ครอบครัวเพื่อไทย เป็นครอบครัวใหญ่ คนในตระกูล ชินวัตร เข้าสู่ถนนสายการเมืองรุ่นต่อรุ่นไม่ใช่จะมาเริ่มต้นที่ ทักษิณ ชินวัตร แต่มีมาก่อนหน้านั้น ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี เป็น สส.มาแล้ว จนกระทั่งถึงรุ่นของ ทักษิณ ชินวัตร ได้รับตำแหน่งใหญ่ เป็นผู้นำประเทศ และกลายเป็นวิบากกรรมของคนในตระกูลชินวัตรมาจนถึงวันนี้ จากพรรคไทยรักไทยมาจนถึง พรรคเพื่อไทย ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 20 ปีถูก ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรคมาแล้ว แม้พรรคเพื่อไทยพยายามแตกแบงก์พันไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ก็ไม่รอดพ้นวิบากกรรม นายกฯที่มาจากพรรคในตระกูลเพื่อไทย ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 คน รวมทั้งถูกดำเนินคดีอาญาและถูกยึดทรัพย์ด้วยการต่อสู้บนถนนการเมืองอันยาวนาน สอนให้ เพื่อไทยรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร และมีความพยายามที่จะกลับเข้ามาเป็นพรรคการเมืองอันดับ 1 ให้ได้ทุกยุคทุกสมัย ล้มแล้วล้มอีก ก็ยังลุกขึ้นมาสู้จนได้ ปัจจัยสำคัญไม่ใช่อยู่ที่องค์ประกอบ โครงสร้าง และบุคลากรในพรรคแต่อย่างใดอยู่ที่บทบาทของผู้นำพรรคในอดีตคู่แข่งของ เพื่อไทย ก็คือ ประชาธิปัตย์ แม้ประชาธิปัตย์ จะหลุดรอดวิบากกรรมทางการเมืองมาได้ทุกยุคทุกสมัยเช่นกันแต่ประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยเอาชนะเพื่อไทยได้เลย ตรงกันข้าม ประชาธิปัตย์ เริ่มผุกร่อนเพราะ สนิมเนื้อในตัวเอง จะเห็นได้ว่าประชาธิปัตย์ไม่พร้อมที่จะเป็นคู่แข่งขั้วอำนาจทางการเมืองอีกต่อไปเหตุเพราะบทบาทของผู้นำพรรคเช่นเดียวกันคู่แข่งในปัจจุบันของ เพื่อไทย ก็คือ ก้าวไกล ไม่ว่าจะสู้กับระบบการเมืองการปกครองแบบไหน มีวิบากกรรมทางการเมือง จากอำนาจที่เหนือรัฐธรรมนูญ หรืออำนาจจากเผด็จการที่ไม่แตกต่างกัน แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องยืนหนึ่งทางการเมืองให้ได้ ก็ต้องเป็นคู่แข่งทางการเมืองโดยปริยาย ไม่มีประชาธิปไตยหรือเผด็จการอีกต่อไปและในอนาคตอันใกล้นี้ ก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็คง เป็นเหยื่อของอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ ในวังวนของการชิงอำนาจ ชะตาอนาคต ไม่ต่างจาก พรรคเพื่อไทย ยุบพรรค ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และยังคงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวังวนการเมืองไปแบบนี้ชนะเลือกตั้งก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลวันนี้เพื่อไทยปรับทัพใหม่เป็นโลกของคนรุ่นใหม่ ที่ในอดีตเพื่อไทยเคยแตกแบงก์ใหม่เอาไว้แล้ว แต่ถูกยุบไปตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนามเลือกตั้ง ได้ แพทองธาร ชินวัตร สัญลักษณ์ของ ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นผู้นำคนใหม่ ไม่ใช่เพื่อจะแข่งกับก้าวไกล เท่านั้น แต่เพื่อแหวกวงล้อมของวงจรชีวิตที่พรรคเพื่อไทยเคยเจอมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้ได้ แต่ไหนแต่ไรเพื่อไทยก็ไม่เคยมองก้าวไกลเป็นคู่แข่ง เพราะเพื่อไทยมั่นใจว่าการใช้สูตรตาดูดาว เท้าติดดิน บวกนโยบายประชานิยม อย่างไรก็ชนะ เพียงแต่ต้องปรับทัพให้เข้าใจวิถีการเมืองและวิธีที่จะเอาตัวรอดในทุกสถานการณ์.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ "คาบลูกคาบดอก" เพิ่มเติม