ยอดแรงงานไทยถูกจับ เป็นตัวประกันยังไม่นิ่ง ล่าสุดกระทรวงบัวแก้วแจ้งมีเพิ่มอีก 3 คน รวม 22 คน ด้านนายกฯยันทุกฝ่ายเร่งทำงานช่วยเจรจา ย้ำคนไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง แต่เป็นเหยื่อสงคราม ขณะเดียวกัน ทางการพาคนไทยในอิสราเอลกลับถึงมาตุภูมิอีก 4 เที่ยวบิน กว่า 600 คน รวมถึงนักศึกษาอาชีวะไปฝึกอบรมยกทีมกลับทั้งหมด ส่วนสถานการณ์การสู้รบในฉนวนกาซายังยิงถล่มกันไม่ยั้ง หนำซ้ำยังเกิดความวุ่นวายลุกลามไปถึงรัสเซียครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอลที่ถูกกองกำลัง ติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกัน ยังเฝ้ารอฟังข่าวคราวของบุคคลอันเป็นที่รักอย่างใจจดใจจ่อ หลังไร้ข่าวคราวมากว่า 3 สัปดาห์ ท่ามกลาง ควันไฟสงครามนับวันยิ่งลุกโชนตัวประกันคนไทยเพิ่ม 3 คนเมื่อวันที่ 30 ต.ค. กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งจำนวนคนไทยผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล (สถานะวันที่ 30 ต.ค.2566) ซึ่งเป็นตัวเลขล่าสุดว่า มีคนไทยเสียชีวิตจำนวนเท่าเดิม คือ 32 ราย บาดเจ็บจำนวนเท่าเดิม คือ 19 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 6 ราย แต่มีผู้ถูก ควบคุมตัวเพิ่มขึ้นเมื่อช่วงคืนวันที่ 29 ต.ค. อีก 3 ราย รวมเป็น 22 ราย อ้างทุกฝ่ายทำงานช่วยอยู่ต่อมานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ถึงสถาน การณ์ในอิสราเอล ว่า มีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มอีก 3 คน ส่วนการเจรจาช่วยเหลือตัวประกันทุกฝ่ายก็ยังทำงานอยู่ และ ผบ.ทหารสูงสุดยังทำหน้าที่อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ตอนนี้การเดินทางในอิสราเอลเริ่มลำบากขึ้น หลังมีปฏิบัติการภาคพื้นดิน ขอให้ทุกคนเร่งตัดสินใจ ภาครัฐเองต้องทำงานด้วยความละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น เพราะการลำเลียงคนมีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะต้องมีการคุยกันในเชิงลึก มีรายละเอียดเยอะมากย้ำคนไทยเป็นเหยื่อสงครามเมื่อถามว่ากรณีที่คนไทยถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มขึ้นนั้น ถือว่าคนไทยตกเป็นเป้าของกลุ่มฮามาสหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อย่าพูดแบบนั้นว่าคนไทยตกเป็นเป้าของฮามาส เพราะเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง เราไม่ได้เป็นเป้าพิเศษของกลุ่มใด ทั้งสิ้น แต่เราเป็นเหยื่อของสงครามมากกว่า อีกทั้ง แรงงานไทยในอิสราเอลมีจำนวนมากกว่าประเทศอื่นๆ จึงทำให้เราได้รับผลกระทบมาก ตนพยายามย้ำว่าขอให้คนไทยเร่งเดินทางกลับประเทศ เพราะหลังจากนี้ จะมีความยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสายวันนี้ จะมีการพูดคุยกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ และอาจต้องมีการเดินทางไปเจรจาให้มากขึ้นรับยังมีคนไทยสูญหายส่วนจำนวนคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่ฉนวนกาซา นายกฯกล่าวว่า ยังมีคนที่สูญหายอยู่บ้างและกำลังประเมินสถานการณ์ แต่ช่วงที่มีปฏิบัติการภาค พื้นดิน การสื่อสารถูกตัดขาดหมด ทำให้มีความยาก ลำบาก ส่วนกรณีจะมีรัฐมนตรีเดินทางไปเจรจา แนวทาง หลักคือ ทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน ส่งกลับ บ้านให้เร็วที่สุด ถือเป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญที่สุด ขณะนี้ทุกประเทศต่างให้ความช่วยเหลือและหวังดีกับเรา เราต้องเข้าให้ถูกจุด เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เรื่องการเจรจา ทำให้บางอย่างไม่สามารถพูดได้ ชัดเจน เพราะเวลาไปต่อรองหากไม่ได้เป็นไปในทิศทาง เดียวกันอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ เข้าใจว่าทุกคนอยาก ทราบข่าว ยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเท่าที่สามารถ ทำได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก และย้ำว่าขอให้ทุกคน เร่งตัดสินใจกลับในช่วงที่ยังกลับได้ บิน ทอ.