นายกฯยันตัวประกันคนไทยยังมีชีวิตอยู่ หลังได้รับรายงานจาก ผบ.สส. มีภาพถ่ายตัวประกัน และพยายามเจรจากันอยู่ หากมีการหยุดยิงชั่วคราวอาจลำเลียงตัวประกันออกมาได้ ส่วนอีก 3 ตัวประกันที่ยังหาตัวไม่พบ และถูกจับเพิ่มอีก 1 คน ยังไม่มีรายงาน ด้าน รมว.แรงงาน คาดหลังวันที่ 9 พ.ย. จะมีแรงงานไทยทยอยเดินทางกลับมาอีก หลังได้รับเงินจากนายจ้าง ย้ำแม้ปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว ยังไปแจ้งความประสงค์ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยได้ตลอด เพื่อหาสายการบินพาณิชย์ส่งกลับ ไม่มีการเช่าเหมาลำ ส่วนสถานการณ์การสู้รบ กองทัพอิสราเอลโวทิ้งระเบิดใส่ฉนวนกาซา 450 เป้าหมายใน 24 ชม. สามารถปิดล้อมกาซาซิตี้อย่างสมบูรณ์ แบ่งพื้นที่ฉนวนกาซาออกเป็น 2 ส่วน เหนือใต้ถูกตัดขาดจากกันอย่างชัดเจนหลังจากครอบครัวแรงงานไทยที่ไปทำงานภาคการเกษตรในประเทศอิสราเอล และถูกกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกันตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่างเฝ้ารอข่าวคราวของสามีลูกหลานอย่างใจจดใจจ่อมาตลอดเดือน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 6 พ.ย.ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือตัวประกันไทยในอิสราเอลว่า เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.ได้พูดคุยกับ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด มีความคืบหน้าว่ามีภาพถ่ายตัวประกัน เข้าใจได้ว่าอย่างน้อยที่สุดตัวประกันยังมีชีวิตอยู่ และกำลังพยายามเจรจากันอยู่ กำลังดูว่าช่วงไหนของการรบภาคพื้นดินที่อาจมีการพักบ้าง เชื่อว่าจุดต่อไปที่เราอาจต้องมาพิจารณาดูว่า เมื่อไหร่มีการหยุดยิงชั่วคราว สมมติ 1-2 วัน อาจเป็นช่องทางลำเลียงตัวประกันออกมาได้ ตอนนี้ประเทศไทยพึ่งทางมาเลเซียค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวประกัน 3 คน ที่ยังหาตัวไม่พบ และถูกจับเพิ่มอีก 1 คน ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล วันเดียวกัน ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ที่ขณะนี้ยังไม่มีแรงงานเดินทางกลับไทยเพราะยังรอนายจ้างจ่ายเงินเดือนในวันที่ 9 พ.ย. เชื่อว่าหลังจากนั้นจะเริ่มมีทยอยเดินทางกลับมาอย่างแน่นอน แต่ต้องยอมรับว่าแต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน คนงานที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สู้รบ อาจจะไม่อยากกลับมา ไม่รู้จะกลับมาทำไม เพราะยังมีหนี้สิน แต่สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบมีความสุ่มเสี่ยงอันตราย เพื่อความปลอดภัยขอให้กลับบ้านมาก่อน ยังมีครอบครัวรออยู่นายพิพัฒน์กล่าวว่า ถึงแม้ว่าสถานเอกอัครราชทูต ไทยปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อคนไทยที่ต้องการกลับประเทศ ที่โรงแรม Intercontinental Tel Aviv ไปแล้วเมื่อวันที่ 4 พ.ย. แต่ทางสถานทูตไทยและทูตแรงงานในอิสราเอลยังทำงานทุกวัน คนที่จะกลับสามารถไปแจ้งความประสงค์ที่สถานทูตเพื่อหาสายการบินพาณิชย์ส่งกลับไทย เพราะจะมีสายการบินพาณิชย์จากอิสราเอลมาไทยทุกวันอยู่แล้ว สามารถเดินทางได้เลย จะไม่มีการเช่าเหมาลำเดินทางกลับเหมือนที่ผ่านมา เพราะถ้ากลับน้อย เช่าแล้วไม่คุ้มส่วนกรณีแรงงานที่ยังไม่กลับมา อาจเพราะยังรอมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนของรัฐบาลหรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า คนที่กลับมาจะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ 15,000 บาท จากกระทรวงแรงงานแน่นอน ส่วนมาตรการเยียวยา 50,000 บาท ที่ตนเสนอของบกลางไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และขอพักต้นพักดอกหนี้สินที่แรงงานได้กู้ยืมไปทำงานในอิสราเอล จำนวน 3 ปี ในวงเงินไม่เกิน 150,000 บาท เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติโดยหลักการแล้ว เมื่อท่านรับปากแล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่าได้แน่นอน และขณะนี้ส่งเรื่องไปที่สำนักงบประมาณแล้ว คาดว่าจะนำเข้า ครม.