รรท. รอง ผบ.ตร.บินด่วนถกประชุมเครียดทีมตำรวจชุดไล่ล่า “แป้ง นาโหนด” นักโทษตัวแสบแหกโซ่ตรวนหนีจากโรงพยาบาล เชื่อตอนนี้เผ่นหนีออกนอกประเทศไปมาเลเซียแล้ว เร่งประสานตำรวจสากลขอหมายแดงตามล่าต่อ พร้อมสอบเพิ่มผู้คุม 4 นายที่มีส่วนรับผิดชอบ หากพบความผิดยื่นขอศาลออกหมายจับควบคุมตัวทันที ตำรวจคุมตัว “บิ๊ก-ปอย” สองลูกสมุนคนสำคัญที่ช่วยพาลูกพี่หลบหนีส่งฝากขังต่อศาล คัดค้านประกันตัวก่อนถูกส่งเข้าเรือนจำ ทั้งคู่ยังยิ้มร่าไม่เครียดอะไรผ่านไปแล้ว 8 วันกับปฏิบัติการตามล่าตัวนายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี ฉายา “แป้ง นาโหนด” นักโทษอุกฉกรรจ์ที่สะเดาะกุญแจโซ่ตรวนหลบหนีจาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนวันที่ 22 ต.ค. ตำรวจจับกุมผู้ร่วมขบวนการพาหลบหนีได้แล้ว 6 คน ยังเหลือ 2 คนที่ยังหลบหนีคือนายเชาวลิต กับนายสุทิวัส ขุนณรงค์ อายุ 28 ปี ฉายา “หนอน ทุ่งลาน” คนขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำ ที่พาหนีออกจากโรงพยาบาลที่ บก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ต.ค. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผช.ผบ.ตร. รรท.รอง ผบ.ตร. เดินทางมาร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการตามล่าตัวนักโทษตัวแสบที่หลบหนี ภายหลังการประชุมอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 5 ชม. พล.ต.ท.ธนาเผยว่า จากพยานหลักฐานตอนนี้มีโอกาสเป็นไปได้ว่านายเชาวลิตหลบหนีออกไปประเทศมาเลเซียแล้ว จะประสานตำรวจสากลขอหมายแดงติดตามจับกุม พร้อมประสานข้อมูลระหว่างตำรวจ ตม.ของแต่ละประเทศไว้ด้วย จากการสอบปากคำนายจักรี หรือบิ๊ก แป้นน้อย อายุ 41 ปี และนายจีระวุฒิ หรือปอย ชุมศรี อายุ 31 ปี สองผู้ต้องหาที่เข้ามามอบตัวล่าสุดยอมรับว่าขับรถไปส่งจริงก่อนจะแยกย้ายกัน แต่ตำรวจไม่ขอบอกว่าจุดสุดท้ายไปส่งที่ไหน ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในสำนวนหมดแล้วผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายเชาวลิตใช้เส้นทางหลบหนีไปออกประเทศทางท่าเรือตำมะลัง อ.เมืองสตูล มุ่งหน้าไปเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย พล.ต.ท.ธนายอมรับว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเส้นทางดังกล่าวสามารถออกไปต่างประเทศได้หลายทาง ส่วนประเด็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 4 นายที่มีส่วนรับผิดชอบในการควบคุมผู้ต้องหา ตำรวจจะสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง หากรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่ามีความผิดจริงจะไปขออนุมัติศาลออกหมายจับและควบคุมตัวดำเนินคดีทันที คดีนี้ไม่ได้หนักใจ อะไรมากนักเพราะเชื่อว่าตำรวจทุกคนทำงานกันเต็มที่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผช.ผบ.ตร.ที่ลงมาคุมคดีตั้งแต่วันแรก เดินทางไปที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำตัวนายจีระวุฒิ หรือปอย ชุมศรี ออกจากห้องขังมาปิดห้องเค้นสอบเครียด เนื่องจากเชื่อว่ารู้แหล่งกบดานของนายเชาวลิตแน่นอน ภายหลังการสอบปากคำ พล.ต.ท.อิทธิพลเผยว่า คดีมีความคืบหน้าอย่างน่าพอใจ แต่เปิดเผยอะไรไม่ได้มากนัก ขณะที่นายจีระวุฒิมีสีหน้ายิ้มแย้มพูดกับผู้สื่อข่าวก่อนถูกนำตัวกลับเข้าห้องขังว่า ไม่ได้มีความเครียดอะไร ให้การตำรวจไปหมดแล้ว ยืนยันว่าแค่ไปเยี่ยมนายเชาวลิตแต่ไม่ได้ไปช่วยอะไรเลยต่อมาตำรวจควบคุมตัวนายจักรี และนายจีระวุฒิสองผู้ต้องหาคนสำคัญจากห้องขัง ล็อกกุญแจมือไพล่หลังพร้อมสายโซ่คล้องติดกันพันธนาการอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการชิงตัวหรือหลบหนี จากนั้นคุมตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาทั้งสองมีท่าทีอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังพูดกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่าไม่ได้เครียดอะไร สบายๆอยู่แล้ว เมื่อไปถึงที่ศาลพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมคัดค้านการประกันตัว ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำกลางนครศรี ธรรมราช ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำหลักฐานดีเอ็นเอจำนวนมากที่เก็บได้ในรถกระบะ 2 คันที่ใช้ก่อเหตุพานายเชาวลิตหลบหนีและถูกตำรวจตรวจยึดมาได้ ไปส่งศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 9 ที่ รพ.มอ.สงขลา เพื่อตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เป็นหลักฐานสำคัญในสำนวนการสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่