไปผลิตเป็นเครื่องหอม น้ำหอม เทียนหอม ก้านหอม และ Rice Microbiome สารสกัดเพื่อบำรุง (sensitive skin) เพื่อผลิตเป็นเครื่องสำอาง โดยจะร่วมกันพัฒนาและค้นหาสายพันธุ์ข้าวที่หอมที่สุดในประเทศไทย โดยจะเน้นวิจัยในทุกส่วนของต้นข้าวในทุกมิติ ไม่ได้วิจัยเฉพาะเมล็ดข้าว แต่รวมถึงส่วนอื่นๆ เช่น ต้นข้าว รวงข้าว ใบข้าว ทั้งส่วนที่ติดพื้นดินหรือในน้ำ รวมทั้งในแต่ละช่วงเวลา เช่น ตอนข้าวออกรวง หรือตอนการเก็บเกี่ยว ที่ทำให้ข้าวมีกลิ่นที่แตกต่างกัน ส่วนบริษัท ไทย สพิริท อินดัสทรี (TSI) จำกัด บริษัทอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่มีศักยภาพสูงในเรื่องการควบคุมคุณภาพการผลิต การออกแบบแพ็กเกจจิ้ง และการเชื่อมตลาดทั้งในและต่างประเทศแบบครบวงจร จะมาช่วยวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดต่างๆที่ทำจากข้าว ต่อยอดในรายสินค้าที่ทำอยู่แล้ว รวมทั้งสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่เน้นใช้ข้าวเฉพาะที่เป็นอัตลักษณ์ในพื้นถิ่น เพื่อนำข้าวไทยเข้ามาทดแทนข้าวบาร์เลย์กับฮอป สารตั้งต้นหลักในการผลิต ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศในปริมาณที่สูง โดยทางบริษัทมีแผนจะปรับใช้หรือเน้นการใช้ข้าวไทยเข้ามาเป็นส่วนผสมหลักให้มากขึ้น จากเดิมจะใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบเพียง 20-30% ให้เพิ่มเป็น 70-80% เพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ แล้วหันมาอุดหนุนใช้ข้าวของเกษตรกรไทย และยกระดับสู่เชิงพาณิชย์ต่อไปในอนาคต. คลิกอ่านข่าวเกษตรเพิ่มเติม