สิ้นเดือนตุลาคม ปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวนับวันเวลาคร่าวๆตั้งแต่เริ่มตั้งนายกรัฐมนตรี ฟอร์ม ครม.จนเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ถึงตรงนี้รัฐบาลผสมพรรคเพื่อไทย นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ก็บริหารราชการแผ่นดินมาเดือนกว่าๆยังอยู่ในระยะข้าวใหม่ปลามัน หม้อข้าวไม่ทันดำแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากนับเอาตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่ภาคเอกชนได้ตั้งโจทย์ให้นายเศรษฐาและทีมงาน เร่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชนในห้วง 100 วันแรกของรัฐบาลเร้าให้โชว์เชิงบริหารด้านเศรษฐกิจจุดขายของยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่มั่นใจว่า “จัดจ้าน” แลกตั๋วคุมเกมอำนาจ สู้แรงเสียดทานรัฐบาลสูตรพิสดาร ทักษิณ ชินวัตรถึงตรงนี้ก็ครึ่งค่อนทางไปแล้วตามแนวโน้มแบบที่นายกรัฐมนตรีต้องเรียกประชุมด่วนรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทยภายหลังการประชุม ครม.ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมาแจ้งกันออกอากาศเลยว่า เพื่อติดตามการทำงาน และเร่งรัดการขับเคลื่อนในส่วนรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยว่า ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ให้เร่งผลักดันออกมาก่อน เพื่อช่วยเหลือประชาชนเรียกหวดก้นกันยกแถว ไล่ “ขันนอต” คนเพื่อไทยกันยกใหญ่ตามความตั้งใจส่งสัญญาณคลื่นความถี่สูงไปถึงรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล ให้ตื่นตัวกับอารมณ์ซีเรียสของผู้นำรัฐบาลที่ต้องแบกรับโจทย์เดิมพัน100 วัน แก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านผ่านมากว่า 50 วันแล้ว ส่อแววยังไม่มีอะไรจับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอัน นอกจาก “โปรฯไฟไหม้” ลดราคาน้ำมัน หั่นค่าไฟฟ้า ที่ปล่อยมากระตุกกระแสการตลาดประเดี๋ยวประด๋าวแถมเอาเข้าจริงก็ยังชักเข้าชักออก แบบที่มีการตีกลับมาตรการลดราคาน้ำมันดีเซล ให้กระทรวงพลังงานกลับไปทบทวน 2–3 รอบเพราะไม่ตอบโจทย์รายการดัมพ์ราคาน้ำมัน อย่างที่คุยคำโตกันไว้และในจังหวะที่โปรโมชันลดค่าไฟฟ้า หั่นราคาน้ำมัน ยังนัวเนียๆ ทำแบบแก้บน เพื่อไม่ให้ประชาชนด่าผิดคำสัญญาหาเสียง ตรงกันข้ามสวนทางไปแล้วก็คือราคาน้ำตาลทรายกลับแอบขึ้นไปแล้วกิโลกรัมละ 4 บาทเผลอละสายตา ไอ้โม่งก็ซ้ำเติมปากท้องชาวบ้านไม่ทันตั้งตัวเลยแค่กลไกการตลาดง่ายๆ เหลี่ยมการใช้งบประมาณรัฐ ในการอัดฉีดเศรษฐกิจภายในแบบอัฐยายซื้อขนมยาย รัฐบาลของนายเศรษฐายังเจอกับโจทย์ท้าทาย สถานการณ์ซับซ้อนซ่อนเงื่อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจติดประตูกลเข้าไม่ถึงคลังสมบัติปู่โสมเฝ้าทรัพย์ของกลุ่มทุนผูกขาดพูดง่าย