ตำรวจตามถึงบ้าน 3 ผู้ ต้องหาที่ยังหลบหนีคดียิง “ครูเจี๊ยบ-น้องหยอด” แต่ไม่พบประสานญาติให้เข้ามอบตัวผู้การจ๋อสืบนครบาล จับโป๊ะเพื่อนที่ไปเยี่ยมกลุ่มผู้ต้องหาองค์กรทมิฬที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และกล่าวหาว่าตำรวจจับแพะ คือ “เป๊ปซี่” 1 ในผู้ต้องหายิงถล่มงานแต่งศิษย์เก่าอุเทนถวาย แต่หมายจับถูกถอนเพราะถูกจับแล้วประกันตัวออกมา เชื่อมีส่วนร่วมวางแผนยิงครูเจี๊ยบ-น้องหยอดด้วย ด้าน “อธิการบดีอุเทนถวาย” ยันชัดไม่มีวัฒนธรรมประดับปั๊มตราฟันเฟือง ส่วนปัญหาความรุนแรงระหว่างสถาบัน มั่นใจกลุ่มมือที่ 3 พวกนักศึกษาพ้นสภาพก่อความไม่สงบ ย้ำศิษย์ปัจจุบันทั้งสองแห่งรักกันดีและตั้งใจเรียน ส่วนคดียิง “น้องภู่” นศ.เทคนิคดุสิต พ่อแม่เศร้าเผาลูกชาย วอนเพื่อนๆอย่าล้างแค้นคืน สืบ 1 คุม “ไอ้โอม” คนร้ายที่จับได้รายล่าสุดไปทำแผน ยอมรับตั้งใจไปหาเรื่องไม่สนว่าเป็นใครขอแค่เป็นคู่อริเท่านั้นกรณีตำรวจสืบสวนนครบาลกวาดล้างองค์กรทมิฬอ้างชื่อสถาบันนักศึกษาช่างชื่อดังไล่ฆ่าอริต่างสถาบัน ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 11 พ.ย. นายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 ถูกไล่ยิงเสียชีวิตหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาคลองเตย และทำให้ น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ที่เดินผ่านมาพอดีถูกกระสุนลูกหลงเข้าหน้าผากเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 9 คน โดย 2 ใน 9 คนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีครูเจี๊ยบ-น้องหยอด มี 1 คนมีหมายจับคดียิง นศ.อุเทนฯตายหน้าคณะเภสัช จุฬาฯต้นปี 66 ที่เหลือพบพัวพันคดียิง นศ.อุเทนฯตายหลายคดี ที่น่าตกใจ 4 ใน 9 ผู้ต้องหามีรอยแผลเป็นรูปฟันเฟืองนาบที่หัวไหล่ คนละ 4 รอย ตำรวจระบุเป็นสัญลักษณ์ชั้นยศและบ่งบอกผลงาน ก่อนส่งศาลฝากขังไม่ให้ประกันตัว ถูกส่งเข้าเรือนจำทั้งหมด ขณะที่อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ตั้งโต๊ะแถลงขอแสดงความเสียใจและยืนยันว่ารายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นนักศึกษาที่พ้นสภาพ ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พ.ย. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. (ผู้การจ๋อ) กล่าวถึงการติดตามผู้ต้องหาที่เหลือในคดียิงครูเจี๊ยบและน้องหยอดว่า ไม่อยากให้ข่าวการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุจะรู้ความเคลื่อนไหว ต้องทิ้งช่วงสักระยะ ยืนยันขณะนี้ชุดสืบสวนทำงานอยู่ตลอดเวลาไล่ล่า 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับและเครือข่าย ยังมีเป้าหมายเข้าตรวจค้นอีกหลายจุดต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา เมื่อมีความชัดเจน จะบุกทลายองค์กรอาชญากรรมทมิฬให้สิ้นซากส่วนกรณีเพื่อนผู้ต้องหาไปเยี่ยมเพื่อนที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวหาว่าตำรวจจับแพะ ตรวจสอบทราบชื่อคือนายชนัญชิต หรือเป๊ปซี่ แสงจันทร์ อายุ 20 ปี เคยถูก สน.สุทธิสาร ออกหมายจับตามหมายศาลอาญาที่ 1928/2565 ลงวันที่ 14 ก.ย.65 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเป็นซ่องโจรเพื่อกระทำความผิดที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป เป็นคดีกลุ่มคนร้ายยิงถล่มงานแต่งศิษย์เก่าอุเทนฯทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดช่วงกลางเดือน ส.