องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ องค์การนาซา มีภารกิจเชิงปฏิบัติอย่างหนึ่งที่เรียกกันทั่วไปว่า “การป้องกันดาวเคราะห์” ซึ่งหน้าที่โดยพื้นฐานของภารกิจนี้ก็คือ จะคอยจับตาดูดาวเคราะห์น้อยที่อาจพุ่งชนโลกและก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง คือต้องบอกว่าทฤษฎีที่ถูกเผยแพร่มายาวนานและค่อนข้างเป็นที่เชื่อของผู้คนส่วนใหญ่ก็คือเคยมีดาวเคราะห์น้อยหรืออุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกจนล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ไปเมื่อ 66 ล้านปีก่อน ทำให้เราต่างหวั่นเกรงว่าโลกอาจเผชิญสถานการณ์เลวร้ายแบบนั้นในอนาคตดังนั้น ฝ่ายป้องกันดาวเคราะห์ขององค์การนาซา จึงต้องทำให้ชาวโลกรู้และแน่ใจว่าความพินาศแบบที่ไดโนเสาร์เจอจะไม่เกิดขึ้นกับเรา แต่พูดง่ายกว่าทำมาก! เพราะดาวเคราะห์น้อยไม่ใช่วัตถุที่ปล่อยแสงใด ๆ ออกมาให้เห็นปุ๊บแล้วรู้ปั๊บ วิธีเดียวที่จะตรวจจับพวกมันได้คือ เมื่อแสงแดดสะท้อนจากพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยลงมาที่กล้องโทรทรรศน์ตัวใด ตัวหนึ่งบนโลก กล้องเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนพี่ยามที่เฝ้าจับจ้องท้องฟ้ายามค่ำคืนแทนเราส่วนใครสงสัยว่าแล้วตอนนี้มีดาวเคราะห์น้อยที่อาจคุกคามโลกเราจำนวนเท่าไหร่กันแน่ ล่าสุด องค์การนาซาสำแดงข้อมูลไม่ชวนให้เบาใจ เพราะระบุว่ามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์หลายตัวชี้ให้เห็นว่า ช่วงสิ้นเดือน ส.ค.2566 มี ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกถึง 32,000 ดวง นอกจากนี้ยังมีการสังเกตการณ์มากกว่า 405 ล้านครั้ง จากนักดาราศาสตร์มือสมัครเล่นและมืออาชีพ ส่งข้อมูลไปยัง “ไมเนอร์ พลาเน็ต เซ็นเตอร์” (Minor Planet Center) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลยุทธ์การป้องกันดาวเคราะห์ของนาซานาซาเผยว่าในบรรดาดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก 32,000 ดวงนั้น มีมากกว่า 10,000 ดวง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 140 เมตรซึ่งเป็นไปตามการประมาณการโดยทั่วไป และหากหนึ่งในนั้นเกิดพุ่งชนโลกขึ้นมาก็สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้ เพราะลำพังอุกกาบาตขนาด 20 เมตร หนัก 13 ล้านกิโลกรัม ที่ตกในเมืองเชเลียบินสก์ ของรัสเซีย เมื่อปี 2556 ยังส่งผลให้หน้าต่างแตก และทำให้มีผู้บาดเจ็บเกือบ 1,500 คนผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันดาวเคราะห์ของนาซาประเมินว่ายังมีดาวเคราะห์น้อยที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 140 เมตร อยู่อีกมากกว่า 14,000 ดวงที่ยังตามหาไม่เจอ และหนึ่งในนั้นอาจอยู่บนเส้นทางการชนกับโลก ยิ่งไปกว่านั้นยังประเมินว่ามีดาวเคราะห์น้อยเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1 กิโลเมตร อีกประมาณ 50 ดวงที่ยังค้นหาไม่พบซึ่งดาวเคราะห์น้อยขนาดนั้นอาจเป็นหายนะต่อพื้นที่ในระดับที่ใหญ่กว่าเมืองใดเมืองหนึ่งมาก.ภัค เศารยะคลิกอ่านคอลัมน์ "หน้าต่างโลก" เพิ่มเติม