พากลับ 140 คนไทยส่วนการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลกลับประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 30 ต.ค.มีเที่ยวบินพาคนไทยกลับมาอีก 3 เที่ยวบิน โดยที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ร.อ.สาโรจน์ คมคาย ที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมต้อนรับแรงงานไทยจำนวน 140 คน เดินทางมาถึงเมื่อเวลา 02.30 น. ด้วยเที่ยวบินพิเศษ A 340-500 ของกองทัพอากาศ มีหน่วยงานราชการต่างๆร่วมอำนวยความสะดวกและแนะนำสิทธิในการช่วยเหลือเยียวยาถึงไทยอีก 524 คนต่อมาในเวลา 08.40 น. สายการบินไทย ไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL 7001 ได้นำแรงงานไทยอีก 180 คน เดินทางมาถึงท่าอากาศยานดอนเมืองอย่างปลอดภัย โดยมีนายอารี ไกรนรา เลขานุการ รมว.แรงงาน พร้อมด้วยนายยุทธนา บัวจุน ผู้ตรวจ ราชการกรมการจัดหางาน และนางวันทนา ณัฐพูลวัฒน์ ผู้ตรวจราชการสำนักงานประกันสังคม ต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวก ส่วนที่สนามบินสุวรรณภูมิ นางนภสร ทุ่งสุกใส ที่ปรึกษาวิชาการแรงงาน และ นางชโลบล ขจรผดุงกิตติ ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานร่วมให้การ ต้อนรับแรงงานไทย 35 คน ที่เดินทางกลับจากอิสราเอล ด้วยสายการบิน El Al เที่ยวบิน LY081 ถึงในเวลา 15.00 น. โดยกรมการจัดหางานได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวย ความสะดวก รวมทั้งชี้แจงเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบิน LY 083 มาถึงในเวลาประมาณ 19.00 น. ที่พาคนไทยกลับมาอีก 309 คน ในจำนวนนี้มีนักศึกษาอาชีวะในโครงการ Arava International Center for Agriculture Training (AICAT) และผู้ดูแลรวม 76 คน รวมถึง แรงงานที่ได้รับบาดเจ็บเข้าเฝือกที่แขนกลับมาด้วยรับกลับแล้ว 41 เที่ยวบินด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า แรงงานไทยทยอยอพยพกลับมา อย่างต่อเนื่องทุกวัน จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ ต้องการกลับมาเพื่อให้ปลอดภัยจากสถานการณ์สู้รบ ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะขยายวงกว้างขึ้น ได้ขอให้คนที่กลับมาแล้วสื่อสารไปยังเพื่อนแรงงานไทยที่ยัง อยู่ในอิสราเอลให้รีบกลับประเทศก่อนเพื่อความปลอดภัย สำหรับความคืบหน้าการเดินทางกลับ ขณะนี้มีกลับมาแล้ว 41 เที่ยวบิน จำนวน 6,785 คน หากรวมกับ เที่ยวบินที่กลับมาในวันที่ 30 ต.ค. อีก 4 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบินพิเศษ A 340-500 ของกองทัพอากาศ สายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL7001 สายการบิน El Al เที่ยวบินที่ LY081 และเที่ยวบิน LY083 ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ รวม 664 คน ทำให้ขณะนี้ แรงงานไทยที่ลงทะเบียนไว้ได้เดินทางกลับมาแล้วทั้งหมด 7,449 คนไร้ข่าวสามีถูกจับเป็นตัวประกันสำหรับบรรยากาศที่บ้านแรงงานไทยที่ยังรอการกลับมาของหัวหน้าครอบครัวหรือลูกหลาน มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆแวะเวียนไปเยี่ยมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ที่บ้าน น.ส.