แต่ทำไม่ง่ายเหมือนกดปุ่มบริหารบริษัทเอกชนและนั่นก็ไม่ต้องพูดถึงการเสี่ยงกับ “ค่ายกล” โคตรอันตราย โจทย์ยากในการนำพาประชาชนคนไทยร่วมทดลองโปรเจกต์ “เรือธง” โครงการเทกระจาด “ดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท”เดิมพันด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน 5.6 แสนล้านตามอาการกล้าๆกลัวๆ เริ่มไม่แน่ใจ ไม่ชัวร์ แบบที่นายเศรษฐาต้องเลื่อนคิวประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต ออกไปแบบไม่มีกำหนด จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ต้องปรับลดธงกันชัดๆอย่างที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยอมรับ การแจกเงินดิจิทัลฯ ไม่น่าทันตามกำหนดที่นายเศรษฐา ประกาศเทกระจาดกันในเดือนกุมภาพันธ์ ต้นปีหน้าเพราะติดปัญหาความไม่ชัดเจนในหลายจุด โดยเฉพาะที่มาของแหล่งเงินงบประมาณมหาศาล และข้อแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่เสนอให้รัฐบาลดูแลเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีอยู่ 15–16 ล้านคนเท่านั้นต้องชะลอคันเร่ง คลำเกียร์ถอยตามเสียงท้วงติง 2 ข้างทางแต่ที่นายจุลพันธ์ไม่เอ่ยถึงก็คือด่านอรหันต์ทองคำ ล่าสุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต ตามที่คณะกรรมการเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริตเสนอโดยมอบธงให้ “มือปราบทุจริตจำนำข้าว” น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. นั่งแท่นประธานคณะกรรมการฯ หัวขบวนเกาะติดโครงการเทกระจาดกระตุก “เดจาวู” ขุมข่ายพรรคเพื่อไทยขู่เป็นนัย อย่าให้ซ้ำรอยวิบากกรรม คนใช้อำนาจสั่งการผิดๆสร้างความเสียหายต่อเงินหลวง ต้องหนีคดีผ่าน “ช่องทางธรรมชาติ”และนั่นก็นำมาซึ่งการขีดวงเทกระจาดกันใหม่ ตัดคน “อยากจน” ออกไปอยู่ในหมวด “คนรวย” โดยยกระดับปรับเกณฑ์เป้าหมายคนอยู่ในข่ายได้รับ อาจตัดพวกมีรายได้ 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน มีเงินฝากในบัญชี 1 แสน หรือมีรายได้ 5 หมื่นบาทต่อเดือน มีเงินฝากในบัญชี 5 แสนบาท ออกจากบัญชี แจกเฉพาะผู้มีรายได้น้อยแม้นายกรัฐมนตรีจะออกตัวแก้ลำ ยังไม่ใช่บทสรุป อย่าทำให้สับสนแต่รายการเทกระจาดดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท “ไม่ตรงปก” ตามที่นายเศรษฐาและทีมเพื่อไทยประกาศบนเวทีหาเสียงแน่และเมื่อจูนกันใหม่ นั่นหมายถึงไม่ใช่ “โบแดง” ที่จะเคลมกันเต็มปากเต็มคำตามจังหวะ “ขัดลำกล้อง” ไปหมด ผู้นำมือใหม่อย่างนายเศรษฐาขับเคลื่อนงานบริหารไม่ง่าย ไม่ได้ดั่งใจ ตามสไตล์ คิดไว ทำไว ปากไวไหนจะต้องเจอกับคิวแทรกแบบไม่นึกไม่ฝันทั้งการกราดยิงให้ห้างพารากอน กระทบภาคการท่องเที่ยว