ค. 65 แต่หมายถูกถอนจากระบบไปแล้ว เพราะถูกจับกุมดำเนินคดี ผู้ต้องหาประกันตัวออกมา ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องให้อัยการ เชื่อว่านายเป๊ปซี่เกี่ยวข้องกับคดียิงครูเจี๊ยบ-น้องหยอดด้วย รอแค่ผลนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานมัดมีรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาในคดียิงครูเจี๊ยบและน้องหยอดที่ยังหลบหนีอีก 3 คนคือ นายอนาวิน หรือวิน แก้วเก็บ อายุ 20 ปี มือปืน นายอับดุลเลาะ หรือเลาะ ดือราแม อายุ 28 ปี คนขี่ จยย.และสั่งให้ยิงน้องหยอดซ้ำ ทั้งคู่ถูกออกหมายจับโดยศาลอาญา กรุงเทพใต้ ลงวันที่ 22 พ.ย.66 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน และร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้ และนายนภวุฒิ หรือวุฒิ เรืองศรี อายุ 25 ปี ที่ร่วมกันวางแผนและสนับสนุนในการหลบหนี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 22 พ.ย.66 ข้อหา ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ทั้งนี้ ชุดสืบสวนจาก บก.สส.บชน.ได้เข้าตรวจค้นบ้านนายอนาวินที่ จ.นนทบุรี บ้านนายอับดุลเลาะที่ จ.ปัตตานี และบ้านนายนภวุฒ ย่านบางกะปิ แต่ไม่พบตัว ได้ประสานญาติไว้ให้รีบเข้ามามอบตัวเพราะคดีที่ก่อเป็นคดีร้ายแรงและสะเทือนขวัญ อีกทั้งผู้ต้องหามีอาวุธปืน หากเกิดการปะทะอาจเกิดความสูญเสียได้เที่ยงวันเดียวกันที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กรุงเทพฯ มีพิธีมหามังคลาเทวาภิเษกพระวิษณุกรรม 90 ปี (9 ทศวรรษ) มีศิษย์เก่าและบุคลากรอาจารย์ นักศึกษา เข้าร่วมพิธีตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 09.09-14.09 น.รวมถึงข้าราชการระดับสูงอย่างนายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีรศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กล่าวว่า ทั้งสถาบันอุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันต่างร่วมมือแก้ไขปัญหามาโดยตลอด เนื่องจากปัญหาของทั้ง 2 สถาบัน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของสังคม นอกจากจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาแล้ว ยังร่วมกันจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ แก่สังคมมากมาย ยืนยันว่าศิษย์ปัจจุบันทั้ง 2 สถาบัน มีความรักสามัคคีร่วมกัน แต่ยอมรับว่ายังมีปัญหาเรื่องของอดีตนักศึกษาที่ถูกให้ออกหรือพ้นสภาพความเป็นนักศึกษา มักจะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม มายุยงส่งเสริมให้เกิดความขัดแย้งกัน เรื่องนี้ทั้งสองสถาบันก็ช่วยกันแก้ปัญหาและประสานงานระหว่างกัน โดยมุ่งเน้นในเรื่องของความปลอดภัยของผู้เรียนทั้งสองสถาบันเป็นหลักรศ.ดร.ฤกษ์ชัยกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการตรวจพบองค์กรที่จัดตั้งกันนั้น เคยได้ยินแต่พยายาม ตรวจสอบทุกครั้งที่มีเรื่อง ส่วนมากไม่ใช่นักศึกษาปัจจุบัน เด็กนักศึกษาปัจจุบันและรุ่นพี่เขาก็ดูแลกัน รุ่นพี่ศิษย์เก่าจะดูแลเรื่องทุนการศึกษา เรื่องนอกลู่นอกรอยส่วนมากเข้ามาแล้วอาจจะออกไป ที่สำคัญพยายามคัดกรองออกมาไม่ให้ปะปน พยายามแยกน้ำดีน้ำเสียออกจากกัน ดังนั้น เด็กที่เข้ามาในปัจจุบันค่อนข้างที่จะตรวจสอบ แล้วส่วนมากเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน เพราะที่นี่เรียนแล้วมีงานทำ ได้เอาเงินไปช่วยพ่อแม่ เราก็พยายามปกป้องกลุ่มเด็กเหล่านี้ทั้งสองสถาบัน ส่วนประเด็นเรื่องการปั๊มเฟืองฟันเฟืองที่เกิดขึ้นนี้ สถาบันอุเทนถวายไม่มีวัฒนธรรมอะไรแบบนี้ ส่วนเรื่องเฝ้าระวังการล้างแค้นระหว่างสถาบันนั้น เรื่องนี้คณาจารย์เฝ้าจับตาพฤติกรรมนักศึกษาตลอด มองว่าน่าจะเป็นเรื่องกลุ่มมือที่ 3 หรือมือที่ 4 มากกว่าที่จะสร้างสถานการณ์และก่อความไม่สงบระหว่างสถาบัน เราพยายามที่จะดูแลความปลอดภัยของผู้เรียนทั้งอุเทนถวายและเทคโนโลยีปทุมวัน และร่วมมือกับตำรวจในการเฝ้าระวังขณะที่นายเฉลิมชัย เจริญผล อายุ 46 ปี ศิษย์เก่าอุเทนถวาย รุ่น 65 ในฐานะผู้อำนวยการจัดสร้างองค์พระวิษณุกรรม และในฐานะคณะกรรมการสมาคมผู้ปกครองและครูอุเทนถวาย กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันเทิดทูนสถาบัน เทิดทูนซึ่งเกียรติภูมิของสถาบันอุเทนถวาย ส่วนเรื่องการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่งานพิธีนั้น ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ ผกก.สน.ปทุมวัน เมื่อช่วงเช้า แต่ไม่ได้ประสงค์ในเรื่องของการเพิ่มการรักษาความปลอดภัย เพราะอุเทนถวายเป็นสถาบันการศึกษา ไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันงานพิธีมงคล เราจึงไม่คิดถึงในเรื่องการก่อเหตุความรุนแรงหรือสถานการณ์ไม่ปลอดภัยต่อพิธีวันนี้นายเฉลิมชัยกล่าวเสริมว่า น้องหยอด หรือนายธนสรณ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ น้องเป็นเด็กช่างที่เรียนเก่งมากๆ อยากจะให้กำลังใจตำรวจทุกนาย ทำความยุติธรรมให้เกิดขึ้น หากทุกอย่างปรากฏข้อเท็จจริง เชื่อว่าจะคลี่คลายและเป็นไปในทิศทางที่ดีและจะเป็นขวัญกำลังใจต่อน้องๆที่จะมาเรียนที่สถาบันอุเทนถวายในอนาคตต่อ ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยโดยเฉพาะเรื่องมีนบุรีโมเดลเราจะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งบทบาท ความคิด วิสัยทัศน์ ถ้าหากมองว่าองค์พระวิษณุกรรมเป็นสิ่งศรัทธาเดียวกันน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง และจากการที่น้องหยอดเป็นเด็กที่เรียนดี ไม่อยากให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก อยากให้ทักษะองค์ความรู้เป็นกำลังสำคัญของนักศึกษาเพื่อที่จะถ่ายทอดวิชาให้กับรุ่นอื่นๆต่อไปได้ส่วนกรณีคนร้ายยิงนายพงษ์ภีระ สุขโคตร อายุ 16 ปี หรือ “น้องภู่” นักศึกษา ปวช.ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยเทคนิคดุสิต เสียชีวิตบนฟุตปาทถนนระนอง 2 เมื่อเช้าวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมนายอัครพล หรือยีน ศิริเมฆานนท์ อายุ 22 ปี และนายธนากร หรืออ๊อฟ จันทร์ดาแดง อายุ 18 ปี 2 ผู้ร่วมก่อเหตุไปทำแผนและฝากขังแล้วที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ก่อนถูกนำตัวเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่จับกุมนายวชิรวิทย์ หรือโอม บุญศรีประภากิจ อายุ 18 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุรายสุดท้ายได้แล้วหลังหลบหนีไปอยู่บ้านพ่อที่ จ.ภูเก็ตล่าสุดเมื่อเวลา 12.45 น. พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 พร้อมพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ควบคุมตัวนายวชิรวิทย์ หรือโอม ฝากขังยังศาลอาญารัชดา โดยนายโอมเดินก้มหน้าไม่ตอบคำถามใดๆกับสื่อมวลชน แต่มีรายงานว่าผู้ต้องหายอมรับวันเกิดเหตุตั้งใจไปหาเรื่องไม่สนว่าเป็นใคร ขอแค่เป็นคู่อริเท่านั้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถ จยย.