กัญญารัตน์ สุริยะศรี อายุ 37 ปี ใน ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีญาติพี่น้องรวมถึงเพื่อนบ้านมาเยี่ยมและให้กำลังใจ น.ส.กัญญารัตน์ ภรรยาของนายโอวาส สุริยะศรี อายุ 40 ปี แรงงานไทยในอิสราเอลที่ถูกจับ เป็นตัวประกันตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้และไม่ทราบชะตากรรม น.ส.กัญญารัตน์กล่าวว่า เวลาผ่านไป 20 กว่าวันไม่ได้ข่าวคราวของสามีเลย ทุกวันนี้ทุกข์ใจมาก ไม่ทราบว่าสามีเป็นตายร้ายดี ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ขอวอนให้หน่วยงานของรัฐเร่งติดตามช่วยเหลือตัวประกันให้ได้กลับบ้านมาหาครอบครัวโดยเร็ว อย่างน้อยขอให้รู้ว่ายังปลอดภัยอยู่สองหนุ่มอุดรฯขออยู่ต่อส่วนที่บ้านดอนพิลา ตำบลปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านนายอนุศักดิ์ อายุ 27 ปี และนายฤทธิชัย ทองสีดี อายุ 25 ปี สองพี่น้องที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ไม่ประสงค์เดินทางกลับและได้รับการเปิดเผยจากนายวิษณุ และนางบรรพต ทองสีดี พ่อแม่ของแรงงานทั้งสอง ที่ยอมรับเป็นห่วงลูกชายและอยากให้ลูกกลับมา แต่ลูกทั้งสองขอดูสถานการณ์ก่อน เพราะมีหนี้สินงวดรถ และต้องการเก็บเงินสร้างอนาคต โดยตอนนี้ทำงานอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไม่มีสงคราม นายจ้างจะให้อยู่ในที่พักกับที่ทำงาน ไม่ให้ไปข้างนอก และโทร.มาหาพ่อแม่ตอนเช้ากับตอนเย็นทุกวัน ซึ่งระหว่างนั้นนายฤทธิชัยลูกชายคนเล็กได้วิดีโอคอลมาหาพ่อ ผู้สื่อข่าวสอบถามความเป็นอยู่และความปลอดภัย นายฤทธิชัยเล่าว่า นายจ้างยังให้ทำงานปกติ ตอนนี้อยู่ภาคกลางตอนบน ปลอดภัยไม่สงคราม ยังไม่อยากกลับประเทศไทยต้องการอยู่ต่อ เพื่อทำงานหาเงิน คนไทย 10 คน ที่อยู่ภาคใต้ในอิสราเอลใกล้พื้นที่สงครามก็เปลี่ยนใจไม่กลับบ้าน แต่ขอย้ายมาทำงานที่ภาคกลางตอนบนเหมือนกันรู้ว่าเสี่ยงแต่โกยเงินก่อนนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายยลโชค ลุนพิจิตร หนุ่มร้อยเอ็ด หนึ่งในแรงงานไทยที่ตัดสินใจอยู่ทำงานในอิสราเอลท่ามกลางภาวะสงครามว่า ส่วนตัวคิดว่าในขณะนี้สถานการณ์ในประเทศอิสราเอลยังน่าเป็นห่วง แต่สำหรับตนยังใช้แรงงานในพื้นที่กรุงเทลอาวีฟ ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากสงครามยังทำงานตามปกติและรับจ๊อบเพิ่มในวันหยุด เพราะในตอนนี้ประเทศอิสราเอลขาดแคลนแรงงาน มีการเพิ่มค่าแรงถือว่าเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส แต่ทั้งนี้ตนยังประเมินความปลอดภัยแบบวันต่อวัน หากจุดที่อยู่ไม่ปลอดภัยคงจะขอย้ายไปจนกว่าจะไม่มีพื้นที่ให้ทำงาน ถึงจะตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง เพราะถือว่าโอกาสนี้เป็นช่วงที่จะเก็บเงินเพื่อสร้างฐานะให้กับครอบครัว เพื่อนในอิสราเอลบอกว่า สำหรับคนอิสราเอลถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทำงานกับภาวะสงคราม แต่อาจจะเป็นเรื่องไม่ปกติสำหรับแรงงานไทย อยากฝากถึงแรงงานไทยทุกคนที่ยังทำงานในอิสราเอลให้ดูแลตนเองให้ดี ให้พิจารณาจากพื้นที่ที่อยู่ว่าเสี่ยงต่อสงครามหรือไม่ เพราะถือว่าชีวิตมีค่าสูงสุดกว่าสิ่งอื่นใด19 แรงงานนนท์ยังไม่กลับขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ว่าตามที่มีข้อสั่งการด่วนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเร่งประสานครอบครัวแรงงานไทยที่ยังทำงานในอิสราเอล ให้โน้มน้าวแรงงานไทยกลับประเทศโดยด่วน เพื่อความปลอดภัย จังหวัดนนทบุรีมีแรงงานไทยไปทำงานในอิสราเอล จำนวน 22 ราย เดินทางกลับไทยแล้ว 3 ราย ยังอยู่ที่อิสราเอลอีก 19 ราย ทางจัดหางานจังหวัดนนทบุรี สามารถติดต่อได้ 17 ราย ได้ประสานติดต่อสอบถามแล้ว ทั้ง 17 ราย ยังปลอดภัยดีและไม่อยากเดินทางกลับบ้าน ส่วนอีก 2 ราย ยังติดต่อไม่ได้ ป่วนสนามบินในรัสเซียส่วนสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองกำลังอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว ยังสร้างความ โกลาหลในต่างประเทศเช่นกัน เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. กลุ่มคนกว่าร้อยคนบุกเข้าไปในสนามบินมาฮัชกาลา เขตปกครองดาเกสถาน ทางภาคใต้ของรัสเซีย ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม เพื่อประท้วงผู้โดยสารในเที่ยวบินจากนครเทลอาวีฟ อิสราเอล ทั้งโห่ร้องตะโกนถ้อยคำต่อต้านชาวยิว โบกธงปาเลสไตน์ ทำลายทรัพย์สินของสนามบิน รวมถึงพยายามหาผู้โดยสารชาวอิสราเอลอีกด้วย หลังมีข่าวลือว่าจะมีผู้ลี้ภัยชาวอิสราเอลเข้ามาที่ดาเกสถาน ทำให้ตำรวจรัสเซียเข้าควบคุมสถานการณ์และจับผู้ชุมนุมประท้วง จำนวน 60 คนแฉปลุกปั่นให้เกลียดชาวยิวด้านสำนักข่าวอาร์ทีของรัสเซียรายงานว่า ข่าวลือดังกล่าวถูกแพร่ผ่านเทเลแกรมในนาม “อูตรา ดาเกสถาน” หรือ “มอร์นิ่ง ดาเกสถาน” ทางการรัสเซีย เผยว่า กลุ่มดังกล่าวเป็นขบวนการของยูเครน มีจุดประสงค์เพื่อยุยงให้เกิดความไม่สงบในรัสเซีย และการปลุกปั่นยังทำให้นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนออกมากล่าวหาว่ารัสเซียเกลียดชังชาวยิวและชนชาติอื่นๆ ขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงเรียกร้องให้ทางการรัสเซียปกป้องพลเมืองอิสราเอลและชาวยิวถล่มฉนวนกาซาไม่ยั้งวันเดียวกัน สำนักข่าววาฟา (WAFA) ของทางการปาเลสไตน์ รายงานว่า กองทัพอิสราเอลโจมตีบริเวณโรงพยาบาลอัล-คุดส์ ในเมืองเอล อัล-ฮาวา ใกล้กับทางตะวันตกเฉียงใต้ของฉนวนกาซา เป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บหลายร้อยรายรักษาตัวอยู่ ยังมีประชาชนประมาณ 12,000 คน ใช้เป็นที่พักพิงหลบหนีสงครามเช่นกัน ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังปฏิบัติการบุกโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาอิสราเอลได้โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาสแล้ว 600 เป้าหมายใน 24 ชม. ยังมีการโจมตีทางอากาศบริเวณมหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา เชื่อว่ากลุ่มฮามาสยิงจรวดต่อสู้รถถังมาจากบริเวณดังกล่าว ขณะเดียวกัน สื่ออิสราเอลรายงานว่า มีจรวดถูกยิงมาจากฉนวนกาซา ทำให้อพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเนติวอต อิสราเอลได้รับความเสียหายยิวย้ำสร้างแรงกดดันทางทหารขณะที่สำนักข่าวไทม์ส ออฟ อิสราเอล รายงานว่า นายโยอาฟ กาลแลนต์ รมว.กลาโหมอิสราเอล เข้าพบปะสมาชิกครอบครัวของเหยื่อที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา ระบุว่ากลุ่มฮามาสกำลังเล่นเกมจิตวิทยากับอิสราเอล ผ่านการเสนอให้มีการแลกเปลี่ยนตัวประกันที่ถูกจับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซากับนักโทษปาเลสไตน์ในอิสราเอล และเน้นย้ำว่าหากไม่สร้างแรงกดดันทางทหาร ก็จะไม่มีอะไรคืบหน้า การหารือระหว่าง รมว.กลาโหมอิสราเอลกับครอบครัวของตัวประกัน มีขึ้นในขณะที่อิสราเอลส่งกำลังพลบุกจู่โจมในฉนวนกาซารุนแรงขึ้น แต่ยังคงจำกัดวง เนื่องจากกังวลในความปลอดภัยและโอกาสในการปล่อยตัวประกัน นายกาลแลนต์ยังระบุว่า การพาตัวประกันกลับบ้านเป็นส่วนหนึ่งของชัยชนะของอิสราเอล ทั้งนี้ ทางการอิสราเอลเผยว่านับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่เกิดการสู้รบระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย มีชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันอย่างน้อย 243 คนอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่