เครื่องยนต์หลักในการปั่นรายได้ แล้วยังมาซ้ำด้วยสงครามอิสราเอล–ปาเลสไตน์ นักรบแรงงานไทยแตกกระเจิง ปัจจัยลบทำตลาดหุ้นไทยดิ่งนรก ตกทะรูดทะราดวิกฤติฉุกเฉินเฉพาะหน้า พิสูจน์กึ๋นผู้นำ สอบผ่านไม่ผ่านพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก นายเศรษฐาหายใจหายคอกันแทบไม่ทัน ในบรรยากาศเหมือนผู้นำโชว์ “เดี่ยวไมโครโฟน” อยู่ลำพังคนเดียวทีมเพื่อไทยเสิร์ฟงานไม่ทัน พรรคร่วมรัฐบาลเล่นกันคนละคีย์ อนุทิน ชาญวีรกูลอารมณ์แบบที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าค่ายภูมิใจไทย ปฏิเสธคำถามนักข่าวประเด็นพรรคร่วมรัฐบาลลอยแพพรรคเพื่อไทย ปล่อยให้ลุยเดี่ยวเดิมพันเสี่ยงเทกระจาดดิจิทัล วอลเล็ตฯยืนยัน พร้อมกอดคอล่มหัวจมท้าย แต่ขออย่าให้ผิดกฎหมายแค่นั้นทีมเซราะกราว “ตีกรรเชียง” เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนแน่นอน ว่ากันตามสภาพ โดยลำพังบารมีทางการเมืองของนายเศรษฐา ยังไม่พอจะโน้มน้าวให้นักการเมือง พรรคร่วมรัฐบาล มาร่วม ผลักดันเรือธงต้องพึ่งแรงส่งจากชั้น 14 โรงพยาบาล ตำรวจและในจังหวะที่เครื่องเริ่มตื้อ นายเศรษฐา ต้องเทกแอ็กชันโชว์พลังเบอร์หนึ่งฝ่ายบริหาร นิมนต์พระทำบุญเป็นสิริ มงคล ก่อนย้ายที่พำนักไปหลับนอนปักหลักบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลไฮไลต์สถานการณ์อีกด้าน ที่ตึก “โอ๊ค เอม อิ๊ง” อาคารโอเอไอ ตึกที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ ก็ได้ฤกษ์ปรับทัพใหญ่“อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ก็ขยับขึ้นแท่นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนใหม่“ดีเอ็นเอ” ที่เข้มกว่า “นอมินี”ตามเสียงอวย เสียงแห่ของลูกพรรคเพื่อไทยพูดกันจนชินปาก “นายกฯเงา”แม้แต่ตัวนายเศรษฐาเอง ยังเผลอหลุดคิว จังหวะยืนร่วมช็อตกับ “อุ๊งอิ๊ง” ในระหว่างดูหนัง “สัปเหร่อ” แล้วนักข่าวตะโกนเรียก “ท่านนายกฯ” ไม่วายถามกลับไปว่า “นายกฯไหน เพราะมีนายกฯ 2 คน”อำกันขำๆ แต่มันคือตลกร้าย ซ่อนความคิดในใจไม่มิดตามปรากฏการณ์ “อำนาจเชิงซ้อน” แยกกันไม่ขาดระหว่าง เบอร์หนึ่งทำเนียบรัฐบาลกับเบอร์หนึ่งพรรคเพื่อไทยโดยธรรมชาติการเมืองแบบไทยๆที่จะให้น้ำหนัก “ตัวจริงเสียงจริง” มากกว่านี่คือเครื่องหมายคำถาม ตามจังหวะการโผล่ลงสนามเต็มตัวของ “อุ๊งอิ๊ง” ที่เหมือนช่วยเสริมพลังขับเคลื่อนของผู้นำอย่างนายเศรษฐา แบบที่กรรมการยุทธศาสตร์สำคัญหลายคณะลูกสาว “นายใหญ่” นั่งคุมเกมเองแต่ในมุมตรงกันข้ามก็เป็นการกดดันให้ผู้นำต้องเร่งโชว์ผลงาน เชิงบริหารของอดีตซีอีโอ ไม่ให้โดนหัวหน้า พรรคเพื่อไทย บดบังรัศมีภาพออกมาดูเหมือนเป็นการถ่วงดุลมากกว่า “ดันหลัง”.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ "วิเคราะห์การเมือง" เพิ่มเติม