ยามาฮ่า รุ่นแอล็อก สีขาว-แดง ไม่สวมป้ายทะเบียนของนายโอม ที่ใช้ก่อเหตุนำไปจอดไว้ที่บ้านญาติ ย่านอ่อนนุช ไว้เป็นของกลางอีก 1 คันวันเดียวกัน เวลา 14.00 น. นายปิติพงศ์ พัตจันทร์หอม 34 ปี ตัวแทนศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคนิคดุสิต นำเงิน 10,000 บาท มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน เพื่อแสดงความขอบคุณที่จับกุมผู้ก่อเหตุยิงนักศึกษาเทคนิคดุสิตเสียชีวิตครบทั้ง 3 คน ก่อนเปิดเผยว่า เงินจำนวนนี้รวบรวมมาจากศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของวิทยาลัยเทคนิคดุสิต มามอบให้ตำรวจที่ทำงานอย่างหนัก ผู้เสียชีวิตเป็นรุ่นน้องในวิทยาลัย เป็นเด็กที่มีความรู้ความสามารถ คอยช่วยทำกิจกรรมต่างๆจนเป็นที่ยอมรับในชุมชนรอบข้าง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ารุ่นน้องเป็นผู้ถูกกระทำก่อน ในฐานะรุ่นพี่ศิษย์เก่าของสถาบัน กำชับไปยังศิษย์ปัจจุบันว่าไม่ให้มีรวมกลุ่มหรือไปก่อเหตุแก้แค้น อยากให้ทุกอย่างจบด้วยดี พร้อมต้องการให้สถาบันออกมาแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายต่อมาเวลา 16.00 น. ที่วัดพรหมศาราม (วัดเจ้าเณร) ซอยประชาสงเคราะห์ 27 แขวงและเขตดินแดง กทม. มีพิธีฌาปนกิจศพนายพงศ์ภีระ หรือน้องภู่ สุขโคตร นอกจากครอบครัวแล้วมีญาติพี่น้อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคดุสิต อาจารย์ และเพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบันหลายร้อยคนร่วมงาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าน.ส.นวลนภา เกตุสุวรรณ อายุ 40 ปี แม่น้องภู่ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนทุกฝ่ายที่อยู่เคียงข้างครอบครัวตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงเวลานี้ ไม่ต้องการให้เพื่อนร่วมสถาบันไปแก้แค้นเอาคืน ไม่ต้องการเห็นความสูญเสียอีก ขอให้เพื่อนร่วมสถาบันน้องภู่ตั้งใจเรียนไม่ต้องการให้พ่อแม่คนอื่นสูญเสียเหมือนตน เมื่อถามว่าตำรวจจับคนร้ายได้ครบ 3 คนแล้วจะฝากอะไรกับกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือไม่ ถึงตรงนี้แม่น้องภู่ไม่ตอบแต่ก้มหน้าร้องไห้ก่อนญาติจะขอตัวพาออกไปต่อมาเวลา 16.00 น. ที่วัดสุวรรณรัตนาราม (แคราย) ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ญาติจัดพิธีฌาปนกิจศพนายธนสรณ์ หรือน้องหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษา ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกันกับครูเจี๊ยบ มีนักศึกษาอุเทนถวายทั้งรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว รุ่นพี่ที่กำลังศึกษาในสถาบัน รวมถึงเพื่อน 300 คน มาร่วมงาน กลุ่มเพื่อนอ่านบทความระลึกถึงน้องหยอดเป็นครั้งสุดท้าย พ่อแม่น้องหยอดและญาติๆถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความอาลัยด้าน น.ส.พรพิมล จำเมือง อายุ 43 ปี แม่น้องหยอด เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ลูกจะได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แม้จะมีเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ แต่แม่เชื่อว่าวันนี้ขอให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่ต้องห่วงทางนี้ ให้น้องไปแบบสุขสบาย ลูกแม่เป็นคนดีต้องได้ไปอยู่สรวงสวรรค์อย่างแน่นอน นับจากนี้ไปแม่จะทวงความยุติธรรมให้ลูก แม่จะไม่หยุดตามคดีไว้เพียงแค่นี้ แม่จะเป็นกำลังใจให้ตำรวจที่จะลากคอคนร้ายที่ทำกับลูกแม่ที่ยังเหลืออยู่มาให้โดยเร็วที่สุด แม่มั่นใจว่าอย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำสำเร็จอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม