ถ้าเป็นการเลือกตั้งโดยทั่วไป ต้องถือว่าชนะมาตั้งแต่ในมุ้ง น.ส.แพทองธาร “อุ๊งอิ๊ง” ชินวัตร ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ด้วยคะแนนแลนด์สไลด์ 289 ต่อ 1 รองหัวหน้าพรรค 5 คน ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ถึง 4 คน ส่วนคณะกรรมการบริหาร ก็มีคนรุ่นใหม่ได้รับเลือกเข้ามามาก เลขาธิการพรรคก็คนใหม่ทันทีที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธารได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมและประชาชนทั่วไป เน้นว่าจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด ทำให้ดีขึ้น เพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมายืนในใจประชาชน ในฐานะ พรรคอันดับหนึ่ง จะทำนโยบายที่สัญญากับประชาชนให้เป็นจริงให้จงได้ เพื่อลบคำสบประมาทมีเสียงวิจารณ์ว่าต่อไปนี้ การทำงานของพรรคเพื่อไทย จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างคนรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ แต่คำว่า “คนรุ่นใหม่” ไม่ได้วัดกันด้วยอายุอย่างเดียว วัดด้วยความรู้ ความสามารถ และแนวความคิด เป็นเสรีนิยม หรืออนุรักษ์นิยม หรือเป็นถึงอำนาจนิยม และยึดมั่นประชานิยมที่ผ่านๆมาพรรคเพื่อไทยประสบความสำเร็จทางการเมืองเพราะนโยบายประชานิยม ลดแลกแจกแถมเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้สัมฤทธิผลทุกเรื่อง เช่น การรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายมหาศาล ซํ้ายังมีการทุจริตครั้งมโหฬาร สองรัฐมนตรีติดคุกหลายสิบปี แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ต้องคำพิพากษาจำคุก 5 ปีประชานิยมบางอย่างล้มเหลว เช่น กองทุนหมู่บ้าน และหมู่บ้านเอื้ออาทร รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องติดคุก ประชานิยมที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับและยั่งยืนคือ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หัวหน้าพรรคคนใหม่ประกาศว่าจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา “เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด” วิธีคิดใหม่ๆคืออะไรคำสัญญาของหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่ว่า “เราจะทำนโยบายที่สัญญากับประชาชนให้เป็นจริงให้จงได้” ต้องพิสูจน์กันด้วยทำให้นโยบายแจกเงินหมื่นให้เป็นจริงโดยเร็ว ขณะนี้ยังชะงักอยู่ เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังพรรคพังแน่ ต้องพิสูจน์คำกล่าวที่ว่าจะทำให้พรรคเป็นศูนย์วิจัย เพื่อพัฒนานโยบายทุกด้าน ทำได้จริงหรือขอให้ระวังคำสัญญาที่ว่า “ตาเรายังดูดาว เท้าเรายังติดดิน” อย่าเผลอมองดูดาวเพลินจนเท้าสะดุดดินล้มลงได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดพรรคการเมืองยุคใหม่ต้องบริหารจัดการตามหลักประชาธิปไตย สส.หรือกรรมการบริหารพรรค ต้องมีเสรีภาพที่จะคิดจะทำหรือพูด ไม่ถูกครอบงำโดยมือที่มองไม่เห็น.คลิกอ่านคอลัมน์ "บทบรรณาธิการ" เพิ่มเติม