ในวันอังคารนี้ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ที่บริเวณชั้น 1 อาคาร 15 ชั้น กระทรวงแรงงาน ตลอดทั้งวันมีแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากอิสราเอลเข้ายื่นเอกสารขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ รายละ 15,000 บาท และเงินชดเชยกรณีซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาเอง นำหลักฐานการเดินทางเป็นบอร์ดดิ้งพาสใบเสร็จตั๋วเครื่องบินและหลักฐานแสดงตนเป็นหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนมายื่นเรื่อง โดยจำนวนผู้ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ที่กระทรวงแรงงานลดลงเหลือวันละประมาณ 20 ราย จากที่ในช่วงแรกๆ มีวันละประมาณ 50 ราย ล่าสุดมีแรงงานเดินทางกลับ 8,815 คน ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์แล้ว 6,056 คนด้านสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอล (IDF) กับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส เมื่อ 6 พ.ย. กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า กองทัพอิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงภาคใต้ของฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องในช่วงค่ำคืนของวันที่ 5 พ.ย. ทำให้แต่ละบริเวณมีผู้เสียชีวิต รวมกว่า 200 ศพ ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานอ้างผู้สื่อข่าวในพื้นที่ว่า กองทัพอิสราเอลยังปฏิบัติการตีโฉบเข้าไปหลายพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์ อาทิ เมืองเฮบรอน เมืองคัลคิเลีย เมืองนาบลุส เมืองเจนิน รวมถึงจับกุมชาวปาเลสไตน์ 70 คน ทำให้ตั้งแต่เกิด การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส มีชาวปาเลสไตน์ ถูกจับกุมกว่า 2,000 คน ในจำนวนนี้มีผู้หญิง 49 คน และผู้สื่อข่าว 17 คนนอกจากนี้ โฆษกกองทัพอิสราเอลแถลงว่ากองทัพได้โจมตีเป้าหมายทางทหารด้วยการทิ้งระเบิด ทางอากาศที่ฉนวนกาซา 450 เป้าหมายใน 24 ชม. ขณะที่กองกำลังภาคพื้นดินสามารถปิดล้อมกาซาซิตี้ ทางเหนือของฉนวนกาซาอย่างสมบูรณ์ ทำให้ฉนวนกาซาถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน เหนือใต้ถูกตัดขาดจากกันอย่างชัดเจน พร้อมย้ำให้ประชาชนที่อยู่ทางเหนือของฉนวนกาซาเร่งอพยพไปทางใต้ เพื่อที่อิสราเอลปฏิบัติการกำจัดกลุ่มฮามาสอย่างเต็มรูปแบบ ก่อนหน้านี้อิสราเอลเผยว่ากลุ่มฮามาสมีศูนย์บัญชาการอยู่ทางเหนือ ยังสร้างอุโมงค์ใต้โรงพยาบาล โรงเรียน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อซ่อน นักรบฮามาส รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆไว้ภายใน แต่กลุ่มฮามาสยืนยันว่าไม่เป็นความจริงขณะเดียวกัน สำนักข่าวไทม์ส ออฟ อิสราเอล ยังรายงานอ้างแถลงการณ์ของกองทัพอิสราเอล ว่า กองทัพจะเปิดถนนซาลาห์ อัล ดิน เป็นเส้นทางหลัก ที่ลากตัดผ่านกลางฉนวนกาซา ตั้งแต่เวลา 10.00- 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ทางเหนือของฉนวนกาซา ใช้เส้นทางดังกล่าวอพยพ ไปทางใต้ ก่อนหน้านี้อิสราเอลได้เปิดเส้นทางด้าน มนุษยธรรม เมื่อ 5 พ.ย. เป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อให้ ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ทางเหนือ เนื่องจากกองทัพเริ่มมีการสู้รบกับกลุ่มฮามาสอย่างดุเดือดในบริเวณดังกล่าว เชื่อว่ามีพลเมืองราว 800,000 คน เดินทางออกไปทางใต้เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ มีบางส่วน ยืนยันปักหลักอยู่ทางตอนเหนือเช่นเดิม โดยให้เหตุผลว่าทางใต้มีการบุกจู่โจมทางอากาศเช่นกันสำหรับการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมจาก นานาชาติ กองทัพอิสราเอลยังเผยว่า ได้ประสานงาน กับทางการจอร์แดนเพื่อลำเลียงความช่วยเหลือเพิ่มเติม เข้ามาในฉนวนกาซา สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน มีพระบรมราชานุเคราะห์ส่งความช่วยเหลือทางอากาศด้วยเครื่องบินบรรทุกอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอาหาร โดยใช้ร่มชูชีพของกองทัพอากาศร่อนลงที่โรงพยาบาลสนามของจอร์แดนในฉนวนกาซาอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่